วิวัฒนาการ ‘พฤติกรรมการบริโภคคนจีน’ ชี้ชัด สินค้าส่งออกไทยกลุ่มไหน มีสิทธิผงาดได้ในตลาดแดนมังกร

159

แม้เศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจแห่งเอเชียอย่าง จีน จะยังคงซึมลึก และยังไม่มีปัจจัยใดกระตุ้นให้ตลาดโดยรวมตื่นตัวมากนัก ทว่า สำหรับผู้ส่งออกไทย ตลาดสินค้าส่งออกไปยังแดนมังกรก็ยังคงน่าสนใจและเปิดกว้างให้กับสินค้าไทยหลายประเภท เพียงแค่นักธุรกิจไทยเปิดรับและเริ่มศึกษา ‘พฤติกรรมการบริโภคคนจีน’ ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป รับรองว่าโอกาสเจาะตลาดผู้บริโภคชาวจีนที่นับวันยิ่งมีกำลังซื้อสูงจะมาอยู่ในมือของทุกคนได้ไม่ยาก

จากบทความ เรื่อง “การยกระดับการบริโภคของคนจีนกับความต้องการสินค้านำเข้า สินค้าไทยกลุ่มไหนมีโอกาส” เขียนโดย นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง เผยแพร่ในเว็บไซต์ thaibizchina.com ได้ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์จากการศึกษา ‘พฤติกรรมการบริโภคคนจีน’ ที่เปลี่ยนแปลงไป และนำมาปรับใช้เพื่อสร้างโอกาสในการเจาะตลาดแดนมังกรต่อได้ด้วยทิศทางที่เหมาะสม


‘พฤติกรรมการบริโภคของคนจีน’ แต่ละยุคสมัย และนโยบายทางการจีน ตัวชี้วัดโอกาสตลาดส่งออก

ผู้เขียนบทความเริ่มเล่าให้ฟังถึงวิวัฒนาการ ‘พฤติกรรมการบริโภคคนจีน’ แต่ละยุคสมัย ที่มีส่วนกำหนดทิศทางการบริโภคของคนจีนซึ่งเปลี่ยนไป

กระแสการยกระดับการบริโภคในจีนผ่าน 2 ยุคแรกที่เน้นการกินอิ่มนอนหลับ มีระดับและสะดวกสบายไปแล้ว เข้าสู่ยุคที่ 3 เน้นการบริโภคแบบล้ำสมัย มีสไตล์ของตนเอง โดยมีพื้นฐานจากการเผยแพร่ของอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายขึ้น จึงมีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายและสะดวกมากขึ้น ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเอง โดยมีลักษณะเด่น 4 ประการ คือ

หนึ่ง การบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ เช่น กิจกรรมสันทนาการ การท่องเที่ยว ประสบการณ์ชีวิต

สอง การบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความรู้ เช่น การศึกษา วัฒนธรรม

สาม การบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพ เช่น การรักษาพยาบาล การบำรุงสุขภาพ การออกกำลังกาย และ

สี่ การบริโภคเชิงอัจฉริยะ เช่น การสื่อสาร โทรคมนาคม การเดินทาง

ทว่า พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนที่อยู่ท่ามกลางปัจจัยลบจากสงครามการค้า ซึ่งมีการคาดการณ์การค้าระหว่างประเทศและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน ว่าการขยายตัวจะลดลง ส่งผลให้รัฐบาลจีนต้องกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อพยุงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่จีนเองก็ได้ปรับตัวโดยเน้นการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศในสัดส่วนที่มากกว่าการส่งออกมาระยะหนึ่งแล้ว

จากที่ผู้บริโภคชาวจีนมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง สินค้านำเข้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภคชาวจีน โดยสินค้าไทยก็ได้เข้าไปบุกตลาดจีนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในยุคของการยกระดับการบริโภค ผู้ผลิตสินค้าไทยมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษา ทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคสินค้านำเข้า เพื่อประเมินศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในสายตาของผู้บริโภคจีน และนำมาปรับใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมต่อไป


เปิดโผสินค้าโดนใจผู้บริโภคชาวจีน ชี้ช่องเจาะตลาดสินค้าส่งออกแดนมังกร

ประเด็นต่อมาที่บทความชิ้นนี้ตั้งใจนำเสนอ คือ การชี้แนะโอกาสการทำตลาดสินค้าส่งออกในประเทศจีน โดยอ้างอิงจาก ข้อมูลสถิติประกอบการจัดงานแสดงสินค้า China International Import Expo (CIIE) ที่ได้ข้อสรุปสำคัญดังนี้

  • ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้ามีสูง

จากการสำรวจพบว่า ร้อยละ 79.6 ของผู้บริโภคเคยซื้อสินค้านำเข้า ในจำนวนนี้ ร้อยละ 41.7 ซื้อสินค้านำเข้าในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของการซื้อสินค้าประเภทเดียวกัน โดยสินค้าที่ครองสัดส่วนค่อนข้างสูง คือ เครื่องสำอาง สินค้าแม่และเด็ก นาฬิกาและแว่นตา และเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การออกแบบ และคุณภาพ

ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของสินค้าประเภทอาหาร สินค้าแม่และเด็ก เครื่องสำอาง รถยนต์ และยังให้ความสำคัญต่อการออกแบบของสินค้าประเภทนาฬิกา แว่นตา อัญมณี และเครื่องประดับ ให้ความสำคัญต่อคุณภาพของสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน อุปกรณ์สันทนาการกีฬาและการศึกษา ให้ความสำคัญต่อราคาและรูปแบบของสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า หมวก และให้ความสำคัญต่อฟังก์ชันการใช้งานของสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้านำเข้าเพิ่มมากขึ้น

ภายในครึ่งปีข้างหน้า ร้อยละ 24.1 ของผู้บริโภคจะเพิ่มการซื้อสินค้านำเข้า โดยอาหาร สินค้าแม่และเด็ก เครื่องสำอาง นาฬิกาและแว่นตา อัญมณีและเครื่องประดับ และรถยนต์ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค 6 ประเภท ที่มีสัดส่วนผู้บริโภคต้องการจะเพิ่มการซื้อสินค้านำเข้า มากกว่าสัดส่วนผู้บริโภคที่จะลดการซื้อสินค้านำเข้า


ศึกษาเพิ่มเติมจาก Success case ผู้ส่งออกสินค้าไทย ครองใจชาวจีนในมณฑลยูนนาน

เพื่อให้เห็นภาพลู่ทางประสบความสำเร็จในฐานะผู้ส่งออกสินค้าไทย ผู้เขียนได้ไปสัมภาษณ์เพิ่มเติม คุณจันทร์จิรา อนันต์ชัยพัฒนา นักธุรกิจไทยที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจในมณฑลยูนนานกว่า 20 ปี และผู้บริหารบริษัท มูนไลท์เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าสินค้าระดับพรีเมียมของไทย

โดยในปัจจุบัน บริษัท มูนไลท์เทรดดิ้ง ได้ร่วมมือกับหุ้นส่วนชาวจีน ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนด้านสินค้าอาหารนำเข้า จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นที่นครคุนหมิงเพื่อทำตลาดอีคอมเมิร์ซสินค้าอาหารนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยล่าสุดได้เปิดร้าน Tmall flagship store บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” รวมทั้ง เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ปลาเส้น “ทาโร่” และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้า “Dee Ler’s” ที่ลงทุนร่วมกับคุณอธิชาติ ชุมนานนท์ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย

สำหรับคุณจันทร์จิรา การที่บริษัทตั้งอยู่ที่นครคุนหมิง ไม่มีผลกระทบต่อการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตช่วยให้เราสามารถทำธุรกิจจากที่ไหนก็ได้ แค่เพียงเรามีข้อมูลและการบริหารจัดการที่ดี นอกจากนี้ เธอยังชี้ว่าการขยายธุรกิจมาอยู่ในเมืองรอง ยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ด้วย

โดยผู้บริหารหญิง บริษัท มูนไลท์เทรดดิ้ง ได้ให้ทัศนะต่อการยกระดับการบริโภคในจีนเพิ่มเติมว่า

“ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสินค้าไทย เนื่องจากสินค้าไทยได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคจีนเรื่องคุณภาพดี มาตรฐานการผลิตสูง และราคาคุ้มค่า ทั้งนี้ จากสินค้านำเข้า 6 ประเภทที่ผู้บริโภคจีนมีความต้องการนำเข้าเพิ่ม พบว่า เป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ 3 ประเภท ได้แก่ อาหาร สินค้าแม่และเด็ก และเครื่องสำอาง เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น นมผง ผ้าอ้อมเด็ก หมอนยางพารา ผลิตภัณฑ์สปา และเครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้า”

“โดยสินค้าไทยเหมือนผ่านการพิสูจน์คุณภาพมาจากผู้ใช้ชาวไทยแล้ว ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนมั่นใจได้ด้วยในประสิทธิภาพการใช้งาน เช่น ประเทศไทยมีอากาศร้อนชื้น ผ้าอ้อมเด็กจึงใช้วัสดุที่ไม่ระคายเคืองผิวทารกและดูดซับความชื้นได้ดี และเครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้าจึงใช้ส่วนผสมที่ติดแน่นและไม่ลบเลือนง่าย”

นอกจากนี้ การยกระดับการบริโภคไม่ได้จำกัดแค่เรื่องของสินค้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องของบริการ ดังนั้น ร้านอาหารไทยก็สามารถตอบสนองการยกระดับการบริโภคของผู้บริโภคได้เช่นกัน

คุณจันทร์จิราขยายธุรกิจจากความสำเร็จที่ได้รับในฐานะผู้ส่งออกสินค้าไทยสู่การเปิดร้านอาหารไทย Cloud18 ที่ใจกลางนครคุนหมิงอีกด้วย ซึ่งคุณจันทร์จิรามองว่า ร้านอาหารไทยไม่จำเป็นต้องนำเสนอความเป็นไทยโดยการตกแต่งด้วยนางรำหรือลายกนก ซึ่งล้าสมัยแล้ว แต่สามารถนำเสนอความเป็นไทยผ่านการตกแต่งร้านให้มีบรรยากาศสบายเหมือนอุปนิสัยคนไทย รวมทั้งรสชาติอาหารและการตกแต่งจานที่มีสไตล์ด้วย food stylist

ต่อมา คุณจันทร์จิราให้คำแนะนำสำหรับผู้ส่งออกสินค้าไทยที่สนใจตลาดจีน ว่าต้องดำเนินการดังนี้

  • พิจารณาว่าสินค้าตรงกับความต้องการของตลาดจีนหรือไม่

ทั้งในเรื่องคุณภาพ ราคา บรรจุภัณฑ์ คู่แข่ง และขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้า เพราะสินค้าประเภทเดียวกันในตลาดจีนมีเยอะมาก

  • จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทันที ป้องกันการก๊อปปี้

หากเห็นว่า สินค้ามีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนได้ ก็ควรพิจารณาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทันที เนื่องจากมีสินค้าไทยจำนวนไม่น้อยที่ถูกนักธุรกิจจีนหัวใสจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตัดหน้า

  • จัดตั้งบริษัทในจีนเพื่อดำเนินการเรื่องนำสินค้าขึ้นทะเบียน

แนะนำให้ทำกับ China Entry-Exit Inspection and Quarantine (CIQ) นำเข้าสินค้า และจัดจำหน่ายต่อไป หากไม่สะดวกที่จะจัดตั้งบริษัทในจีนเอง ก็สามารถหาตัวแทนจำหน่ายในจีนเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวแทนได้

  • อยากสำเร็จ ต้องกล้าลงทุน

การจะประสบความสำเร็จในการบุกตลาดจีน ขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านเงินทุนและความกล้าทุ่มเทของผู้ประกอบการไทยด้วย โดยเฉพาะการทำตลาดอีคอมเมิร์ซ เพราะผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มักจะหวังยอดขายในตลาดจีน แต่กลับไม่ยอมลงทุน

ยกตัวอย่าง น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของไทยมีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าของประเทศอื่นและราคาต่ำกว่า แต่เมื่อค้นหาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นใน Tmall กลับไม่พบน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของไทยเลย มีแต่น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นของประเทศอื่น ซึ่งสาเหตุมาจากผู้ประกอบการไทยมีสินค้าดี แต่ไม่กล้าลงทุน นั่นเอง


ที่มา : บทความ เรื่อง “การยกระดับการบริโภคของคนจีนกับความต้องการสินค้านำเข้า สินค้าไทยกลุ่มไหนมีโอกาส” เขียนโดย นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง เผยแพร่ในเว็บไซต์ thaibizchina.co


ชี้โอกาสส่งสินค้าไทย ไปผงาดในตลาดแดนมังกร ในมุมมองที่หลากหลาย

BEAUTIFUL CHINA ก้าวย่างทศวรรษที่ 8 ของจีน

จีน ฝ่ากระแสเศรษฐกิจดิ่ง ด้วยบทบาทใหม่น่าจับตา “ผู้นำ เกษตรกรรมสมัยใหม่” ระดับโลก

ไต้หวัน…จากดินแดนยากจนสู่จ้าวแห่งเทคโนโลยี