‘คิดก่อนแชต’ แนะ 10 เคล็ดลับ ศิลปะแห่งการส่ง ‘ข้อความดิจิทัล’ ลดความบาดหมาง

361

“คำพูด ทำร้ายคนได้มากกว่าอาวุธแหลมคม” คำสอนนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ผู้คนสื่อสารกันได้รวดเร็วขึ้น เพียงนิ้วคลิกเท่านั้น และด้วยความรวดเร็วปรู๊ดปร๊าดนี้เอง ที่ทำให้บ่อยครั้ง ก่อนจะสื่อสารด้วย ข้อความดิจิทัล ผ่านช่องทางออนไลน์หรือสื่อโซเชียลต่างๆ เราจึงขาดความยั้งคิดไป จนทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่พึงปรารถนาได้มากมาย

ทว่า ในอีกทางหนึ่ง ด้วยข้อความดิจิทัลเหล่านี้เอง ที่ทำให้ชาวโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวก ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ทั้งความห่างไกลระหว่างประเทศ กำแพงด้านภาพลักษณ์และวัฒนธรรม เรียกว่าจะอยู่ที่ไหนก็ติดต่อสื่อสารกันได้แค่มีสัญญาณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น

และแน่นอนว่า ช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียที่ยังคงเป็นที่นิยมของคนยุคดิจิทัล ก็หนีไม่พ้นทาง Facebook ซึ่งในแต่ละวัน ผู้คนหลายล้านคนใช้งาน Facebook เพื่อการเชื่อมต่อ และวิธีการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ การส่งข้อความดิจิทัล โดยพบว่าในทุกๆ วัน มีการส่งข้อความบนแพลตฟอร์มส่งแมสเสจของ Facebook กว่า 1 แสนล้านข้อความ

แม้ว่าการส่ง ข้อความดิจิทัล จะกลายเป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสารยอดฮิตในยุคดิจิทัล แต่ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา กติกาในการสร้างปฏิสัมพันธ์ผ่านการ Chat ยังไม่ได้มีการกำหนดกฎกติกามารยาทอย่างชัดเจน บางคนอาจแค่เคยคิดว่า ข้อความของเรายาวเกินไปไหม ควรทิ้งระยะการส่งข้อความนานเท่าไรก่อนที่จะติดตามเรื่องต่อ หรือถ้าหากเรากดออกจากกลุ่มแชต (Leave chat) ที่มีการส่งข้อความโต้ตอบกันมากเกินไป จะถือเป็นการเสียมารยาทหรือไม่ คำถามที่หยิบยกขึ้นมาเหล่านี้ ยังไม่เคยมีผู้ให้คำตอบอย่างจริงจังและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงแบบเห็นผล

ล่าสุด เพื่อไขข้อสงสัยและสนับสนุนให้มีการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นในยุคดิจิทัลนี้ Facebook ได้ทำงานร่วมกับ เดอเบรตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำเรื่องมารยาทในสังคม จัดทำคู่มือแนะนำ “มารยาทในยุคดิจิทัล” ขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก หรือเรียกว่า “ศิลปะแห่งการส่งข้อความดิจิทัล : แนวทางของการสื่อสารในยุคดิจิทัล”


10 เคล็ดลับ ศิลปะแห่งการส่ง ‘ข้อความดิจิทัล’ ลดความบาดหมาง

ไฮไลต์ของคู่มือเล่มนี้อยู่ที่เคล็ดลับ 10 ข้อ ที่จะช่วยให้แชตครั้งต่อไปของทุกคนไม่ถูกมองข้าม และยังไม่สร้างความบาดหมางใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตาม อย่างได้ผล

สื่ออารมณ์และความหมายให้ดี

แม้ข้อความที่ส่งผ่าน Facebook ไม่ได้มีโทนเสียง สื่อถึงอารมณ์ผู้แชต ทว่า ในข้อความที่คุณส่งสื่อถึงความหมายได้มากกว่าที่คิด ดังนั้นก่อนจะแชต ให้ลองคิดก่อนว่า ข้อความดิจิทัลนั้น สื่อด้วยโทนเสียงหรือน้ำเสียงที่เป็นมิตรและเป็นกลางที่สุด หลีกเลี่ยงถ้อยคำเหน็บแนมหรือเสียดสี และอาจใช้สัญลักษณ์หรืออิโมจิน่ารักต่างๆ ช่วยทำให้โทนของข้อความเป็นเชิงบวกได้

นอกจากนี้ ควรเช็กก่อนเสมอว่าข้อความที่จะส่งนั้นสะกดคำผิดหรือไม่ เพราะการใช้ฟังก์ชันแก้ไขข้อความอัตโนมัติ อาจทำให้ความหมายที่คุณต้องการจะสื่อบิดเบือนไปได้

กระชับเข้าไว้ แต่อย่าสั้นจนเกินไป

ส่วนใหญ่ เวลาเราพิมพ์ข้อความส่งทางสื่อออนไลน์ เรามักพิมพ์แบบสั้นๆ ซึ่งบางครั้งก็สั้นเกินไปจนห้วน และอาจสร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้รับข้อความได้ ดังนั้น การสื่อสารด้วยข้อความที่ยาวแต่ครบถ้อยความจึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจทุกครั้งที่แชต ถ้าจังหวะนั้นไม่ว่างพิมพ์ข้อความโต้ตอบยาวๆ อาจตอบข้อความด้วยคำสั้นๆ แค่หนึ่งคำ พร้อมกับส่งอิโมจิแค่รูปเดียวก็สามารถสื่อได้แล้วว่า เรากำลังยุ่งอยู่ ไม่ใช่ไม่สนใจในบทสนทนานั้น

และในคู่มือนี้ยังได้แนะนำให้ส่งข้อความที่ไม่ต้องมีหลายประโยค หรือลองใช้วิดีโอแชตแทนการส่งข้อความก็ได้ หากมีเรื่องมากมายที่อยากคุย และเมื่อต้องการจบบทสนทนาให้แจ้งอีกฝ่ายว่า รับทราบเรื่องแล้ว ด้วยประโยคสั้นๆ แต่นิ่มนวลแทนการส่งแค่คำเดียว

อย่าส่งหลายข้อความติดๆ กัน เก็บใจความสำคัญให้ครบภายในข้อความเดียว

ถ้าเป็นไปได้ ให้หลีกเลี่ยงการส่งหลายข้อความติดกัน เพราะอาจทำให้ผู้รับรู้สึกรำคาญและเสียสมาธิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแชตกลุ่ม การส่งข้อความเยอะในครั้งเดียวอาจทำให้ผู้ร่วมบทสนทนาคนอื่นสับสนและตามบทสนทนาไม่ทัน อาจนำไปสู่การสื่อสารที่ผิดพลาดได้

แคร์สักนิดก่อนคิดแชร์

หากคิดจะแชร์หรือส่งต่อข้อความ รูปภาพหรือเอกสารใดๆ ให้กับคนอื่น ควรขออนุญาตเจ้าของข้อความนั้นก่อนเสมอ ให้เป็นกติกาเช่นเดียวกันกับการแชตแบบกลุ่ม เลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น เช่น การถามเพื่อนอย่างเปิดเผยถึงวีรกรรมเมื่อไปเดตล่าสุด อาจทำให้เพื่อนรู้สึกว่าโดนแฉและอับอาย นี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

ต้องรู้ว่ากำลังแชตอยู่กับใคร

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อได้รับคำเชิญเข้าแชตกลุ่ม คือเช็กดูว่า มีใครอยู่ในกลุ่มแชตนั้นบ้าง เพื่อจะได้ทราบว่ากลุ่มนี้ชอบสนทนาเรื่องใด หลีกเลี่ยงการล้อเล่นด้วยมุกตลกเฉพาะกลุ่ม หรือพูดถึงเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ และควรส่งข้อความที่มีความเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่อยู่เสมอ หากต้องการพูดคุยกับใครสักคน ควรแชตแยกออกไปจะดีที่สุด

อย่าปล่อยให้คู่สนทนารอเก้อ

หากเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มแชตของคุณส่งข้อความมาแต่ไม่มีใครตอบ อย่าปล่อยให้พวกเขารอเก้อ ให้พยายามตอบกลับ หรือถ้ายังไม่ว่างก็แค่ตอบแบบง่ายๆ อย่างการกด ‘ถูกใจ’ ข้อความที่ส่งมานั้น หรือบอกว่าคุณไม่รู้คำตอบก็ได้ การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นผู้อื่นให้ตอบกลับเช่นกัน ในทางกลับกัน ถ้าหากคุณเป็นคนที่ถูกปล่อยให้รอเก้อเองก็อย่าไปถือสา รอให้เวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงก่อนแล้วค่อยติดตามการสนทนาโดยทักด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า “แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้างนะ…”

ตอบกลับให้ฉับไว

การตอบกลับข้อความในทันทีเป็นวิธีที่สุภาพ แต่หากคุณกำลังยุ่งและรู้ว่าข้อความนั้นไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วน คุณสามารถเก็บข้อความนั้นไว้โดยไม่เปิดอ่านจนกว่าคุณจะมีเวลาว่างตอบกลับก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อีกทางเลือกหนึ่งคือคุณสามารถเปิดการแจ้งเตือนแบบพุช (push) ที่ช่วยให้อ่านข้อความได้ก่อน โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าคุณอ่านแล้ว ด้วยวิธีนี้เอง ก็จะช่วยให้คุณสามารถตอบกลับในเวลาที่สะดวกได้ โดยไม่ได้ดูเหมือนว่าคุณไม่ใส่ใจ

อย่าเท แม้จะหมดความสนใจในกลุ่มสนทนานั้นแล้ว

อย่าตัดขาดการติดต่อทั้งหมดในกรุ๊ปแชตที่คุณไม่ได้สนใจแล้วไปอย่างห้วนๆ เพราะการเพิกเฉยข้อความของผู้อื่นมักนำไปสู่การเท และยังสร้างความรู้สึกกระวนกระวายกับความไม่แน่ใจให้อีกฝ่าย หากต้องการยุติการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มสนทนานั้น ให้ทำอย่างเปิดเผยและนุ่มนวล ด้วยคำอธิบายที่กระชับและสุภาพ หากคุณกำลังคบหาหรือรู้จักอีกฝ่ายมาสักพักแล้ว ควรโทรศัพท์ไปหาเขาหรือบอกเขาต่อหน้าเมื่อพบกันจะดีที่สุด

บอกลาให้ถูกธรรมเนียม

หลายคนเบื่อกับการส่งรูปอาหารในแชตครอบครัวที่ไม่เคยหยุดหย่อน ไม่อยากเห็นรูป “สวัสดีวันจันทร์” ถึงวันอาทิตย์ หรือไม่อยากอ่านข่าวในประเด็นที่ไม่สนใจซึ่งมีสมาชิกในกรุ๊ปแชร์มา ถึงกระนั้น การจะออกจากกลุ่มใดก็ต้องวางแผนให้ดี อธิบายเหตุผลสั้นๆ ให้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น คุณต้องเร่งทำงานให้ทันกำหนดส่งเลยต้องพักจากมือถือสักหน่อย จากนั้นก็ออกจากกลุ่มไปเลย โดยไม่จำเป็นต้องรอคำตอบ แต่หากคุณคิดว่าการออกจากแชตเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป ก็แนะนำให้ “ปิดการแจ้งเตือน” แทนเพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องดราม่าทุกทาง

หากจะออกจากกรุ๊ป ต้องบอกลาอย่างมีวาทศิลป์

อย่าประเมินค่าของการกล่าวอำลาต่ำไปเด็ดขาด ยิ่งกับคนกลุ่มคนยุคเบบี้บูมเมอร์ ยิ่งต้องระวังคำพูด การทิ้งท้ายทุกข้อความด้วยการพิมพ์แค่ว่า “รักนะ จากพ่อ” อาจทำร้ายจิตใจคนอ่านก็ได้ หรือแค่การที่คุณหายไปจากบทสนทนาเฉยๆ อาจสร้างความสับสนให้กับอีกฝ่าย หากคุณจะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่น หรือจะหายไปจากบทสนทนา วิธีที่ดีที่สุด คือ การแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “10 มารยาทในการคุยแชต” (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562) จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


อ่านเคล็ดลับน่ารู้สำหรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลอย่างสงบสุข

เจาะเรื่องจริง ‘ภัยสุขภาพจิตบนโลกออนไลน์’ จาก ‘ภาวะกลัวการตกกระแส FOMO’ ถึงด้านสว่าง JOMO ความตื่นรู้จากการเสพติดสื่อดิจิทัล

สังคมออนไลน์ : บนเส้นทางสร้างสรรค์และทำลายล้าง

รู้ทันพฤติกรรมเสี่ยงบนโลกออนไลน์ของคน 3 GEN ป้องกัน ‘การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล’ ก่อนสายเกินไป