“เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” (ตอนที่ 4)

239

Big Brother is Watching you!

ผมเคยเขียนชุดบทความเกี่ยวกับวรรณกรรมเรื่อง 1984 ของ George Orwell มาแล้วครั้งหนึ่ง ใน “สาลิกา” ของเราแห่งนี้ ชื่อเรื่องว่า 1984 : ครบรอบ 70 ปี Big Brother is Watching you! ซึ่งมีทั้งหมด 5 ตอนด้วยกันครับ


มาในคราวนี้ “เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็นตอนที่ 4 ใกล้จะจบชุดแล้ว เพราะมี 5 ตอนเช่นกัน ผมจะนำเสนอเรื่องราวที่คล้ายคลึงกันกับนวนิยายของ George Orwell เรื่อง 1984 อีกสักหน่อย

หากเอ่ยถึงประโยคที่กล่าวว่า Big Brother is Watching you! นั้น แฟนพันธุ์แท้ 1984 ย่อมรู้ดีว่า นี่คือข้อความ Keyword ระดับ Master Key ของนิยายวิทยาศาสตร์ขนานแท้และดั้งเดิมเรื่อง 1984 ที่ปรากฏเป็นจริงแล้วในวันนี้

เพราะแรกเริ่มเดิมที่ Big Brother หรือ Ingsoc ใน 1984 นี้ก็คือ “พี่เบิ้ม” ที่คอยจับจ้องมองประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดย George Orwell ได้แบ่งเป็นฉากต่างๆ ในวรรณกรรมเรื่อง 1984 นี้ ออกเป็น 3 ก๊กด้วยกัน กล่าวคือ

ก๊กแรก คือ Oceania มีศูนย์กลางอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ก๊กที่ 2 คือ Eastasia มีศูนย์กลางอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่ และก๊กที่ 3 คือ Eurasia มีศูนย์กลางที่รัสเซีย โดย George Orwell กำหนดให้ทั้ง 3 มหาอำนาจลัทธิการเมืองของตนเอง

อันประกอบไปด้วย 1) ก๊ก Oceania ประกาศใช้ลัทธิ Ingsoc 2) ก๊ก Eastasia ประกาศใช้ลัทธิ Death-Worship และ 3) ก๊ก Eurasia ประกาศใช้ลัทธิ Neo-Bolshevism โดยทั้งหมดขึ้นตรงกับศูนย์กลางมหาอำนาจของ Big Brother

Ingsoc ติดตั้งมอนิเตอร์สำหรับตรวจตราประชาชน และแจกจ่ายถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ ซึ่งเต็มไปด้วยโฆษณาชวนเชื่อ จัดตั้งหน่วยตำรวจตรวจความคิดคอยจับผิดคนที่คิดต่าง และมีการส่งเสริมให้ประชาชนสอดส่องกันเอง

โดยเร่งเร้าให้มีการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อนบ้านที่มีพฤติกรรมขัดกับอุดมการณ์ของรัฐ โดย Ingsoc ตั้งตัวเป็นอัจฉริยะผู้รอบรู้ทุกอย่าง เก่งคนเดียว ปากของเขาพร่ำบ่นแต่คำว่ารักประชาชน แต่ตาของเขากลับจับจ้องประชาชนทุกคน

นอกจาก Keyword ระดับ Master Key อย่าง Big Brother is Watching you! แล้ว George Orwell ผู้ประพันธ์ นวนิยายเรื่อง 1984 ยังได้ใส่ Keyword ที่สำคัญมาก เพิ่มเข้ามาอีก 2 ตัว นั่นก็คือ New Speak และ Double Think

อธิบายง่ายๆ ก็คือ George Orwell ได้รังสรรค์ “โครงสร้างภาษาใหม่” ขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อใช้เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญ นั่นก็คือภาษาที่มีชื่อว่า New Speak ผ่านฝีมือของ Ingsoc ที่คิดค้น “ระบอบการปกครอง” ขึ้นเพื่อ “บริหารจัดการประชาชน”

ด้วยการสร้าง “ความจริง” จาก “สิ่งหลอกลวง” นอกจากนี้ ราษฎรทั้งหลายยังถูก Big Brother คอยจับจ้องมองดูพฤติกรรมต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ตบท้ายด้วยการเข้าสู่กระบวนการควบคุมความคิดมวลชนด้วย Double Think

Double Think หรือ “ระบบคิดซ้อน” หมายถึงการที่คนเราปักใจเชื่ออะไรสักอย่างอย่างเต็มใจ ทั้งๆ ที่รู้ว่าความเชื่อนั้นเป็นเท็จ แปลไทยเป็นไทยก็คือการล้างสมองให้ประชาชนยอมรับว่าสิ่งที่โกหกนั้นเป็นความจริง และไม่ให้มีความคิดอิสระ

เมื่อ New Speak หรือ “ระบบคิดซ้อน” กับ Double Think หรือ “ระบบพูดซ้อน” มารวมกัน ก็กลายเป็น DoubleSpeak ที่ Ingsoc มีคำขวัญสำคัญๆ อาทิ “สงครามคือสันติภาพ” “เสรีภาพคือการเป็นทาส” “ความโง่เขลาคือพลัง”

อีกทั้ง Ingsoc ยัง “เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่” โดยจัดตั้งหน่วยงานหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ “เปลี่ยนประวัติศาสตร์” ทุกชนิด อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างนิทานชุดใหม่ที่สอดคล้องกับแนวความคิดของเป้าหมายหลักคือการทำลายระบบการ “คิดผ่านภาษา”

ส่วนใน “โลกแห่งความเป็นจริง” NSA หรือ National Security Agency ของสหรัฐอเมริกา ก็มีการจัดตั้งหน่วยงานลับขึ้นมาซึ่งประกอบไปด้วยวัสดุอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เคยเป็นจินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์แทบทั้งสิ้น

คือ Utah Data Center ซึ่งประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เครือข่ายระดับ Supercomputer ระดับ Yottabytes ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากถึง 500 Quintillion เอกสารขนาด A4 จำนวน 500,000,000,000,000,000,000 หน้า!!!

Utah Data Center

โดยมี Cryptanalysis หรือ “นักวิเคราะห์ข้อมูลเข้ารหัส” ทำหน้าที่เรียกดูข้อมูลของเหล่า Hacker ระดับโลกที่รับส่งข้อมูลในแต่ละวัน ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมไม่ใช่ข้อมูล แต่เป็นข้อมูลที่ผ่านการ “เข้ารหัส” หรือ Encryption กันแล้วทั้งหมดทั้งสิ้น

โดยศูนย์ประมวลผล Utah Data Center แห่งนี้ มีภารกิจดึงดูดข้อมูลจากการติดต่อสื่อสารของประชาชนทุกคนในสหรัฐอเมริกา และโครงการต่อไปก็คือ การดึงดูดข้อมูลจากการติดต่อสื่อสารของทุกคนในโลก โดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่

ผ่านทุกช่องทางที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม เคเบิ้ลใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวฟ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายวิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต โทรสาร โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์สาธารณะ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์!!

โดยเฉพาะ Social Media ทุก Platform ของ Application ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook Skype Twitter MSN e-Mail SMS MMS WhatsApp AIM QQ Camfrog  Yahoo! Messenger Google Talk BB Messenger ฯลฯ

Utah Data Center

ทุกกิจกรรมการสื่อสารตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อี-เมลทุกฉบับ ทุกสายโทรศัพท์ รับเข้า โทรออก ทุก SMS และ Chat ทุก Tweet ทุก ZIP ไฟล์ RAR ไฟล์ ทุกการ Up และ Download ทุกการ Search ไม่ว่าจะผ่าน Google หรือไม่ก็ตาม!

ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะถูกบันทึกไว้ว่าซื้ออะไร ตอนไหน ซื้ออะไรเป็นประจำ บ่อยแค่ไหน แม้ว่าจะใช้เงินสดก็จะดูจากกล้องวงจรปิดว่าคุณชอบซื้ออะไร รวมไปถึงรสนิยมทางศิลปะนานัปการ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ ทุกเดือน ทุกปี

จะมีบันทึกว่าคุณชอบอ่านอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน ชอบดูหนังแบบไหน ชอบไปเที่ยวที่ไหน ทั้งข้อมูลจริง ข้อมูลหลอก ข้อมูลครบ หรือไม่ครบ ระบบคอมพิวเตอร์ของที่นั่นจะประมวลผลออกมาเป็นผลลัพธ์ที่จริงที่สุดของคุณ!

อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ Utah Data Center (2.33 Petaflops) ของสหรัฐฯ (อันดับ 3) แห่งนี้ ยังเป็นรอง Tianhe-1A (2.57 Petaflops) ของจีน (อันดับ 2) และอันดับหนึ่งของโลกคือ K Computer (10.51 Petaflops) ของญี่ปุ่น (อันดับ 1)

ตอนต่อไปรอคุณอยู่ คลิก


สำหรับคนที่สนใจนิยายวิทยาศาสตร์ หรือเพิ่งมาเริ่มอ่านตอนที่ 4 แนะนำให้อ่านบทความตอนแรก – ตอนที่ 3

“เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” (ตอนแรก)

“เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” (ตอนที่ 2)

“เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” (ตอนที่ 3)