RCEP จิ๊กซอว์ที่ยังไม่สมบูรณ์

259

RCEP หรือ อาร์เซป คือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งเป็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก


ประกอบด้วยสมาชิก 16 ประเทศ คือ อาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม

กับคู่เจรจา 6 ประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

รวมแล้วมีประชากรกว่า 3,560 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของประชากรโลก

มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 11.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30% ของมูลค่าการค้าโลก

ได้รับการยอมรับว่าเป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

RCEP ข้อตกลงเขตการค้าเสรี
www.thaigov.go.th

การรวมกลุ่ม RCEP ตั้งไข่มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 แต่เพิ่งบรรลุผลการเจรจาในเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียน หรือ อาเซียนซัมมิตซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

หลังการเจรจายืดเยื้อมากว่า 7 ปี

เนื่องด้วยความเป็นกลุ่มการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จึงมีข้อตกลงรายละเอียดปลีกย่อยมากมายหลายด้าน

การเจรจาแต่ละครั้งมีทั้งเรื่องที่ตกลงกันได้และตกลงกันไม่ได้

โดยกรอบการเจรจามีทั้งหมด 20 เรื่อง อาทิ การเปิดตลาดการค้าสินค้าการค้าบริการการลงทุนทรัพย์สินทางปัญญาการจัดซื้อโดยรัฐกฎถิ่นกำเนิดสินค้านโยบายการแข่งขัน

ย้อนกลับไป 5 เดือนก่อนการประชุมอาเซียนซัมมิตจะเริ่มขึ้น

มีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 21-22 มิถุนายน 2562 ปรากฏว่า ข้อตกลง RCEP ในวันนั้นยังมีถึง 13 เรื่องที่คั่งค้าง

จนหวั่นเกรงว่าจะเสร็จไม่ทันในปีนี้

แต่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนได้พยายามผลักดันอย่างเต็มที่

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

กระทั่งวันที่ 1-3 สิงหาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี RCEP สมัยพิเศษ ครั้งที่ 8 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นการประชุมระหว่างประเทศนัดแรกหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พร้อมกับผลสรุปหลังการประชุมว่า

ผู้นำอาเซียนให้ความสำคัญใน 13 ประเด็นเศรษฐกิจที่ยังค้างคา ทุกคนมีความตั้งใจว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีนี้

ภายใต้การผลักดันอย่างแข็งขันของไทยในฐานะประธานอาเซียน สุดท้ายข้อตกลง RCEP ก็ปิดดีลสำเร็จในเวทีการประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงเทพมหานคร

โดยได้มีการแถลงผลการประชุมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ถึงความสำเร็จของการเจรจา RCEP ทั้ง 20 บทตามเป้าหมายที่ผู้นำตั้งไว้

สมาชิก RCEP 15 ประเทศ (ยกเว้นอินเดีย) ยอมรับข้อตกลงทั้ง 20 บท และเห็นชอบทุกประเด็นสำคัญ

หลังจากนี้จะมอบให้คณะเจรจาไปเริ่มขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมาย เพื่อลงนามความตกลงในการประชุม RCEP ครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2563

RCEP ข้อตกลงเขตการค้าเสรี
(ซ้าย) หลี่ เค่อเฉียง, (ขวา) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา // www.thaigov.go.th

หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า จะช่วยให้นานาประเทศรับมือกับความท้าทายจากลัทธิกีดกันทางการค้า เขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออกจะกลายเป็นเขตการค้าที่มีประชากรจำนวนมาก มีความหลากหลายของสมาชิก และมีศักยภาพมากที่สุดของโลก จีนพร้อมรักษาหลักการของความเข้าใจในกันและกัน พร้อมทำงานร่วมกันกับนานาประเทศ รวมทั้งจะร่วมการเจรจากับอินเดีย เพื่อต้อนรับอินเดียเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม การที่อินเดียยังไม่ร่วมลงนาม

ก็เท่ากับว่าประชากร 1.3 พันล้าน ยังไม่เข้าสู่ตลาด RCEP

ความสมบูรณ์จึงยังไม่เต็มร้อย

ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่ของอินเดีย อาจต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการยุติประเด็นคั่งค้าง

ทั้งการเปิดตลาดสินค้าเกษตร หรือการเปิดเสรีด้านการค้า ที่จะมีสินค้าราคาถูกจากจีนทะลักเข้าไปอย่างแน่นอน

อินเดียจึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

RCEP ข้อตกลงเขตการค้าเสรี
นเรนทรา โมดี // www.thaigov.go.th

เป็นเหตุให้นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ยังสงวนท่าทีในการเจรจาออกไปก่อน

แต่ถึงแม้อินเดียจะไม่ได้ลงนามร่วมกับสมาชิกกลุ่ม RCEP จีนในฐานะพี่ใหญ่ของกลุ่มก็ยังมีอีกหนึ่งข้อตกลงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และมีอินเดียอยู่ในนั้น

ข้อตกลงที่ชื่อ ‘BRICS’

เป็นอักษรย่อที่ใช้เรียกกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย บราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa)

มีพื้นที่รวมกันมากกว่า 1 ใน 4 ของโลก

มีจํานวนประชากรรวมกันมากกว่าร้อยละ 43 ของประชากรโลก

มีสัดส่วนจีดีพีประมาณ 1 ใน 4 ของโลก

กระนั้นก็ตาม!

ในเชิงปฏิบัติการรวมกลุ่ม BRICS ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

เพราะความห่างไกลทางภูมิภาคและศักยภาพจีดีพีที่ต่างกัน

ซึ่งจีนอินเดียมีจีดีพีเหนือกว่าอีก 3 ประเทศ

ส่งผลให้เกิดอำนาจการต่อรองที่แตกต่างกัน

จนคุยกันไม่รู้เรื่อง!

ข้อตกลง BRICS จึงไม่ลื่นไหลตามวัตถุประสงค์

เมื่อ BRICS ไม่เพอร์เฟ็กต์

จีนจึงเทความหวังมาที่ RCEP

อินเดียลงนามในข้อตกลงเมื่อไหร่

จิ๊กซอว์นี้จึงสมบูรณ์!!!


บทความที่สาลิกานำเสนอก่อนการประชุม RCEP 

‘อาร์เซ็ป’ ดีลยักษ์…พลิกโลก

เตรียมตัวกันไว้ เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียนและจะเปิดการค้าเสรี