‘จุลินทรีย์พันธุ์ดี’ เทรนด์การรักษาโรคที่เจาะจงและตรงจุด พร้อมกรณีศึกษา

354

หากมองในมุมธุรกิจ วิธีทำตลาด ขยายตลาด เข้าถึงผู้ซื้อยุคนี้ ต้องทำความเข้าใจผู้บริโภค แล้วนำเสนอสินค้าและบริการที่เหมาะหรือตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล จึงจะเป็นที่ต้องการของตลาดและยืนหยัดอยู่ได้ การรักษาโรคตั้งแต่นี้ไปก็เช่นกัน จะเน้นแนวทาง ‘รักษาโรคแบบเฉพาะเจาะจง’ มากขึ้น ตรงจุดยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อผู้ป่วยหายเร็วขึ้นก็จะส่งผลดีต่อหลายๆ เรื่อง เช่น คุณภาพชีวิต สังคม เศรษฐกิจ ในระยะยาว 


อัปเดตความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคแนวใหม่จากเวทีการประชุมวิชาการนานาชาติ ในหัวข้อ “การใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติก เพื่อรักษาแบบเจาะจง” ที่จัดขึ้นโดย เมก้า วีแคร์ กลุ่มบริษัทนวัตกรรมการผลิตโพรไบโอติก พฤกษเภสัชภัณฑ์จากประเทศเยอรมนี รวมถึงวิตามินและสารอาหาร กับ ฟาร์ม่าเซนเทรล (Pharma-Zentrale) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการและความก้าวหน้าของการรักษาโรคในปัจจุบัน โดยการใช้จุลินทรีย์รูปแบบโพรไบโอติกชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่มีความปลอดภัยและมีผลวิจัยทางการแพทย์รับรอง

ในฐานะจุลินทรีย์ที่มีบทบาทในการรักษาโรคแต่ละชนิดอย่างจำเพาะเจาะจงและตรงจุด งานนี้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากนานาประเทศ อาทิ โปแลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี มานำเสนอผลการศึกษา ซึ่งแต่ละกรณีศึกษาที่ได้บำบัดรักษาผู้ป่วยโดยใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติกเพื่อรักษาโรคแบบเจาะจงนั้น เห็นผลในทางที่ดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงนำมาเผยแพร่เป็นความรู้ให้แก่แวดวงสาธารณสุขต่อไป


การใช้จุลินทรีย์ในโรคเด็ก

แพทย์หญิง Hania Szajewska
มหาวิทยาลัยการแพทย์วอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์

Hania Szajewska

นำเสนอผลการศึกษาการใช้จุลินทรีย์ในกุมารเวชศาสตร์ซึ่งได้ทดลองในกลุ่มคนไข้แล้วพบว่า กลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตในรูปแบบโพรไบโอติกช่วยรักษาโรคอุจจาระร่วงในเด็กให้หายได้เร็วขึ้น โดยแพทย์หญิง Hania Szajewska แนะนำว่า ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่มีงานวิจัยรองรับ อีกทั้งยังควรศึกษาสายพันธุ์ของโพรไบโอติกที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาที่แตกต่างกัน รวมถึงข้อจำกัดหากใช้ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด


การใช้จุลินทรีย์ในสูตินรีเวช

แพทย์หญิง Alessandra Graziottin
ผู้อำนวยการศูนย์นรีเวชศาสตร์และเวชศาสตร์ทางเพศ
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย San Raffaele Resnati ประเทศอิตาลี

Alessandra Graziottin

แพทย์หญิง Alessandra Graziottin กล่าวถึงความเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองและทางเดินอาหาร (Gut-brain axis) และจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เสียสมดุล ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของแม่ตั้งครรภ์และเด็กหลังคลอด นอกจากนี้ ภาวะติดเชื้อของผู้หญิงในรูปแบบต่างๆ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน อาการปวดท้องน้อย ภาวะการมีบุตรยาก รวมถึงกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ ต่างมีสาเหตุจากภาวะเสียสมดุลดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผลมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบโพรไบโอติก สามารถช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของสตรีมีครรภ์ได้


การใช้จุลินทรีย์เพื่อรักษาโรคลำไส้อักเสบ

นายแพทย์ Toshifumi Hibi
ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยและรักษากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
มหาวิทยาลัยคิตะซาโตะ ประเทศญี่ปุ่น

Toshifumi Hibi

แม้โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังจะมีสาเหตุจากหลายปัจจัย แต่เชื้อแบคทีเรียดีในลำไส้เป็นตัวแปรที่ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยกรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ที่ผลิตโดยแบคทีเรียในสกุลคลอสตริเดียม มีบทบาทในการกระตุ้นเซลล์ที (T cells) หนึ่งในเซลล์ชนิดย่อยในเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างและพัฒนาความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

โดยนายแพทย์ Toshifumi Hibi ศึกษาวิจัยกลไกการทำงานของโพรไบโอติกในการรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง แล้วพบว่า ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบมีแบคทีเรียสกุลนี้ในร่างกายน้อยกว่าปกติ จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค โพรไบโอติกจึงมีบทบาทในการบำบัดรักษากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้

ทั้งนี้นายแพทย์ Toshifumi Hibi ได้เน้นย้ำว่า ควรศึกษาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก โดยเลือกสายพันธุ์ที่มีกลไกการออกฤทธิ์เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้ว


การใช้จุลินทรีย์เพื่อรักษาโรคลำไส้แปรปรวน

นายแพทย์ Robert Zeiser
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศเยอรมนี

ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักมีภาวะ Dysbiosis หรือการที่ในระบบทางเดินอาหารมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ดีมากกว่าจุลินทรีย์ชนิดดี ภาวะความไม่สมดุลดังกล่าวส่งผลให้เกิดความผิดปกติของสภาวะกรดด่างในเลือด กลายเป็นความเสื่อมหรือโรคต่างๆ เพราะการทำงานของเซลล์ผิดปกติ โดยนายแพทย์ Robert Zeiser พบว่า การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบอาจส่งผลให้เกิดโรคลำไส้แปรปรวนตามมา เนื่องจากจุลินทรีย์มีภาวะไม่สมดุล ในทางกลับกัน การรักษาโรคลำไส้แปรปรวนด้วยโพรไบโอติกให้ผลที่น่าพอใจ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อร่างกาย เนื่องจากช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

Peter Gibson

ติดตามบทสัมภาษณ์แพทย์ไทย ประธานในช่วงการบรรยายกลุ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ เกี่ยวกับการใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติก ผ่านทางวิดีโอ https://youtu.be/QfxA6ngZjck

นอกจากนี้ นายแพทย์ Peter Gibson หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย ยังนำเสนอผลการศึกษาเพิ่มเติมว่า โรคลำไส้แปรปรวนมีสาเหตุหนึ่งมาจากระบบแกนเชื่อมโยงระหว่างสมองและทางเดินอาหาร โดยมีจุลินทรีย์ในลําไส้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ระบบประสาทนี้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การวิจัยในหนูทดลองพบว่า โพรไบโอติกบางสายพันธุ์ช่วยปรับกลไกการทำงานในร่างกายและพฤติกรรม และย้ำถึงประโยชน์ของโพรไบโอติกอีกด้านที่ช่วยคลายเครียด โดยประโยชน์ของจุลินทรีย์ในรูปแบบโพรไบโอติกที่มีต่อสารสื่อประสาทในสมอง จะส่งผลช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ท้องผูก ท้องเสียได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากการใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดรักษาโรคที่พบบ่อยในปัจจุบันดังกล่าวแล้ว ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์เฉพาะทางระดับโลกยังนำเสนอแนวทางในการใช้จุลินทรีย์รักษาโรคมะเร็ง และการใช้จุลินทรีย์ในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และเบาหวาน โดยแนวทางนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย


ความลี้ลับและเก่งกาจของจุลินทรีย์ที่คุณอาจสนใจ

ความคิดของเรา ไม่ใช่ของเรา (ตอนแรก)