ต่อยอด ‘แผนจัดการสิ่งแวดล้อม อีอีซี’ สู่โมเดลการสร้างระบบนิเวศ ที่อุตสาหกรรมอยู่คู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

207

ความยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตาม แผนจัดการสิ่งแวดล้อม นับเป็นประเด็นหลักที่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินการโครงการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ไม่น้อยไปกว่า มาตรการการพัฒนาและส่งเสริมด้านการลงทุนในโครงการอีอีซีเลย

ด้วยเหตุนี้ เพื่อต่อยอดสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชนของไทยในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการขยะ และการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตามแผนจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซี จึงได้มีการจัดประชุมสัมมนา “Seminar during the 35th ASEAN Summit in Thailand on Circular Economy, Waste Management and Sustainability” ขึ้น

โดยเจ้าภาพ คือ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Industrial Developments Organization-UNIDO) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.)


เปิดตัวโมเดลการจัดการพัฒนาเมืองตาม แผนจัดการสิ่งแวดล้อม อีอีซี ที่ผ่านมา

ในการประชุมครั้งนี้เองที่มีมติร่วมกันเผยแพร่ต้นแบบการดำเนินงาน Circular Economy การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน มีการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งต้นแบบนี้เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

ทั้งโมเดลแนวทางการกำจัดขยะ การจัดการน้ำ และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่คู่ไปกับการนำระบบ Circular Economy มาปรับใช้อย่างยั่งยืน

นอกจากนั้น การพัฒนาพื้นที่อีอีซียังได้ออกแบบการใช้พื้นที่ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนย้ายประชากร และผลักดันให้บรรลุเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการน้ำ การลดก๊าซเรือนกระจก และที่สำคัญคือการร่วมขับเคลื่อนจัดการปัญหาขยะกับภาคประชาชน ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น อย่างต่อเนื่อง

โดยโมเดลการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร อยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง หรือ Rayong Model ที่ใช้รูปแบบของโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และโครงการ EEC square ที่ สกพอ. ได้เข้าไปรณรงค์ สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนร่วมเป็นเครือข่ายในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต เป็นต้น


เพิ่มประสิทธิภาพให้แผนจัดการสิ่งแวดล้อม อีอีซี พิชิต 3 ภารกิจเพื่อประเทศชาติ

และเพื่อให้การบริหารจัดการตามแผนรองรับปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จึงได้ร่วมมือจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต โดย นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ.กล่าวในโอกาสนี้ว่า

นายคณิศ แสงสุพรรณ

“สกพอ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมที่มุ่งแก้ปัญหาเดิมที่และวางแผนแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้งบสำนักงานอีอีซี กว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในแผนรักษาสิ่งแวดล้อมในอีอีซีเป็นเวลา 5 ปี” 

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูนิโด) โดยจะเข้ามาช่วยในภารกิจนี้ทั้งหมด 3 เรื่อง ได้แก่

หนึ่ง ความร่วมมือช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมมาขยายใช้ในพื้นที่อีอีซี

สอง การเข้ามาช่วยการพัฒนาเมืองใหม่และเมืองเก่าในพื้นที่อีอีซีในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ไม่ให้มีน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สาม การดูแลพื้นที่อุตสาหกรรมให้ใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เหลือออกจากภาคอุตสาหกรรมจะต้องนำมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ให้ได้ทั้งหมด

“เพราะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใกล้เสร็จหมดแล้ว จากนี้ไปจะหันมาเน้นการลงทุนโครงสร้างด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมในอีอีซีอย่างเต็มที่” เลขาธิการ สกพอ. กล่าวสรุปในเบื้องต้น


เปิด แผนสิ่งแวดล้อมอีอีซี (2561-2564) กับ 4 ยุทธศาสตร์ สร้างแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในโอกาสเดียวกันนี้ สกพอ.ยังเผยว่า ได้จัดทำ แผนสิ่งแวดล้อมอีอีซี (2561-2564) 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มีการวางมาตรการบำบัด กำจัดของเสีย และควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด ป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมี และเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาสตร์นี้จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการมลพิษได้ถูกต้องตามหลักวิชาการและได้คุณภาพสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ลดจำนวนการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมี และเรื่องร้องเรียนลักลอบทิ้งของเสียทุกประเภท

  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนอย่างน่าอยู่

ด้วยมาตรการส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสนับสนุนการพัฒนาเมืองในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้รองรับการดำเนินชีวิตของคนทุกกลุ่ม โดยได้กำหนดเป้าหมายให้เมืองในพื้นที่อีอีซีมีวิถีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากลและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ตลอดจนมีการวางผังเมือง ผังพื้นที่เฉพาะที่ ให้เป็นไปตามศักยภาพของพื้นที่และส่งเสริมให้เกิดเมืองที่สามารถปรับตัวได้จากภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งได้ตั้งตัวชี้วัดให้มีพื้นที่สีเขียวยั่งยืนในเขตเมืองทุกเมืองไม่น้อยกว่า 10 ตารางเมตรต่อคน มีจำนวนเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนอย่างน้อย 4 เมือง และมีพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยมีมาตรการส่งเสริมการผลิต การบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และมาตรการส่งเสริมการศึกษาและการสื่อสารที่เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน

ด้วยเป้าหมายให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลิตภัณฑ์และการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่ยอมรับได้มาตรฐาน มีการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับตัวชี้วัดจะต้องมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการท่องเที่ยว ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกำหนดการส่งเสริมทางการเงิน การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม และจัดทำระบบการกำหนดมาตรการทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมมลพิษ การเก็บค่าทิ้งกากของเสียและปล่อยน้ำทิ้ง

  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีมาตรการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ลำธาร ทรัพยากรดินและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ป่าให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาล สร้างความมั่นคงทางด้านน้ำและจัดสรรน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง เพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ พร้อมตั้งเป้าว่าจะต้องมีพื้นที่ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน้อยปีละ 4% มีทรัพยากรน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วน รวมทั้งประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งน้ำที่สำคัญและบริเวณปากแม่น้ำชายฝั่งทะเลที่เสื่อมโทรม


ได้อัปเดตความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการอีอีซีในมุมสิ่งแวดล้อมแล้ว หากการดำเนินงานทุกด้านเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้ ประเทศไทยจะมีเขตพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การพัฒนาประเทศเท่านั้น หากแต่ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมยังจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกันแบบคู่ขนาน


ที่มา :


อัปเดตประเด็นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ในการดำเนินเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ หลากหลายแง่มุม

ลดช่องว่าง กระจายความเจริญ ทำได้จริงด้วยการพัฒนา ‘ชุมชนท้องถิ่น’

‘วิถีชุมชน สิ่งแวดล้อม โครงการอีอีซี’ 3 ประสาน พัฒนาไปด้วยกันได้ ด้วยความเข้าใจของคนท้องถิ่น

ผังเมือง : เรื่องของบ้านเมือง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความก้าวหน้าของสังคมไทย