สาลิกาคาบข่าว Vol.318/62

153

คลังเปิดบริการ 3 โครงการใหญ่ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยหลังเป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนระหว่าง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และกรมสรรพากร, กรมศุลกากร, กรมบัญชีกลาง, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ว่า กระทรวงจะนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ยกระดับการทำงานในหน่วยงานต่างๆ นำร่อง 3 โครงการ คือ 1.การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VAT Refunds for Tourists) ของกรมสรรพากร ซึ่งแต่ละปีนักท่องเที่ยวมาขอคืนแวตปีละ 2 ล้านคนจากยอดมูลค่าการซื้อสินค้า 50,000 ล้านบาท โดยมียอดขอคืนภาษี 200,000 รายต่อเดือน จากสถิติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากจีนขอคืนแวตสูงสุด 70% ของนักท่องเที่ยวรวมทั้งหมด เนื่องจากชาวจีนส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้เงินสดโดยจะเริ่มให้บริการแอปพลิเคชันดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 28 ..นี้ 2.ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ลดขั้นตอนการตรวจสอบ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และ 3.การออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DLT Scripless Bond) เพื่อช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการออกใบพันธบัตรทั้งหมด จากเดิม 15 วัน เหลือเพียง 2 วัน โดยรัฐบาลจะเริ่มออกพันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาลผ่านระบบบล็อกเชนในเดือน เม..2563 จำนวน 5,000 ล้านบาท สามารถซื้อได้ขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป โดยกระทรวงจะเร่งปรับปรุงโปรแกรมบอนด์ ไดเร็ก (BOND DIRECT) เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านระบบออนไลน์ได้

EXIM แนะผู้ประกอบการหาช่องลงทุน 10 S Curve ในอีอีซีเพื่อทางรอดระยะยาว

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวถึงสงครามการค้าสหรัฐจีนที่ยังยืดเยื้อมีส่วนทำให้มูลค่าส่งออกของโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 หดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยข้อมูลล่าสุดจากองค์การการค้าโลก (WTO) พบว่าการส่งออกรวมของทั้งโลก 6 เดือนแรกของปี 2562 หดตัว 2.8% หรือมูลค่าส่งออกลดลงราว 268,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.3% ของโลก ทางออกในระยะสั้นของผู้ประกอบการไทยได้แก่การเร่งกระจายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ ในเอเชีย แอฟริกา อเมริกากลาง และลาตินอเมริกา โดยเฉพาะ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งกำลังซื้อยังเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวไปลงทุนในโครงการใหม่ๆที่รองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเพื่ออนาคต เช่น ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือกิจการที่ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ในตลาดการค้าโลกในอนาคตข้างหน้าโดยเฉพาะในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายหรือ S-curve ที่รัฐบาลส่งเสริมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม เป็นต้น จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดและขยายธุรกิจได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

กนอ.-ปตท. ร่วมมือพัฒนาธุรกิจดิจิทัลหนุนผู้ประกอบการรับยุค 4.0

..สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ปตทศึกษาพัฒนาธุรกิจการให้บริการระบบดิจิทัล ที่สอดรับกับนโยบายพัฒนาแพลตฟอร์มการปฏิรูปอุตสาหกรรม (ไอทีพีขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง  ในแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการออกแบบระบบ(เอสไอช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนต่างๆ อาทิ การขอรับการส่งเสริมการลงทุน การขอรับคำปรึกษา การประเมินความพร้อมและความคุ้มค่าในการลงทุน ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้แบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว การนำระบบดังกล่าวมาใช้ผู้ประกอบการจะสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการออกแบบระบบที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงได้งานตรงตามความต้องการ และได้รับการส่งมอบงานที่ตรงเวลา ในราคาที่เหมาะสม ทำให้ลดต้นทุนในการจัดหาและจัดซื้อ ตลอดจนสามารถขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และราบรื่น ในขณะเดียวกันจะทำให้เกิดการขยายตัวของการผลิต การใช้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติอย่างแพร่หลาย อันจะนำมาซึ่งการจ้างแรงงานที่มีทักษะสูง ตรงกับความต้องการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ

กสร. จับตา 3 กิจการเสี่ยงเลิกจ้างรับเหมาโรงแรมยานยนต์

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่าในช่วงนี้มีสถานประกอบกิจการหลายแห่งหยุดกิจการชั่วคราวโดยใช้มาตรา 75 ตามพ...คุ้มครองแรงงาน พ..2541 เลิกจ้างลูกจ้าง รวมทั้งปิดกิจการนั้น ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นพบว่า บางข่าวเป็นข่าวไม่จริง สถานประกอบกิจการไม่ได้มีการเลิกจ้างแต่อย่างใด และบางข่าวเป็นข่าวเก่าที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม กสร.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับประเด็นปัญหาดังกล่าว ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่มีอยู่ทั่วประเทศ พร้อมจับตาเฝ้าระวังสถานประกอบกิจการที่อาจสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายปิดกิจการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเภทกิจการกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กิจการรับเหมาก่อสร้าง โรงแรม ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ หากมีสัญญาณว่าอาจมีปัญหาดังกล่าว ให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าไปให้คำปรึกษา ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานแก่นายจ้างลูกจ้าง หากพบว่ามีการเลิกจ้างลูกจ้างในพื้นที่ให้เร่งดำเนินการ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือลูกจ้างในทันที

ทีวีดิจิทัลเลือดไหลไม่หยุด จ่อคืนใบอนุญาตเพิ่ม กสทช. ช่วยหาทางออก

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลมาขอคำปรึกษาว่าประกอบกิจการมีปัญหาแม้จะไม่ต้องจ่ายเงินค่าประมูลแล้ว แต่ผลประกอบการยังขาดทุนเรื่อยๆ ดังนั้นมีผู้ประกอบการอีกหลายช่องอยากยุติการให้บริการ และอยากได้เงินคืนเหมือนผู้ประกอบการ 8 ช่องที่แจ้งความประสงค์คืนคลื่นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องไปดูในข้อกฎหมายว่าจะทำได้หรือไม่ และต้องดูว่าจะสามารถใช้คำสั่งคสช.มาตรา 44 เดิมได้หรือไม่ ซึ่งผู้ประกอบการที่จะคืนคลื่นในลอตใหม่อยากได้เงื่อนไขเหมือนผู้ประกอบการในลอตแรก ดังนั้นจะเสนอเรื่องดังกล่าวไปให้คณะอนุกรรมการเยียวยาพิจารณาก่อนว่าจะช่วยได้หรือไม่และช่วยอย่างไร ซึ่งต้องดูถึงความเหมาะสม เพราะก่อนหน้านี้เปิดโอกาสให้คืนลอตแรกไปแล้ว

ทรูปลื้ม! รายได้โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คว้าอันดับ 1 ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมโลก

กลุ่มทรู งบการเงิน

ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กลุ่มทรู กล่าวว่า ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมากลุ่มทรูมีฐานผู้ใช้บริการเติบโตแข็งแกร่งและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการมีจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 78.6 พันล้านบาทและกำไรสุทธิ 5.4 พันล้านบาทในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2562 อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยเฉพาะการได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมติดต่อกันเป็นปีที่สองสำหรับดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ทั้งนี้ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มทรูยังคงมีฐานผู้ใช้บริการที่เติบโตสูงเหนืออุตสาหกรรม โดยเฉพาะฐานผู้ใช้บริการระบบรายเดือนของทรูมูฟ เอช ที่เพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 215,000 คิดเป็นร้อยละ 43 ของอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน ธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตกลับมาเติบโตสูงขึ้นแม้การแข่งขันยังคงอยู่ในระดับที่สูง อันเป็นผลจากการมุ่งสรรหามูลค่าเพิ่มตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ตรงจุด โดยเฉพาะการเปิดตัวแคมเปญนวัตกรรม Gigatex Fiber Router เทคโนโลยีล่าสุดจากทรูออนไลน์ ที่มาพร้อมคอนเทนต์ยอดนิยมผ่านกล่อง TrueID TV สร้างความแตกต่างผ่านการให้บริการด้านดิจิทัลครบวงจรและสิทธิประโยชน์มากมายภายใต้ทรูยูและทรูพอยท์ อีกทั้งยังเพิ่มพรีเมียมคอนเทนต์อย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดผ่านทุกแพลตฟอร์มทั้งทีวีออนไลน์และดิจิทัล นอกจากนั้นทรูไอดียังมีจำนวนผู้ใช้บริการต่อเดือนที่เติบโตต่อเนื่องเป็น 22.2 ล้านราย นับเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

20 ประเทศแอฟริกาสร้างกำแพงยักษ์สีเขียว 8 พันกิโมเมตร เปลี่ยนทะเลทรายเป็นป่าไม้

www.nationalgeographic.org

เมื่อปี 2002 กลุ่ม Africa Union มีแนวคิดให้กลุ่มประเทศแอฟริกาทำโครงการ Great Green Wall of Sahara and the Sahel เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ 100 ล้านเฮคเตอร์ที่แห้งแล้งไม่ต่างจากทะเลทรายให้กลายเป็นกำแพงยักษ์สีเขียวด้วยต้นไม้ด้วยความยาวกว่า 8,000 กิโลเมตรและกว้าง 15 กิโลเมตรจากตะวันออกไปยังตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ 12 ประเทศแอฟริกา เป้าหมายคือดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 250 ล้านตันภายในปี 2030 ลดปัญหาโลกร้อน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนายั่งยืน SDGs โครงการนี้ได้เริ่มลงมือทำอย่างจริงจังในปี 2007 มีประเทศสนใจเข้าร่วมจนกลายเป็น 20 กว่าประเทศในแอฟริกา รวมถึงองค์กรอื่นๆอีกจำนวนมาก โครงการกำแพงยักษ์สีเขียวนอกจากจะสร้างประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจแล้วย้งช่วยการสร้างงานกว่า 10 ล้านคน โดยเฉพาะในภูมิภาค Sahel ที่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความขาดแคลนมากที่สุดในโลกและได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เกิดการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันผ่านมา 12 ปีประสบความสำเร็จอย่างมาก จากข้อมูล UN Convention to Combat Desertification ระบุว่าพื้นที่กว่า 20 ล้านเฮคเตอร์หรือร้อยละ 20 ของเป้าหมายได้ถูกฟื้นฟูแล้วในเอธิโอเปีย เซเนกัล ไนจีเรีย มาลี ซูดาน และชาติอื่นๆ ประชากรเข้าถึงแหล่งทรัพยากรอาหารมากขึ้น มีงานทำมากขึ้น ลดปัญหามลพิษและชีวิตมีความสุขมากขึ้น