ฝ่า ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ด้วยยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล โดย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

284

ได้ยินมานานว่า ประเทศไทยติด ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ แต่เชื่อว่ายังมีคนไทยอีกมากที่ยังงงๆ ว่า คำนี้มาจากไหน ติดกับดักคืออะไร ทำไมต้องใช้คำว่า ‘รายได้ปานกลาง’ แล้วใครกำหนดกฎเกณฑ์?


ความหมายของ ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ 

กับดักรายได้ปานกลาง มาจากการที่ธนาคารโลกตั้งเกณฑ์จำแนกประเทศตาม ระดับรายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income per capita) โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 ระบุระดับรายได้ไว้ดังนี้

ที่บอกว่า ไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง แสดงว่า ประเทศไทยมีตัวเลขรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 3,996 – 12,375 ดอลลาร์ และเมื่อชะงักอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางนานวันเข้า จึงเรียกกันว่า ติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) นั่นเอง

แต่เมื่อไรที่ระดับรายได้ประชาชาติต่อหัวของไทยสูงเกิน 12,375 ดอลลาร์ เราก็จะพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ขยับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง


ประเด็นคัดสรรจากงาน “OIIO” Thailand TECHLAND 2019 

ภายในงาน “OIIO” (ศูนย์หนึ่งหนึ่งศูนย์) มีวิทยากรมากประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาให้ความรู้ คำแนะนำจำนวนมาก แต่ที่นำมาฝากผู้อ่านคือ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘พลังซอฟต์แวร์ไทย สู่อนาคตยุคดิจิทัลไทยแลนด์’ โดย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเน้นที่เทคโนโลยี 5G, ผู้ประกอบการดิจิทัล, Data Center และโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ

“ภาครัฐพยายามผลักดันให้ 5G เกิดขึ้นเพื่ออนาคตของประเทศ เพื่อลูกหลานของเรา ถ้าเราพลาดรถไฟขบวนนี้ เหมือนพลาดแล้วพลาดเลย เงินไม่รู้กี่ล้านล้านบาทก็จะหายไป และอย่างน้อยอีก 10 – 20 ปี ข้างหน้า กว่าที่นักลงทุนจะคิด Relocate ลูกหลานเราอาจจะต้องไปเป็นลูกจ้างในประเทศอื่น ไม่มีโอกาสทำงานในบริษัทข้ามชาติในไทย เพราะเขาย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกัน ทำอย่างไรให้เราเป็นหนึ่งเดียวให้ได้ เพราะ 5G จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากมีเพียงภาครัฐดำเนินการ” 

ต่อด้วยการบอกกล่าวผู้มาร่วมงานและสาธารณชนว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังปัญหา หาทางออกให้แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลไทย โดยเฉพาะสตาร์ทอัพต่างๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางดิจิทัลในภูมิภาคได้จริง รวมทั้งอยากให้ Data Center ของใครก็ตามที่มาลงทุนเกี่ยวกับดิจิทัลในไทย อยู่ในไทย เพื่อให้เม็ดเงินและการลงทุนมหาศาลอยู่ในไทย และให้คนไทยมีหุ้นส่วนด้วย หลังจากนั้นพาเข้าสู่เรื่องระดับชาติ ได้แก่ โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทย รายได้ประชาชาติต่อหัว จำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี เกษตรกรรม และโครงสร้างประชากรไทย

โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทย GDP กับดักรายได้ปานกลาง

ในด้าน ‘โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทย’ คุณพุทธิพงษ์นำข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ มาอธิบาย ทั้งจำนวนครัวเรือนหรือกิจการ จำนวนแรงงานในแต่ละภาคส่วน รายได้จากการส่งออก และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ดังนี้

  • GDP ของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีมูลค่า 7,026,109 ล้านบาท คิดเป็น 45.73%
  • GDP ของเอสเอ็มอีมีมูลค่า 7,013,791 ล้านบาท คิดเป็น 45.65%
  • GDP ของภาคเกษตรกรรมมีมูลค่า 1,324,140 ล้านบาท คิดเป็น 8.62%

และที่เราได้ยินกันมาตลอดว่า ‘ไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง’ เนื่องจากรายได้ต่อหัวของประชากรไทยในปี 1976 อยู่ที่ราว 5,000 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับมาเลเซีย แต่มากกว่าเกาหลีใต้และจีน โดยในตอนนั้น จีนได้ราว 500 ดอลลาร์ 

เวลาผ่านไป รายได้ต่อหัวของประชากรต่างไปจากเดิม…

จีนขึ้นไปถึง 9,000 ดอลลาร์
มาเลเซียขึ้นไปถึง 12,000 ดอลลาร์
ไต้หวัน/เกาหลีใต้เกิน 30,000 ดอลลาร์

ส่วนไทยนั้น อยู่ที่ราว 8,000 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบตัวเลขนี้กับเกณฑ์ของธนาคารโลก ชัดเจนว่า ไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมานานถึง ‘43 ปี’ (พ.ศ. 2519 – 2562)

จากโครงสร้างดังกล่าวจะเห็นว่า ประเทศไทยมี ผู้ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม มากที่สุด แต่กลับสร้าง รายได้เข้าประเทศ และ GDP น้อยที่สุด หมายความว่า มีบางสิ่งผิดพลาด กอปรกับการที่รายได้ประชาชาติต่อหัวไม่ได้ก้าวไปไหนไกล ยิ่งย้ำชัดว่าไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง และจะยังติดไปอีกหลายปี

รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังกล่าวเพิ่มอีกว่า “ต้องหาแนวทางร่วมกันว่า ทำอย่างไรให้เรามีคอนเทนต์ดีๆ สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลได้อย่างมีความสุข” 


ประธาน DCT เผย 5 ยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Thailand Techland: Future for Thais’ โดยกล่าวถึงวามเปลี่ยนแปลงต่างๆ Mindset ที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีสำคัญในระดับโลก ศักยภาพประเทศ ไปจนถึงแนวทางพัฒนาด้านทักษะและเทคโนโลยีดิจิทัลในไทย ดังนี้

“เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป Disruption ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นทั้งวิกฤตและโอกาสว่าเราจะเติบโตพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Mindset ถ้าคิดว่าวิกฤตก็วิกฤต ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชีวิต ก็จะมีโอกาสอีกมากมายให้เราได้ค้นหา” 

โดยต้องเริ่มจากขั้นตอนดังนี้

  1. สร้างมาตรฐานและดัชนีชี้วัดใหม่
    ต้องเริ่มจากสร้างมาตรฐานด้านดิจิทัล กำหนดดัชนีชี้วัดตัวเอง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมดิจิทัล
  2. สร้างพาร์ทเนอร์ชิพ
    ต้องสร้างความร่วมมือแบบพาร์ทเนอร์ชิพระหว่างภาคอุตสาหกรรม ระหว่างภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ เพราะจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ มีการถ่ายทอดหรือส่งต่อข้อมูลและความรู้เพื่อให้ประเทศไทยเป็น ‘Open Economy’ หรือ เศรษฐกิจแบบเปิด ไม่มีการควบคุมการค้าระหว่างประเทศ ไม่อย่างนั้นไทยจะกลายเป็น ‘Closed Economy’ ไม่มีการค้าขายระหว่างประเทศ
  3. สร้างคนดิจิทัล
    คือ การสร้างบุคลากรให้มีศักยภาพและทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี มี Digital Literacy หรือมีความเชี่ยวชาญตั้งแต่เรื่อง Coding การบริหาร รวมถึง Future Workforce มีทักษะแห่งอนาคต ทำได้โดยการเพิ่มทักษะแบบ Reskill, Upskill, Newskill เป็นสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนและวางเป้าหมายที่ชัดเจน
  4. มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม
    ทุกอุตสาหกรรม ทุกบริษัทต้องทำ Digital Transformation เปลี่ยนองค์กรเป็น ‘องค์กรดิจิทัล’ โดยใช้เทคโนโลยี Cloud, Data ฯลฯ
  5. ผลักดันให้ไทยเป็นฮับด้านนวัตกรรม
    การทำให้ประเทศไทยเติบโตและมีศักยภาพที่จะเป็นฮับด้านนวัตกรรมให้แก่ภูมิภาคหรือในระดับโลก จะสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติอีกมาก

และทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ข้างต้น แยกย่อยได้เป็นกลยุทธ์ 12 ด้าน ดังนี้

    1. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
    2. ด้านฮาร์ดแวร์
    3. ด้านซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน
    4. ด้านทรัพยากรมนุษย์
    5. ด้านเงินทุน
    6. ด้านความเชื่อมั่น
    7. ด้านความร่วมมือ
    8. ด้านนวัตกรรม
    9. ด้านความเข้าใจเรื่องดิจิทัล/การศึกษา/การเพิ่มทักษะ
    10. ด้านนโยบายสนับสนุน
    11. ด้านความเท่าเทียมในสังคม
    12. ด้านความยั่งยืน

นอกเหนือจากคนไทย 40% ที่อยู่ในภาคการเกษตรซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากข้อมูลข้างต้น  คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็ออกนอกระบบการเกษตร ศุภชัยจึงเน้นย้ำว่า ต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในภาคการเกษตรให้ได้ เช่น นำ IoT มาสร้างฟาร์มอัจฉริยะ ร่วมสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ อาทิ AgriTech FoodTech


เส้นทางพา Thailand ไปสู่ Techland เพื่อให้ประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ อ่านต่อได้ในบทความด้านล่าง

Future Workforce & Reskilling 5 ขั้น ดันไทยสู่ Techland โดย ศุภชัย เจียรวนนท์


อ้างอิงข้อมูลจาก