สาลิกาคาบข่าว Vol.309/62

252

ไทยจีน MOU 3 ฉบับ จับมือพัฒนา EEC-GBC ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเมืองอัฉริยะ

www.thaigov.go.th

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือเต็มคณะกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สังคมและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.. 2025 (MPAC 2025) และ ACMECS เป็นต้น โครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีนกับยุทธศาสตร์ “Connecting the Connectivities” ที่ไทยเสนอ การเชื่อมระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กับกรอบความร่วมมือเขตอ่าวกวางตุ้งมาเก๊าฮ่องกง หรือ GBA รวมถึงการเชิญชวนให้จีนขยายการลงทุนในไทย ขณะเดียวกันก็ได้ฝากให้นายกรัฐมนตรีหลี่ช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในจีน และดูแลเรื่องสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวและยางพารา ขณะที่รัฐบาลไทยที่จะปรับปรุงมาตรฐานการให้ความคุ้มครองดูแลนักท่องเที่ยวจีน ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันPM 2.5 ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือผู้นำทั้งสองได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิชาการและนวัตกรรม 2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวสารและข้อมูลระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับสำนักข่าวซินหัว และ 3. บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) กับสถาบันนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน

www.thaigov.go.th

สุดท้ายที่กรุงเทพฯ 15 ประเทศปิดดีล RCEP สำเร็จหลังยืดเยื้อมานาน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ว่า การประชุมครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในฐานะเจ้าภาพและประธานการประชุมอาร์เซ็ปช โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมาไทยได้ทำงานร่วมกับสมาชิกอาร์เซ็ปอีก 15 ประเทศอย่างหนักและผลักดันให้การเจรจาคืบหน้าจนในวันนี้ผู้นำสามารถร่วมประกาศความสำเร็จสรุปผลการเจรจาอาร์เซ็ปทั้ง 20 บท และการเจรจาเปิดตลาดได้ตามเป้าที่ผู้นำอาร์เซ็ปตั้งไว้ โดยสมาชิกอาร์เซ็ป 15 ประเทศ(ยกเว้นอินเดีย)สามารถปิดการเจรจาจัดทำความตกลงอาร์เซ็ปทั้ง 20 บท และการเจรจาเปิดตลาดในส่วนที่สำคัญทุกประเด็นได้แล้ว และมอบให้คณะเจรจาไปเริ่มขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมาย เพื่อลงนามความตกลงอาร์เซ็ปในปี 2563 โดยในส่วนของอินเดียยังมีประเด็นคงค้างที่จะต้องเจรจาต่อสมาชิกอาร์เซ็ปจะทำงานร่วมกันเพื่อหาข้อยุติในประเด็นคงค้างของอินเดียต่อไป

SCG ควัก 500 ล้านร่วมทุน CAS ICCB ลุยวิจัยพัฒนาอาคารไฮเทคปัญญาประดิษฐ์

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี กล่าวว่า สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences – CAS) ซึ่งเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเป็นแหล่งกำเนิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีน ได้เริ่มต้นความร่วมมือกับเอสซีจีในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS Innovation Cooperation Center (Bangkok) – CAS ICCB) ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์อนาคต มุ่งเน้นใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือ 1.) เมืองอัจฉริยะ เช่น อาคารอัจฉริยะ การบริหารพลังงาน 2.) ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ 3.) เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง 4.) ธุรกิจพลังงานใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงาน และ 5.) สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจสูง สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างหลากหลายทั่วโลก และตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีเม็ดเงินสำหรับร่วมลงทุนวิจัยและพัฒนาเบื้องต้น 500 ล้านบาท

ว้าว! ทองคำหนุนส่งออกอัญมณี 9 เดือนพุ่ง 42.62% นักลงทุนตุนลดเสี่ยง

นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วง 9 เดือนของปี 2562 (..-..) มีมูลค่า 13,037.77 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 42.61% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 406,396.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.32% หากหักทองคำซึ่งเป็นสินค้าที่มีความผันผวนออก การส่งออกมีมูลค่า 6,275.79 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.68% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 195,859.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.24% ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในช่วง 9 เดือนของปี 2562 เพิ่มขึ้นจึงมาจากการส่งออกทองคำที่เพิ่มขึ้นถึง 107.44% โดยเป็นการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือน ก.. 2562 ราคาอยู่ที่ 1,511.31 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อยู่ในทิศทางขาลง การถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯออกจากตำแหน่ง ข้อพิพาทสงครามการค้ายังไม่ยุติ และมีความตรึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงลงทุนซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยแทนการลงทุนในสินทรัพย์อื่น

เทรนด์ออฟฟิศยุคใหม่ ลดขนาดพื้นที่ลงแต่เพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้น

นายสมบัติ งามเฉลิมศักดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเปเปอร์สเปซ (PAPERSPACE) กล่าวว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเทรนด์ของพื้นที่สำนักงานจะเปลี่ยนไป พื้นที่ใช้สอยของสำนักงานจะมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดและกระจายตัวไปตามสถานที่ต่างๆ ทำให้ไม่เสียเวลาเดินทางวันละหลายชั่วโมง แต่ประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น มีการใช้อุปกรณ์สวมใส่แบบไฮเทค (Wearable device) ผสมผสานกับจอฉายภาพที่ทำให้ติดต่อสื่อสารกับผู้ร่วมงานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Ai จะเป็นตัวกำหนดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสมรวมไปถึงสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของพื้นที่ได้  ดังนั้น การออกแบบสำนักงานเพื่อให้เหมาะกับการทำงานในอนาคต ต้องคำนึงถึงไลฟ์สไตล์การทำงานที่จะเปลี่ยนไปอย่างมากเหล่านี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในหลักการที่นักออกแบบพื้นที่สำนักงานในหลายประเทศทั่วโลกได้นำมาใช้ในขณะนี้เรียกว่า Activity–Based Workplace (ABW) หรือพื้นที่สำนักงานที่คำนึงถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก บางบริษัทไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ทำงานเป็นของตัวเอง แต่ยังต้องมีโคเวิร์คกิ้งสเปซเพื่อให้พนักงานในองค์กรได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อพัฒนาสิ่งต่างๆเพราะพื้นที่ทำงานที่ส่งเสริมการทำงานของพนักงานย่อมส่งผลให้ประสิทธิภาพงานทำงานดีขึ้นธุรกิจก็จะเติบโตไปด้วยเช่นเดียวกันสำหรับประเทศไทยมีบริษัทชั้นนำได้นำแนวคิดนี้มาใช้ในการออกแบบสำนักงานบ้างแล้วอาทิมายแชร์ประเทศไทยซึ่งเป็นเอเยนซี่ขนาดใหญ่ที่มีการทำงานร่วมกันทั่วโลก

Microsoft ญี่ปุ่นทดลองพนักงานทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ ผลปรากฏประสิทธิภาพสูงขึ้น 40%

บริษัท Microsoft ในญี่ปุ่นทดลองให้พนักงานทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ โดยโครงการทดลองนี้มีชื่อว่า “Work Life Choice Challenge” เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้พนักงาน 2,300 คน ทำงาน 4 วัน (จันทร์พฤหัสบดี) หยุด 3 วันต่อสัปดาห์ นอกจากนั้นยังมีข้อกำหนดอีกหลายอย่างสำหรับพนักงานที่เข้าร่วมโปรแกรมเช่นจัดประชุมได้แต่ต้องจบภายใน 30 นาที และเน้นไปที่การประชุมผ่านออนไลน์แบบเห็นหน้ากัน ผลการทดลองปรากฏว่ายอดขายของพนักงานที่ทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 39.9% เมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่พนักงานยังทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ตามปกติ มากไปกว่านั้นการให้พนักงานทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ยังทำให้บริษัทลดต้นทุนไฟฟ้าไปได้มากถึง 23.1% ลดต้นทุนการปริ้นท์งานถึง 58.7% ความสำเร็จนี้ทำให้ Microsoft ญี่ปุ่นเตรียมเดินหน้าแผน 2 ในช่วงฤดูหนาวนี้ด้วยโปรแกรม Challenge คือให้พนักงานเลือกหยุดงานในช่วง 3 วันดังกล่าวได้ตามความพอใจของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นศุกร์เสาร์อาทิตย์แบบเดิม ขณะที่ความพึงพอใจจากการทดลองพนักงานกว่า 92.1% ระบุว่าชอบรูปแบบการทำงาน 4 วัน/สัปดาห์เป็นอย่างมาก เพราะมีเวลาเหลือเอาไปพัฒนาตนเองและดูแลครอบครัวเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังมีพนักงานบางคนไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าการทำงานแค่ 4 วันอาจไม่สามารถดูแลลูกค้าได้ดีเหมือนในอดีต

สี จิ้นผิงอุ้มแคร์รี แลมเชื่อมั่นดึงความสงบกลับฮ่องกง สนับสนุนทุกการตัดสินใจ

แคร์รี แลม

หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลีรายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ได้พบกับ แคร์รี แลม หัวหน้าผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงในงาน China International Import Expo (CIIE) ครั้งที่ 2 ที่เซี่ยงไฮ้  หลังจากได้ฟังรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดในฮ่องกง สี จิ้นผิงกล่าวว่า แคร์รี แลมได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยุติความวุ่นวาย นำความสงบกลับคืนมา ซึ่งคณะรัฐบาลแผ่นดินใหญ่เชื่อมั่นในตัวผู้นำฮ่องกง และยอมรับในการตัดสินใจต่างๆของเธอและทีมผู้บริหาร ในการสยบความโกลาหลและนำความความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา ซึ่งยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่สุดของฮ่องกงในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ต้องมีบทลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายเพื่อปกป้องความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวฮ่องกง ตามหลักการหนึ่งประเทศสองระบบที่ยึดถือกฎหมายพื้นฐานของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงอย่างซื่อสัตย์ยุติธรรม