Q “ตัวจริง” ตัวละครลับ (ที่ไม่ลับ) ของ James Bond (ตอนจบ)

92

ดังที่ได้กล่าวเอาไว้ในตอนที่แล้ว ว่าเรื่องราวของ Hacker นั้นน่าสนใจมาก เพราะมีทั้งด้านดีและด้านร้าย แม้ว่าโลกภายนอกมักมองพวกเขาในแง่ร้ายมากกว่าก็ตาม


เพราะก็เป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป ว่าได้มีการจัดแบ่งประเภทของ Hacker ออกเป็น 3 แบบ โดยใช้ “หมวก” เป็นสัญลักษณ์ของการบ่งบอกสถานะของ Hacker อันประกอบไปด้วย

1. Hacker “หมวกขาว”

2. Hacker “หมวกดำ”

และ 3. Hacker “หมวกเทา” นั่นเองครับ

Hacker หมวกขาว นั้น “ขาว” สมชื่อ เพราะเป็น Hacker ที่ใจซื่อมือสะอาด

ส่วน Hacker หมวกดำ นี่ก็ “ดำ” สมชื่อเช่นกัน เพราะเป็น Hacker สุดอำมหิต

และ Hacker หมวกเทา นั่นก็ “เทา” สมชื่อเหมือนกัน คือมัน “แอ๊บแมน” จะดูไม่ออกว่ามันเป็นคนยังไงกันแน่ (ฮา)

แน่นอนว่า ทั้ง Will Ackerly และทั้ง Edward Snowden เมื่อรับเงินเดือนจาก NSA เพื่อปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์เหมือนกันทั้งคู่

ซึ่งก็อย่างที่กล่าวไปแล้ว ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ย่อมจะต้องรู้จักกลเม็ดเด็ดพรายของจารชนบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ Hacker อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

และทำไปทำมา บางครั้งบางหน หรือหลายๆ หน ทั้งสองหน่อ กลับสวมบทบาท Hacker เสียเอง

ซึ่งแน่นอนว่า ในเวลานี้ Edward Snowden ถูกสหรัฐอเมริกาจับสวม “หมวกดำ” ให้ใบเบ้อเร่อ!

และก็แน่นอนอีกว่า Will Ackerly หรือ MR.Q ได้รับการสวม “หมวกขาว” โดยสหรัฐอเมริกาอีกเช่นกัน

เพราะแม้ ทั้งสองคนจะเคยทำงานที่ NSA เหมือนๆ กัน แต่ทุกวันนี้ ทั้งสองหน่อต่างสวม Converse กันคนละคู่

Edward Snowden

อย่างไรก็ดี โดยนัยในทางการเมืองแล้ว ทางการสหรัฐฯ ได้จัดแจง “สวมหมวก Hacker” ให้ทั้ง Will Ackerly และทั้ง Edward Snowden เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านปฏิบัติการ I.O.

คือเมื่ออเมริกันรู้สึกว่า “แนวร่วมฝ่ายซ้าย” ในระดับสากลให้การสนับสนุน Edward Snowden “แนวร่วมฝ่ายขวา” ก็เลยต้องเปิดหน้าชกด้วยกลยุทธ์ Information Operation หรือ I.O. เพื่อแย่งชิงฐานมวลชน “ผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด”

เพราะ Edward Snowden นั้นเป็น Bad boy ในสายตาลุงแซมไปแล้วจากกรณีแฉข้อมูลลับ ตีแผ่ความฉาวโฉ่ของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

ซึ่งก็ไม่ใช่การเอาข้อมูลอะไรที่ไหนมาแฉ แต่เป็นข้อมูลของทั้งสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเองนั่นแหละ

ขณะที่ Will Ackerly กลับถูกปั้นให้เป็น Mr. Nice guy หรือ Q ซึ่งเป็นด้านตรงกันข้ามกับ Edward Snowden ชนิดที่เรียกว่า 100%

Will Ackerly

เหตุผลที่ทำให้ทุกวันนี้ทั้งสองคนต่างมีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วก็คือ การประพฤติตนที่แตกต่างกัน คือในขณะที่ “เด็กดื้อ” ที่ชื่อ Edward Snowden กำลังตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย

“เด็กดี” ที่ชื่อ Will Ackerly กลับกินอิ่มนอนอุ่นอยู่ในคฤหาสน์ที่ใหญ่โตราวปราสาทราชวัง

เพราะหลังจากที่เขาลาออกจาก NSA ก็ดูเหมือนว่า Will Ackerly จะได้รับการสนับสนุนทั้งทางอ้อมและทางตรงในการ “รับงาน” ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรูปแบบองค์กรธุรกิจที่ชื่อ Virtru

บทบาท Q ของ Will Ackerly จึงถูกปล่อยออกมาผ่านนิตยสารของคนอเมริกัน พร้อมๆ กับการที่หนัง James Bond สายลับชาวอังกฤษภาคใหม่ ซึ่งว่ากันว่า นี่เป็น James Bond ภาคสุดท้าย กำลังจะลงโรงฉายช่วงต้นปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้

ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนิสัยดั้งเดิมของทั้งสหรัฐอเมริกาและทั้งอังกฤษ ที่ต้องหา “ผู้ร้าย” มาเป็นแพะรับบาปให้กับทุกๆ เรื่องที่เขาต้องการ

ไม่ว่า “ผู้ร้าย” เหล่านั้น จะเป็น “ผู้ร้ายจริงๆ” หรือ “ผู้ร้ายในจินตนาการ” ก็ตามครับผม

พูดถึง James Bond ภาคสุดท้าย ที่นอกจากจะเป็นการฉลองของหนังชุด James Bond ตอนที่ 25 แล้ว ยังมีข่าวว่า จะมีการสร้างปรากฏการณ์หลายอย่างให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัว James Bond หญิง และปูทางไปสู่ James Bond ผิวสี ไปจนถึง James Bond เกย์!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ James Bond ได้เกษียณตัวเอง สลัดคราบ Playboy และแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา สร้างครอบครัวอบอุ่นได้อย่างน่าประหลาดใจ

ซึ่งถือว่า James Bond ภาคสุดท้ายของ Daniel Craig เรื่องนี้ น่าติดตามมากทีเดียวนะครับ