อยากทำ ต้องได้ทำ สร้าง e-Book จาก PowerPoint สำหรับคนอยากมีหนังสือของตัวเอง (ตอนจบ)

354

เมื่อครั้งที่แล้ว เราได้ทิ้งท้ายกันไว้ที่เทคโนโลยี OCR หรือ Optical Character Recognition

โดย OCR เป็นนวัตกรรมที่นำมาสร้าง e-Book ในยุคแรกๆ นั่นเองครับ

ส่วนอีกเทคโนโลยีหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยม และได้กลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน คือ PDF ทำการแปลงหนังสือกระดาษเป็น e-Book

นั่นก็คือโปรแกรม Adobe Acrobat PDF Editor ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการแปลงภาพตัวหนังสือให้เป็นข้อความที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้

การแปลงหนังสือกระดาษให้เป็น e-Book ด้วยโปรแกรม PDF นั้น นอกจากจะเป็นมาตรฐานที่รู้จักกันทั่วโลกแล้ว ยังมีขั้นตอนการทำงานที่ง่ายกว่ากระบวนการ OCR หลายช่วงตัวเลยทีเดียว

เพราะอาศัยเพียงแค่โปรแกรมการแปลง PDF ที่จะมาจับข้อมูลที่เราป้อนผ่าน Keyboard หรือผ่านไฟล์ Word จากนั้น จะทำการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างเป็น e-Book ในรูปแบบของไฟล์ PDF

ดังนั้น หนังสือกระดาษจึงถูกปรับแปลงรูปแบบไปเป็นแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แทน

ดังที่กล่าวไปในตอนก่อนว่า ประโยชน์ของ e-Book คือความสะดวกในการเผยแพร่ และความคล่องตัวในการจัดพิมพ์เอกสาร ไม่ว่าจะจัดพิมพ์เองง่ายๆ ผ่านเครื่องพิมพ์ที่บ้านหรือที่ทำงาน และการจัดพิมพ์ในระบบโรงพิมพ์หรือระบบ Offset Digital Print หรือ Print on Demand ก็ตาม

หากย้อนไปดูถึงรูปแบบของ e-Book รุ่นแรกๆ ก่อนหน้าที่จะมี OCR และ PDF ก็คือการเอาหนังสือกระดาษมานั่งคีย์หรือป้อนเข้าไปในโปรแกรม Word Processing ทีละตัว ทีละคำ จนกลายเป็นหนังสือทั้งเล่ม ที่บรรจุอยู่ในไฟล์ WORD ดังนั้น นามสกุลของไฟล์ดังกล่าว จึงต้องเป็นประเภท .doc และ .txt หรือ .rtf

ในเวลาต่อมาเมื่อมีการพัฒนาภาษา HTML หรือ Hypertext Markup Language ขึ้น ส่งผลให้ ข้อมูลต่างๆ ได้ถูกออกแบบและตกแต่งให้อยู่ในรูปแบบของ Website โดยผู้อ่านสามารถเปิดอ่าน e-Book ได้ด้วย Web browser ตระกูลต่างๆ อาทิ Internet Explorer Mozilla FireFox Google Chrome

หลังจากนั้น เมื่อเห็นว่า ทั้ง OCR และ PDF ตลอดจน e-Book Reader ไม่ว่าจะเป็น Kindle Nook Kobo Sony Reader Cybook Boox PocketBook

Microsoft จึงพัฒนา The Read in Microsoft Reader add-in for Microsoft Word ขึ้นเพื่อเสนอตัวเป็นคู่แข่งกับผู้นำในตลาด e-Book ทั้งหลายในช่วงเวลานั้น

โดยมีรูปแบบไฟล์เป็นนามสกุล .CHM โดยมีตัวอ่านคือ Microsoft Reader และหลังจากนั้นมีบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ได้พัฒนาโปรแกรมจนกระทั่งสามารถสร้างเป็น e-Book ที่สามารถแก้ไข เพิ่มเติม หรือลบข้อความ แทรกภาพ และสามารถจัดหน้าหนังสือเป็นรูปเล่มได้

และที่พิเศษกว่านั้นก็คือ e-Book ดังกล่าว สามารถสร้างจุดเชื่อมโยงเอกสาร หรือ Hyperlink ไปยัง Website ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนั้นๆ ทั้งภายในและภายนอกได้ อีกทั้งยังสามารถแทรกเสียง หรือภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ลงไปใน e-Book ได้ โดยคุณสมบัติเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ในหนังสือกระดาษ

แต่หลังจาก Microsoft Reader ไม่ประสบความสำเร็จ Microsoft จึงได้เปลี่ยนแนวคิด ด้วยการพยายามผลักดันให้มีการนำ PowerPoint มาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับสร้างเป็น e-Book

โดยมีวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย

เรามาดูกันเลย

การทำ e-Book ด้วย PowerPoint ก็เหมือนกับการทำสไลด์นำเสนองานทั่วไป

แปลไทยเป็นไทยก็คือเราอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือของ PowerPoint ที่เป็นโปรแกรม Presentation หน้า Slide ทีละหน้า มาประยุกต์ใช้สำหรับทำ e-Book นั่นเอง

จุดเด่นที่ทำให้ Microsoft ผลักดัน PowerPoint ให้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับสร้าง e-Book ก็คือฟังก์ชั่นที่มีชื่อว่า Page Curl Effect หรือ เอฟเฟกต์การม้วนหน้ากระดาษ หรือการเปิดหน้าหนังสือนั่นเอง

นอกจากนั้น เราก็สามารถพิมพ์หรือ Copy ตัวอักษรในหนังสือกระดาษ หรือหนังสือที่เขียนไว้บนโปรแกรม Word Processing ธรรมด๊าธรรมดา เอามาใส่ใน PowerPoint ทีละหน้า

โดยจัดรูปแบบให้เป็นหน้าคู่เหมือนหน้าหนังสือกระดาษและเพิ่มบรรยากาศการม้วนหน้ากระดาษด้วยการใช้ฟีเจอร์ Page Curl Effect ของ PowerPoint เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยโรงเรียน Microsoft

จากนั้นเราจะ Save ไว้เป็นนามสกุล PPT หรือ PowerPoint หรือจะแปลงเป็นไฟล์ PDF ก็ได้ตามความต้องการ


ยังไม่ได้อ่านตอนแรก ตามลิงก์นี้ไปเลยครับ

อยากทำ ต้องได้ทำ สร้าง e-Book จาก PowerPoint สำหรับคนอยากมีหนังสือของตัวเอง (ตอนแรก)