สาลิกาคาบข่าว Vol.315/62

142

‘พลังงาน’ ผุดแผนแม่บทปิโตรเคมีเฟส 4 หนุน ‘ปตท.เอสโซ่’ ลงทุนอีอีซี 3 แสนล้าน

นายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯได้หารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อที่จะให้นโยบายพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดยหนึ่งในแผนงานสำคัญคือการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เฟส 4 ที่คณะกรรมการปฏิรูปได้นำเสนอเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในเบื้องต้นรับทราบว่าทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) อยู่ระหว่างการว่าจ้างสถาบันปิโตรเลียมศึกษาจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเฟส 4 คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2563 ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนระดับกว่า 3 แสนล้านบาท ปัจจุบันอุตสาหกรรมปิโตรเคมีถือเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของไทยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อีอีซีอยู่แล้ว และมีโรงกลั่นที่มีศักยภาพที่พร้อมจะยกระดับไปสู่ปิโตรเคมีเฟส 4 เนื่องจากต้องยอมรับว่าในอนาคตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีคุณสมบัติเป็นก๊าซเปียกนำมาผลิตปิโตรเคมีได้จะทยอยหมดลงไป การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ไม่มีคุณสมบัติในการผลิตปิโตรเคมี ไทยจำเป็นต้องมองการพัฒนาปิโตรเคมีที่มีพื้นฐานจากแนฟทาที่มาจากกระบวนการกลั่นน้ำมันมากขึ้น หากไทยมีแผนชัดเจนก็จะทำให้เกิดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และยังเป็นการรักษาฐานปิโตรเคมีของไทยให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้ และเอกชนในไทยเองก็พร้อมลงทุนทั้งกลุ่มปตท.หรือกลุ่มเอสโซ่

ฤทธิ์ออนไลน์! 4 นาที 100 เดียวเกลี้ยงทั่วไทย…อาลีบาบาโกย 3.6 แสนล้านในหนึ่งชั่วโมง

เมื่อวันที่ 11-11 ได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนร่วมโครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทยเป็นวันแรกผ่านทาง www.100เดียวเที่ยวทั่วไทย.com โดยเริ่มให้จองสิทธิ์ตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. และทันทีที่ททท.เริ่มเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการมาลงมะเบียนผ่านเว็บไซต์พบว่าเพียงแค่เวลา 4 นาที หรือ ในเวลา 06.04 น. ก็มีผู้มาเข้ามาลงทะเบียนเต็ม 10,000 คน โดยผู้ลงทะเบียนที่ได้คิวเรียบร้อยระบบจะจัดให้เข้าไปซื้อสินค้าท่องเที่ยวเป็นชุดๆ โดยให้เข้าได้ชุดละ 1,000 คน และจะขายให้คนกลุ่มนี้จนครบ 10,000 รายการที่เปิดขายในแต่ละวัน ใครที่พลาดต้องจองคิววันที่ 12 เวลาเดิม ขณะที่เทศกาลวันคนโสดของจีน 11-11 เว็บไซต์อาลีบาบารายงานปริมาณการขายสินค้ารวม (GMV) มีมูลค่าสูงถึง 3.6 แสนล้านบาทในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง คิดเป็นการเติบโต 20% จากปีที่ผ่านมา

LINE เปิดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ บริการ แชตรับส่งจ่าย จบในขั้นตอนเดียว

นายเลอทัด ศุภดิลก Head of E-Commerce, LINE ประเทศไทย กล่าวถึงโครงการใหม่ LINE OA Plus E-Commerce บริการสำหรับผู้ค้าออนไลน์ที่ต้องการใช้ไลน์เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้า ด้วยการออกแบบการใช้งานให้รองรับตั้งแต่การพูดคุยกับลูกค้า การรับออเดอร์ การชำระเงินและส่งมอบสินค้าอย่างครบถ้วนในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งได้รวบรวม 4 บริการหลักที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ ประกอบด้วย LINE Official Account สำหรับติดต่อสื่อสารกับลูกค้า นำเสนอโปรโมชันต่างๆ, Rabbit LINEPay บริการด้านการเงินทั้งรูปแบบ Wallet และ Payment Gateway, LINE Point บริการ Reward System บน Platformของไลน์ และ LINE MAN บริการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ LINE OA Plus ยังออกแบบระบบหลังบ้านให้ใช้งานง่ายและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการตลาดครบครัน ทั้งเครื่องมือจำแนกกลุ่มลูกค้า เครื่องมือเพิ่มยอดขาย และระบบการนำเสนอโปรโมชันสำหรับลูกค้า ซึ่งสามารถดัดแปลงได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน คาดว่าจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการราวเดือนมกราคมปี 2020 นี้

‘กระทงออนไลน์’ ไอเดียกิ๊บเก๋เด็กคอมพิวเตอร์เพิ่มกิจกรรมครอบครัว

นายนิติภูมิและนายเนติพงษ์ พาภักดี พี่น้องฝาแฝดนักศึกษาระดับ ปวส.2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ ได้ทำโปรแกรมลอยกระทงออนไลน์ เพราะต้องการให้วันลอยกระทงเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวได้ลอยกระทงพร้อมกัน โดยพัฒนาเป็นโปรแกรมที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือและนำไปเชื่อมต่อกับจอทีวี โดยสร้างธีมเป็นการลอยกระทงตามวันเกิด ใช้สีวันเกิดเป็นสัญลักษณ์ จากนั้นพิมพ์ชื่อตนเองพร้อมพิมพ์คำอธิษฐานลงไปด้วย กระทงก็จะไปปรากฏบนจอทีวีลอยตามๆ กันไปทั้งครอบครัว ซึ่งทุกคนในครอบครัวก็จะได้มองและส่งกระทงจนลับสายตา นอกจากจะเป็นการประหยัดแล้วยังทำให้คนในครอบครัวมาทำกิจกรรมตามประเพณีร่วมกัน โดยนักศึกษาฝาแฝดบอกว่าได้พัฒนาให้จำนวนกระทงไปปรากฎบนจอได้ครั้งละ 30 ใบ

ยกเสน่ห์ ‘ปิ่นโต’ ดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นทัวร์ไทย

นายยุทธศักดิ์ ศุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า ททท.สำนักงานโตเกียว เตรียมจัดทำโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะชาวฮอกไกโดเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยในช่วงที่ฮอกไกโดอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานถึงเดือนเมษายน ทั้งนี้ททท.จะร่วมกับบริษัทนำเที่ยวและสายการบินต่างๆ ทั้งที่มีเที่ยวบินตรงฮอกไกโด-กรุงเทพฯและจังหวัดท่องเที่ยวหลักอื่นๆ ของไทย อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ดึงกลุ่มเป้าหมายหลักทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ สตรีวัยทำงาน นักเรียนที่สนใจเดินทางท่องเที่ยวเชิงการศึกษาหรือสคูล ทริปในต่างประเทศ โดยจะนำเสนอในเรื่องราววัฒนธรรมการใช้ภาชนะ ‘ปิ่นโต’ สําหรับบรรจุใส่อาหาร ซึ่งปิ่นโตไทยกับโอเบนโตะของญี่ปุ่นก็มีความคล้ายคลึงจึงสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้มากขึ้น เป็นการนำเสนอเรื่องราววัฒนธรรมการใช้ปิ่นโตที่คนไทยใช้ในชีวิตประจําวันให้คนญี่ปุ่นได้มาสัมผัสประสบการณ์การทําอาหารไทยและใช้ปิ่นโตแทนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทย

UN ชี้ 30 ปี ‘อินเดีย’ มีจำนวนประชากรสูงสุดในโลกแซงหน้าจีน ไทยเหลือ 60 ล้านคน

แผนกกิจการสังคมและเศรษฐกิจองค์การสหประชาติ นำเสนอข้อมูลประชากรในอนาคตจากหนังสือชื่อว่า World Population Prospect 2019 พบว่าจำนวนประชากรทั้งหมดของโลกจะแตะหมื่นล้านในอีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้านี้ แม้ว่าอัตราการเติบโตของประชากร (Population growth) จะค่อย ๆ ลดลงไปก็ตาม โดยประชากรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในส่วนของซับซาฮาร่าจะมีจำนวนประชากรเพิ่มแบบก้าวกระโดดรวมถึงกลุ่มละตินอเมริกา ขณะที่ญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยจะมีประชากรถดถอยอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือจำนวนประชากรจะคงที่แทบไม่เพิ่มขึ้น สำหรับภาพรวมประชากรในช่วง 30 ปีข้างหน้าประเทศที่จะมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นมากสุดคืออินเดีย ไนจีเรีย ปากีสถาน คองโก เอธิโอเปีย แทนซาเนีย อินโดนีเชีย และอียิปต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งไม่มีการคุมกำเนิดเพราะขัดแย้งกับความเชื่อทางศาสนา มีอัตราการเกิดที่สูง ทำให้อันดับของประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกเปลี่ยนไป โดยอินเดียจะเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรเป็นอันดับหนึ่งของโลก รองลงมาคืนจีน (ปัจจุบันอันดับ 1) ส่วนประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรลดลงในอีก 30 ปีข้างหน้าราวร้อยละ 5 หรือเหลือประมาณ 60 ล้านคนหรือน้อยกว่า

Give Power สร้างโรงไฟฟ้าโซลาเซลล์ เปลี่ยนทะเลเป็นน้ำดื่มช่วยชาวเคนยา

องค์กรไม่แสวงผลกำไร Give Power ได้ทำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถแยกเกลืออกจากน้ำ (solar powered desalination plant) ในเมืองควางก้า ประเทศเคนยา เพื่อเปลี่ยนน้ำทะเลจากมหาสมุทรอินเดียเป็นน้ำดื่มสะอาด โดยได้เปิดใช้งานเมื่อปลายปีที่ผ่านมาผลิตน้ำดื่มได้ 19,800 แกลลอนหรือประมาณ 75,000 ลิตรต่อวัน เพียงพอสำหรับผู้บริโภค 35,000 คนต่อวัน แม้การกลั่นน้ำทะเลจะเป็นรู้กันทั่วไปว่ามีราคาแพงจนเป็นอุปสรรคให้หลายประเทศไม่สามารถทำได้ แต่ด้วยนวัตกรรมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงหลายเท่าตัว แถมน้ำที่ผลิตได้ยังสะอาดกว่าน้ำกลั่นทั่วไป ไม่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งวิธีนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายประเทศเพิ่มจำนวนน้ำดื่มช่วยชีวิตคนทั่วโลก ซึ่งคาดว่าภายในปี 2025 ประชากรกว่าครึ่งโลกจะเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำ