จาก The Shining ถึง Doctor Sleep ภาพสะท้อน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” สหรัฐอเมริกา (ตอนแรก)

327

ราวต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีภาพยนตร์เข้าใหม่เรื่องหนึ่งซึ่งสร้างความฮือฮาในหมู่คนดูหนังสยองขวัญทั่วทุกมุมโลกได้ไม่น้อย

นั่นคือหนังที่มีชื่อว่า Doctor Sleep ครับ

คำโปรยบนใบปิด หรือโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Doctor Sleep รวมถึงข้อมูลจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของค่ายหนัง ไปจนถึงการ Review ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีการเอ่ยถึงหนังอีกเรื่องหนึ่งซึ่งถือเป็นต้นกำเนิด หรือพูดอีกแบบก็คือ เป็นภาคแรกของ Doctor Sleep ภาพยนตร์เรื่องนั้นมีชื่อว่า The Shining

สำหรับคน Generation ใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง The Shining มาก่อน ก็สามารถชม Doctor Sleep ได้อย่างสนุกสนานในระดับหนึ่ง เหตุผลก็คือ ผู้กำกับ Doctor Sleep คือ Mike Flanagan ทำหนังเรื่องนี้เสมือนดั่งการคารวะบรมครู Stanley Kubrick ผู้กำกับ The Shining อย่างถึงที่สุด

การให้ความเคารพปรมาจารย์ Stanley Kubrick นอกจากความพยายามสร้างฉาก เสื้อผ้าหน้าผม และการ Casting ตัวละครให้ตรงตามต้นฉบับ The Shining ทุกกระเบียดนิ้ว ทว่า ยังคงให้dDoctor Sleep กรุ่นกลิ่นอายความเป็นหนังร่วมสมัยในปี 2019 แล้ว Mike Flanagan ยังแสดงความยกย่อง Stanley Kubrick ผ่านการเชิดชูองค์รวมของหนัง โดยที่ไม่มีน้ำเสียงของการวิพากษ์วิจารณ์งานของบรมครูเลยแม้แต่น้อย

The Shining หนังปี 1980 สร้างจากนวนิยายเรื่องที่ 3 ของ Stephen King ที่ตีพิมพ์ออกวางจำหน่ายใน ค.ศ. 1977 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วกับ ‘Salem’s Lot ผลงานเล่มที่ 2 และอานิสงก็ส่งให้ Carrie หนังสือเล่มแรกของเขากลับมาขายดีไปด้วย

หากเรากลับไปย้อนดูสภาพสังคมอเมริกันใน ค.ศ. 1977 หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อยประมาณ 3 ปี อันเป็นช่วงที่ Stephen King ได้เริ่มลงมือประพันธ์นวนิยาย The Shining ขึ้น ก็จะพบว่า ในห้วงเวลานั้น สหรัฐฯ กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 1973 ซึ่งมีสภาพถดถอยไม่น้อยหน้าเหตุการณ์ Great Depression ในช่วง ค.ศ. 1930 อันเป็นผลมาจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงแตะเพดาน ซึ่งเป็นผลพวงจาก OPEC ลดกำลังการผลิต และขึ้นราคาน้ำมัน ดังที่ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับกรณีนี้มาแล้วในข้อเขียนชุด สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน

gloryland

เมื่อ OPEC ดำเนินนโยบายด้านน้ำมันที่แข็งกร้าวเพื่อตอบโต้อเมริกาที่ให้การสนับสนุนให้เกิดสงคราม Yom Kippur 1973 ระหว่างตะวันออกกลางกับอิสราเอล ทำให้สหรัฐเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก จนรัฐบาลอเมริกันต้องประกาศนโยบายประหยัดพลังงานหลายตัวออกมา ไม่ว่าจะเป็น การจำกัดความเร็วบนทางหลวงทั่วประเทศ หรือการลดใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม

ผลสะเทือนที่ก่อรูปขึ้นนี้ นอกจากจะยืนยันด้วยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 1973 ถึง 1976 ในระดับ 9% แล้ว อัตราการว่างงานก็พุ่งขึ้นสูง และตามมาด้วยปัญหาสังคมประดามี ไล่ตั้งแต่อาชญากรรม ไปจนถึงการทำแท้ง

สถานการณ์ดังกล่าวตรงกับช่วงเวลาที่ Stephen King กำลังสร้างสรรค์ The Shining ขึ้นพอดี

ซึ่งเป็นที่รู้กันในวงวรรณกรรมมานานแล้วว่า The Shining เสมือนเป็นอัตชีวประวัติฉบับย่อของ Stephen King เนื่องจากตัวเอกของท้องเรื่องคือ Jack Torrance เป็นนักเขียนไส้แห้งที่กำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน ทั้งจากปัญหาทางเศรษฐกิจ และกำลังตีบตันวัตถุดิบในการประพันธ์ผลงาน อันเป็นผลพวงมาจากโรค Alcoholism

โดยในปี 1974 ที่ Stephen King เริ่มลงมือเขียน The Shining นั้น เขายังมีสถานะเป็นนักเขียนไส้แห้งที่กำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน ทั้งจากปัญหาทางเศรษฐกิจ และกำลังตีบตันวัตถุดิบในการประพันธ์ผลงาน อันเป็นผลพวงมาจากโรค Alcoholism เฉกเช่นเดียวกับ Jack Torrance พระเอกของนวนิยายเรื่อง The Shining ทุกประการ

จุดเริ่มต้นสำคัญของ The Shining ก็คือ การที่ Stephen King ได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระที่ Colorado โดยเข้าพักที่โรงแรม The Stanley สถานที่ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างฉากโรงแรม Overlook ขึ้นมาในนวนิยายเรื่อง The Shining ที่นอกจากจะเป็นสถานที่ต้นแบบในใจที่ทำให้ Stephen King ประพันธ์ผลงานจนสำเร็จเสร็จสิ้น โดยกำหนดให้ The Stanley (Overlook Hotel) เป็นแกนกลางของเรื่องทั้งใน The Shining และโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Doctor Sleep แล้ว

The Stanley Hotel ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Shining ที่ Stanley Kubrick ยกกองถ่ายมาปักหลักที่นั่นนานถึงเกือบ 9 เดือน


บทความตอนที่ 2 รอคุณอยู่ อ่านต่อเลย

จาก The Shining ถึง Doctor Sleep ภาพสะท้อน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” สหรัฐอเมริกา (ตอนที่ 2)

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.320/62
Next articleBIG 3 ยึดฐานตะวันออกชิงดำ EV OF ASEAN
mm
ดร.จักรกฤษณ์ สิริริน เจ้าของนามปากกา “นกป่า อุษาคเนย์” อยู่ในวงการสื่อสารมวลชนมากว่า 20 ปี ทั้งนักข่าว นักเขียน บรรณาธิการ มาเป็นด็อกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการศึกษา ผ่านประสบการณ์ทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม