ทักษะยุคดิจิทัลที่ ‘นักกฎหมายไทย’ ควรมี เพื่อปูทางสู่การเป็น ‘ผู้กำหนดนโยบายแห่งอนาคต’

173

จากคอนเซ็ปต์ ‘Playfessional ชอบทางไหนต้องไปให้สุด’ ต่อยอดสู่การจัดงานเสวนา ตอน “ผู้กำหนดนโยบายแห่งอนาคต Future Policy Makers” เพื่อวิเคราะห์ทักษะที่ นักกฎหมายไทย ต้องมีไว้ และนำมาปรับใช้กับการทำงานในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว งานนี้จัดขึ้นโดย DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ร่วมกับ คณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ และคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มธบ. ซึ่งได้เชิญกูรูระดับผู้บริหารหน่วยงานจากหลากหลายสถาบันฯ ผู้มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับ นักกฎหมาย มาแนะแนวทางการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับนักกฎหมายยุคนี้ไว้อย่างน่าสนใจ


ทิศทางการพัฒนาศักยภาพ นักกฎหมายไทย สู่ ‘ผู้กำหนดนโยบายแห่งอนาคต’ ควรเป็นอย่างไร?

วงเสวนานี้ เริ่มต้นด้วยการเชิญวิทยากรคนแรก ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลองแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้มุมมองเพื่อปูพื้นก่อนว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรจาก นักกฎหมายไทย ไปสู่ผู้กำหนดนโยบายแห่งอนาคต ควรมีแนวคิดอย่างไร

ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์

ผู้กำหนดนโยบายในอนาคตจะต้องคำนึงถึง 2 เรื่องหลัก คือ

  1. สามารถนำข้อมูลจากพฤติกรรมของคนมาใช้ประโยชน์ แทนที่การคิดตามคำสั่งหรือคิดตามกฎหมายที่ออกแบบจากบนลงล่าง
  2. ต้องคำนึงถึงความรู้สึกและอารมณ์ร่วมกันในการดำเนินนโยบายร่วมกับประชาชน

“ดังนั้น การกำหนดนโยบายในอนาคตจะต้องสร้างมาจากความรู้สึกและความต้องการของประชาชนเป็นหลัก ส่วนความเสี่ยงของผู้กำหนดนโยบายหากพิจารณาตามตัวแปรเรื่อง ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ย่อมจะมีความเสี่ยงสูง เมื่อดำเนินนโยบายจะรับความเสี่ยงเพียงผู้เดียว แต่ในอนาคตถ้าสังคมไว้ใจและเปิดโอกาสให้นักกฎหมายไทย ได้มีส่วนร่วมกำหนดนโยบายมากขึ้น ความเสี่ยงจะลดลง”

“และแน่นอนว่าในอนาคต ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจของมนุษย์ ซึ่งเป็นโจทย์ที่นักกำหนดนโยบายต้องหาคำตอบ เมื่อมนุษย์เป็น Analog ส่วนโลกกลายเป็น Digital การเรียนตามทฤษฎีหรือแนวคิดอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะช่วยกำหนดนโยบายในอนาคตได้ เพราะอย่าลืมว่า โลกเราทุกวันนี้มีข้อมูลมากมายที่จะทำให้คนสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายกว่าการท่องจำ”

“เพราะฉะนั้น ว่าที่ นักกฎหมายแห่งอนาคต จึงต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์และมุมมองที่เอื้อต่อการกำหนดนโยบายที่ไม่ได้มาจากนิติศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์อย่างเดียว แต่ต้องสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีที่ถนัดและปรับเข้ากับการออกแบบแพลตฟอร์ม ให้คนมีส่วนในการกำหนดนโยบายในอนาคตร่วมกันได้”


เปิดแนวทางพัฒนา นักกฎหมายแห่งอนาคต ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

มาถึงผู้บริหารที่เป็นตัวแทนด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ซึ่งได้มาชี้แนะแนวทางการพัฒนา นักกฎหมายแห่งอนาคต เพิ่มเติมในมุมมองที่แตกต่างว่า

ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร

“หากย้อนกลับไปในสมัยที่โลกยังไม่รู้จักเทคโนโลยี และมีการแบ่งเขตปกครองอย่างชัดเจน การกำหนดนโยบายในยุคนั้นจะใช้นักกฎหมายหรือภาครัฐเป็นศูนย์กลางการออกกฎหมาย ซึ่งสามารถควบคุมได้ง่าย แต่ปัจจุบันเมื่อโลกเปลี่ยนไป รัฐบาลไม่สามารถควบคุมกำกับประชาชนได้ วิธีกำหนดนโยบายจึงต้องเปลี่ยนไปด้วย โดยไปเน้นการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับประชาชน นำปัญหาของประชาชนมาตั้งเป็นศูนย์กลางในการออกแบบ”

“ยุคนี้ต้องยอมรับกันได้แล้วว่าเทคโนโลยีไปเร็วกว่ากฎหมาย ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่นักกฎหมายต้องมี Regulatory Sandbox หรือพื้นที่ทดลองนวัตกรรมใหม่ที่กฎหมายยังไปไม่ถึง ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่นักกฎหมายต้องรู้ โดยหัวใจหลักคือ การเปลี่ยนแนวคิดใหม่”

“จากสมัยก่อนลำดับการออกกฎหมายคือ ลงราชกิจจานุเบกษา ประกาศ บังคับใช้ แต่ปัจจุบัน ต้องใช้วิธีการทดสอบด้วยเทคโนโลยีเพิ่มเติม หรือการทำประชาพิจารณ์ เพื่อหาตัวชี้วัดกฎหมายที่ออกแบบว่าสามารถควบคุมได้หรือไม่ หรือในทางเทคนิคคือ การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายและการตรวจสอบเนื้อหา (Regulation Impact Assessment-RIA) ก่อนออกกฎหมาย เมื่อเกิดพื้นที่การทดลองใช้กฎหมาย นักกำหนดนโยบายสามารถพัฒนาการออกกฎหมายที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ดีขึ้น”

ส่วนทักษะที่นักกฎหมายไทยจำเป็นต้องสนใจและสร้างเสริมเพื่อสามารถอยู่รอดและทำงานได้ในยุคดิจิทัลนั้น ดร.ชินาวุธ แนะนำว่า

“ในอดีตพื้นฐานการเรียนกฎหมายถูกปลูกฝังให้ท่องจำและรู้ลึกในศาสตร์เดียว แต่ปัจจุบันคนที่เรียนด้านกฎหมายต้องรู้ลึก รู้จริง และต้องศึกษาแอปพลิเคชันกฎหมายใหม่ เพื่อตามเทคโนโลยีที่ดิสรัปต์เข้ามาให้ทัน ขณะที่ต้องเล็งเห็นด้วยว่าจะเอาทักษะ ความรู้นั้นไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร”

“เพราะถ้ามองกฎหมายในอดีตเป็นเครื่องมือ เมื่อนำมาปรับใช้ในปัจจุบันในบางกรณีอาจดูเก่า ต้องสามารถชี้แนะเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้ได้ด้วยการทำความเข้าใจรอบด้าน”

“ทุกวันนี้ เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ และสังคมก็มีต้นทุนว่าจะตัดสินใจใช้เทคโนโลยีใหม่นั้นหรือไม่ แต่ปัญหาอาจอยู่ที่ความเร็วและข้อจำกัด เพราะต้องเข้าใจว่าการเป็นนักกำหนดนโยบายในอนาคต ไม่สามารถตัดสินใจได้เต็มร้อย และจะนำข้อมูลมาตัดสินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องนำพฤติกรรมของมนุษย์มาวิเคราะห์ด้วย เนื่องจากต่อไปประเด็นเรื่องสิทธิของประชาชนมีความสำคัญมาก แต่จะทำอย่างไรให้ใช้ต้นทุนและโอกาสที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดต้องวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงที่มี โดยพิจารณาให้รอบด้านทั้งส่วนที่มองเห็นและมองไม่เห็นด้วย”


บูรณาการเทคโนโลยี และองค์ความรู่ด้านกฎหมายได้ อยู่รอดแน่นอนในยุคดิจิทัล

ด้าน ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการ DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวในฐานะสถาบันการศึกษาเจ้าภาพจัดการเสวนานี้ว่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม

“ในอดีตการกำหนดนโยบายสาธารณะเป็นหน้าที่ของนักนโยบาย และ นิติกร แต่การกำหนดนโยบายในอนาคตต้องมีการปรับใช้เทคโนโลยีเข้ามากำหนดนโยบายที่เหมาะสมด้วย ดังนั้น นักกำหนดนโยบายต้องศึกษาบทบาทของเทคโนโลยีที่มีผลกับพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อออกแบบนโยบายที่เหมาะสม หากนักนโยบายไม่มีความรู้เรื่องดังกล่าวและออกแบบกฎหมายมาคุมทุกอย่าง จะส่งผลให้เทคโนโลยีที่อยู่ในมือมนุษย์ถูกใช้ไปแบบไม่เหมาะกับรูปการณ์หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่”

“และหากไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มประสิทธิภาพ จะกลายเป็นปัญหาของประเทศแทน เพราะนโยบายที่ถูกต้องควรออกมาในระยะเวลาที่เหมาะสมกับสังคมหรือบริบทนั้นๆ นักนโยบายในอนาคตจึงต้องมีศาสตร์การเข้าถึงประชาชนร่วมด้วย”

ปิดท้ายด้วย ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เกริ่นว่า หน้าที่หลักของตนคือช่วยผู้ที่มีอำนาจในการออกกฎหมายเข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น มีความแม่นยำและได้คำตอบที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนในสังคม

ดร.ภูมิ ภูมิรัตน

“จากประสบการณ์การทำงานด้านเทคโนโลยีกว่า 4 ปี ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างนักกำหนดนโยบายในอดีต ในปัจจุบัน และในอนาคต รวมถึงนักเทคโนโลยีในอดีตด้วย โดยนักเทคโนโลยีในอดีต เน้นการกระตุ้นให้นักนโยบายเข้าใจว่า ถึงเวลาที่ต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยกำหนดนโยบายเพื่อลดการออกนโยบายบนความกลัว และชี้ให้เห็นว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงตรรกะพื้นฐานและโครงสร้างทางสังคม”

“ดังนั้น ถ้าผู้ออกแบบนโยบายไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ นโยบายจะเข้ากันไม่ได้กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นถ้านักออกแบบไม่เข้าใจธรรมชาติของข้อเท็จจริง ผลที่คาดหวังว่าจะได้ก็อาจจะไม่ได้อย่างที่คิด”


ที่มา : เรียบเรียงจากการเสวนา เรื่องPlayfessional ชอบทางไหนต้องไปให้สุด’ ตอน “ผู้กำหนดนโยบายแห่งอนาคต Future Policy Makers” จัด ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.)


มีอีกหลากหลายวิชาชีพ ที่บุคลากรจำเป็นต้องพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ 

สร้าง ‘บุคลากรดิจิทัล’ พันธุ์ใหม่ ต้องแตกต่าง ด้วย ‘ทักษะ Visual Effect & Visualization’ ขั้นเทพ

4 ทักษะที่อาชีพ ‘ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน’ ต้องมี เพื่อดันไทยเป็นฮับการบินของอาเซียน

ติดอาวุธทักษะชีวิตครบทุกมิติ ให้บัณฑิตยุคดิสรัปชัน ด้วยบทเรียนใหม่แกะกล่อง ‘วิชาการออกแบบชีวิต’