การเสวนา Digital Transformation-A Paradigm Shift for Leaders กับคำพูดของ อรพงศ์ เทียนเงิน ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ฟังแล้วน่าคิด
สถานการณ์ในยุคนี้บริษัทยิ่งใหญ่…ยิ่งน่าห่วง!
สวนทางกับความคิดของหลายคนที่มองว่าใหญ่แล้วไม่น่าห่วง
ยกตัวอย่างธุรกิจธนาคาร
ใครก็มองว่าในยุคดิจิทัลแบงก์ปิดสาขามากเท่าไหร่ กำไรยิ่งมากเท่านั้น เพราะไม่ต้องมีต้นทุนค่าน้ำค่าไฟค่าบริหารจัดการทุกอย่างเคลื่อนที่ผ่านมือถือ
แต่ในโลกความจริง…หาเป็นเช่นนั้น
ต้นทุนของแบงก์ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับฟินเทคหรือสตาร์ทอัพ
เป็นเรื่องชวนช็อค! เมื่อวันดีคืนดี แกร็บที่เคยให้บริการขนส่งหันมาปล่อยสินเชื่อแบบเดียวกับแบงก์

ไม่มีสาขาไม่มีโครงสร้างพื้นฐานต้นทุนต่ำกว่าแถมมีสิ่งที่เหนือกว่าคือ
ดิจิทัล กับ บิ๊ก ดาต้า
รู้ว่าแท็กซี่รายไหนตื่นกี่โมง ขับรถกี่ชั่วโมง มีรายได้วันละเท่าไหร่ เมื่อไหร่ควรจะซื้อรถใหม่ ฯลฯ
หรือความก้าวหน้าของ WeBank ซึ่งเป็นแบงก์ในเครือ Tencent ประเทศจีน เจ้าของโซเชียลมีเดีย WeChat
Webank ถือหุ้นโดย Tencent สัดส่วน 30% และบริษัทเอกชนอีก 2 ราย ในเมือง Shenzhen รายละ 20% ส่วนหุ้นที่เหลือจะกระจายให้นักลงทุนรายเล็กทั่วไป
หนึ่งในความพยายามของธุรกิจอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในการก้าวเข้ามาท้าชนกับธนาคารชั้นนำของจีน ด้วยการปล่อยสินเชื่อแบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กเป็นหลัก
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

แม้จะปล่อยสินเชื่อแบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่หนี้เสียของ WeBank ไม่ถึง 1%
ทำได้ยังไง?
คำตอบคือ…บิ๊ก ดาต้า
WeBank มีข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายมากกว่า 7,000-10,000 รายการ
บร๊ะเจ้า!
รู้จักตัวตนของลูกค้ามากกว่าที่ลูกค้ารู้จักตัวเองเสียอีก
อายุเท่าไหร่ จบการศึกษาที่ไหน มีเพื่อนกี่คน ชื่ออะไรบ้าง กิจวัตรประจำวัน รสนิยมการกินดื่มเที่ยว ฯลฯ รู้แม้กระทั่งเดือนสิงหาคม ลูกค้าต้องจ่ายค่าเทอม ส่งข้อเสนอมาให้กำหนดวงเงินกู้ได้เท่าไหร่ ใช้เวลาผ่อนจ่ายนานเท่าไหร่ จัดสรรข้อมูลให้เบ็ดเสร็จ
ด้วยการปล่อยสินเชื่อแบบนี้ ทำให้ยอดหนี้เสียต่ำกว่า 1%
ซึ่งในโลกของสถาบันการเงิน การปล่อยสินเชื่อรูปแบบนี้ อาจต้องเสี่ยงกับหนี้เสียระดับหลัก 10%
แบงก์ทั่วไปจะแข่งยังไง!
สมัยก่อนใครอยากได้ดอกเบี้ยต้องนำเงินไปฝากแบงก์ แต่วันนี้มีทางเลือกมากมายแบงก์ไม่ปรับตัว…อยู่ยาก

3 ปีที่ผ่านมา SCB จึงใช้เงินลงทุนมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อผันตัวให้เป็นดิจิทัลคอมพานี
มีหน่วยงาน ‘ดิจิทัลเวนเจอร์’ เข้าไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาใช้ให้เร็วที่สุด
ไม่ใช่เฉพาะแบงก์เท่านั้นที่กำลังเผชิญความเสี่ยง ทุกอุตสาหกรรมตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันหมด
หลายอุตสาหกรรมถูก ‘ดิสรัปต์’ ไปแล้ว
อีกหลายอุตสาหกรรมกำลังจะถูก ‘ดิสรัปต์’
โลกเปลี่ยนเร็วว่าน่ากลัวแล้ว แต่ที่น่ากลัวกว่าคือโลกวันนี้ไม่มีคำว่า ‘อัพไซเคิล’ หรือ ‘ดาวน์ไซเคิล’
‘ดาวน์’ แล้วอาจไม่มีโอกาสกลับมา ‘อัพ’
ธุรกิจยิ่งใหญ่ ยิ่งต้องระวังการถูก…ดิสรัปต์
ทำธุรกิจอยู่ดีๆ วันหนึ่งตลาดอาจหายวับแบบไม่รู้ตัว
ความล้มเหลวของธุรกิจยุคใหม่จึงไม่ได้มาจากการทำธุรกิจไม่ดี
แต่มาจากการทำธุรกิจ…ได้ดี!

ดังคำพูดของ เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด กล่าวในการเสวนา “กรณีศึกษา : ทรานส์ฟอร์มธุรกิจเกษตร” ในงานสัมมนา “Business Today Forum ทรานส์ฟอร์มเกษตรไทย ส่งออกก้าวไกลตลาดโลก” ว่า

“ถ้าเราผลิตสินค้าขึ้นมาชนิดหนึ่งแล้วคาดหวังจะขายยาว 5-10 ปีเหมือนในอดีตคงไม่ใช่ เพราะวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก”
เช่นเดียวกับการร่วมมือกับพันธมิตรก็เป็นเรื่องสำคัญ
ยกตัวอย่างการผลิต ‘กาแฟกะทิ’
แน่นอนว่าศักยภาพของอำพลฟู้ดส์ทำได้ไม่ยาก
เพราะมีศูนย์นวัตกรรมของบริษัทคิดค้นสูตรที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาให้เลือกมากมาย มีสูตรกาแฟกะทิหลายรูปแบบรองรับความต้องการผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ
แต่ทำเองไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่
กว่าจะถึงวันนั้น ความต้องการของลูกค้าอาจเปลี่ยนไปแล้ว
จึงใช้วิธีร่วมมือกับผู้ประกอบการกาแฟที่ได้รับการยอมรับ คือกลุ่มดาวคอฟฟี่ เอาความเชี่ยวชาญเรื่องกาแฟมาผสมกับความเชี่ยวชาญด้านกะทิ จำหน่ายผ่านร้านกาแฟพันธมิตรคือ ‘คาเฟ่อะเมซอน’”
นั่นคือความลงตัว
แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างซีพีเอฟ
จับมือกับ UMITRON สตาร์ทอัพญี่ปุ่น
สร้างนวัตกรรมทำฟาร์มกุ้งแบบยั่งยืน
ภายใต้โครงการ Open Innovation ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและญี่ปุ่น
เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจ 2 ประเทศจับคู่กับสตาร์ทอัพ 2 ประเทศ ช่วยกันพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ยกระดับมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรม

โดย UMITRON มีความสามารถด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการเพาะเลี้ยงปลาทะเลที่ยั่งยืน
เข้ามาช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมของซีพีเอฟให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ UMITRON จะนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศ, Internet of Things (IOT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเพาะเลี้ยงกุ้งอีกทางหนึ่ง
บางคนมองว่าแนวทางนี้มีแต่ยักษ์ใหญ่เท่านั้นทำได้
ไม่จำเป็น!
ในญี่ปุ่นร้านไอศกรีมเล็กๆ สร้างชื่อด้วยการจอยกับผู้ผลิต ‘งาดำ’ รายใหญ่
สร้างสตอรี่ ‘ไอศกรีมงาดำ’
ดังทั่วโลก!
เป็นแนวทางของธุรกิจรูปแบบใหม่
ที่ยาก! ปฏิเสธ!!










