สาลิกาคาบข่าว Vol.322/62

130

กบอ. ดันแผนจัดการขยะในอีอีซีแบบยั่งยืน เร่งจบภายใน 3 เดือน

การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่ 2/2562 วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 โดยมี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน  สะท้อนสถานการณ์ปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่อีอีซีที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากประมาณ 4,200 ตัน/วันในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 6,800 ตัน/วันในปี 2580 แต่การจัดการขยะในปัจจุบันยังขาดประสิทธิภาพและไม่เพียงพอกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีฝังกลบ ซึ่งเกิดผลเสียจากปัญหาการใช้พื้นที่เป็นบริเวณกว้างจนไม่สามารถรองรับขยะที่เกิดขึ้นและขยะสะสมใหม่ได้ อีกทั้งเกิดผลกระทบต่อการปนเปื้อนน้ำใต้ดินจากการรั่วซึม ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการขยะในพื้นที่อีอีซีเกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน กบอ. จึงได้พิจารณามอบให้ สกพอ.ประสานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อเสนอโครงการจัดการขยะในพื้นที่อีอีซีสู่ต้นแบบการกำจัดขยะอย่างยั่งยืน ทั้งขยะบก ขยะบนเกาะและขยะในทะเล ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และให้กลุ่มบริษัท ปตท. บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด มหาชน  (GPSC) เข้าร่วมในการศึกษาเพื่อพัฒนาการลงทุนโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร ในปริมาณตามความต้องการ และให้จังหวัดในพื้นที่อีอีซีเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งโรงงานขยะ และโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะ และให้กระทรวงพลังงานพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะในพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะได้นำเสนอ กพอ. พิจารณาต่อไป

พิษเทรดวอร์ค่าเงินบาททุบส่งออกติดลบ 2 สภาพัฒน์ฯหั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือ 2.6

Tradelens

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3/62 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัวได้ 2.3%  ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนรวมขยายตัวได้ 2.8% การบริโภคภาคเอกชน 4.2% ขณะที่การส่งออกในไตรมาสที่ผ่านมาไม่ขยายตัว การนำเข้าสินค้าลดลง 6.8% จึงได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้อยู่ที่ 2.6% จากเดิมคาดจะขยายตัวได้ 2.7-3.2% เนื่องจากส่งออกที่จะติดลบกว่า 2% จากผลกระทบสงครามทางการค้า ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีหน้าการส่งออกจะขยายตัวจากปัจจัยสงครามการค้าที่คลี่คลายลง ค่าเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าน้อยลงจากปีนี้ และการเจาะตลาดต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำตลาดได้มากขึ้น ซึ่ง สศช.ได้เสนอแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้าโดยที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับภาคการส่งออกให้ขยายตัวได้ 3% การดูแลการขยายตัวของการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐในโครงการสำคัญๆหลังจากที่ พรบ.งบประมาณ 63 ให้เริ่มเบิกจ่ายได้ในเดือน ม..-.. 63

แบงก์ชาติชี้ปีหน้ายังมีหวัง 3 ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจงบประมาณลงทุนย้ายฐาน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเศรษฐกิจปี 2563 ธปท.มองว่าจะขยายตัวใกล้ 3% บวกลบ ซึ่งดีขึ้นกว่าการขยายตัวของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศซึ่งยังไม่แน่นอนสูงด้วย โดย 3 ปัจจัยที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจปีหน้าให้ดีขึ้นคือ 1.งบประมาณภาครัฐซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อช่วยการพยุงเศรษฐกิจ ทำให้การบริโภคไม่หดตัวแรง แต่ก็มีความล่าช้าของการออกงบประมาณ ดังนั้นงบประมาณที่ยังไม่ออกในปีนี้ก็จะไปออกในปีหน้า 2.การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งหยุดชะงักไปจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยปีหน้าจะขับเคลื่อนต่อไปได้ ทำให้มีเม็ดเงินกระจายเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น และ 3.ความต้องการย้ายฐานการผลิตของต่างชาติมาลงทุนในไทยเพิ่มสูงขึ้นดูได้จากตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนและยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นการย้ายฐานการผลิตดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและช่วยรองรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการจ้างงานที่ลดลงของไทย

ชูบีซีจี อีโคโนมีเศรษฐกิจแห่งทศวรรษ มูลค่าทะลุ 4.4 ล้านล้าน จ้างงานกว่า 16 ล้านคน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อวกล่าวในเวทีนานาชาติด้านนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมประจำปี 2562 หรือ STS Forum 2019 ที่นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นว่าบีซีจี อีโคโนมีหรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวจะตอบโจทย์ความยั่งยืนของสหประชาชาติ เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่นายกรัฐมนตรีของไทยมอบหมายให้ทุกกระทรวงไปคิดเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยรัฐบาลตั้งเป้าบีซีจีจะเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศที่สร้างมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม จากปัจจุบัน 3.4 ล้านล้านบาทหรือร้อยละ 21 ก่อให้เกิดการจ้างงาน 16.58 ล้านคนในประเทศใน 5 ปีข้างหน้า รวมทั้งโครงการการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่มี EECi เป็นพื้นที่ผสานเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการผลิตและบริการ ตลอดจนแรงจูงใจทางภาษีสำหรับบริษัทที่มาลงทุนและวิจัยในพื้นที่

เด็กอินเดียพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใบตองเทคโนโลยีอยู่ได้นาน 3 ปีไม่มีเอ้าท์

©Banana Leaf Technology
©Banana Leaf Technology

ใบตองได้ชื่อว่าเป็นวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมย่อยสลายได้เองสามารถนำมาห่อขนมหรือใส่อาหารแต่ปัญหาคืออยู่ได้ไม่กี่วันก็แห้งกรอบเปลี่ยนสีและใช้การไม่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กชายชาวอินเดีย Tenith Adithyaa คิดค้นวิธีปรับปรุงโครงสร้างเซลล์ใบตองโดยใช้ห้องแล็ปในบ้านของตัวเองเป็นห้องทดลองเริ่มต้นเมื่อปี 2010 ซึ่งขณะนั้นเขามีวัยเพียง 11 ขวบ ยังไม่จบชั้นประถมศึกษาด้วยซ้ำ ปรากฏว่าเขาสามารถยืดอายุถนอมใบตองให้อยู่ได้นาน 1 ปี โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ แถมสีก็ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เขาไม่หยุดแค่นั้น ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาอีกกว่า 4 ปีจนสามารถยืดอายุใบตองจาก 1 ปีเป็น 3 ปี ด้วยการใช้เทคโนโลยีเสริมความแข็งแรงให้ผนังเซลล์และพัฒนาเซลล์ของใบตองป้องกันไม่ให้เชื้อราต่างๆทำให้ใบเสื่อม กลายเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใบตองออแกนิกส์ 100% ไร้สารเคมี ไร้การตัดต่อพันธุกรรม ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ตั้งชื่อว่า Banana Leaf Technology มีสินค้ากว่า 30 แบบ อาทิ จาน แก้ว กรวย กล่องและอื่นๆ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย บริษัทหรือองค์กรไหนสนใจเทคโนโลยีของเขาก็สามารถซื้อไลเซ่นส์ได้อีกด้วย

โพลล์ กสทช. เผยกลุ่มเบเบี้บูมยังสนใจสื่อดั้งเดิม สวนทางคนรุ่นใหม่เน้นออนไลน์เป็นหลัก

วันผู้สูงอายุแห่งชาติ

สำนักงาน กสทช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมและแนวโน้มการบริโภคสื่อของไทย โดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ ใน 5 ภูมิภาค ตามเกณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผลการศึกษาที่สำคัญ (Key Findings) สามารถสรุป ได้ดังนี้ 1. พฤติกรรมการบริโภคสื่อในประเทศไทยมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอายุ โดยกลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 57 ปีขึ้นไป (กลุ่มเบบี้บูมเมอร์และกลุ่มเจเนอเรชันจี.ไอ.) ยังบริโภคสื่อในรูปแบบดั้งเดิมค่อนข้างมาก อาทิ การรับชมรายการโทรทัศน์สดตามตารางออกอากาศ/ผังรายการ การอ่านหนังสือพิมพ์ในรูปแบบกระดาษ ส่วนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 41 ปี หรือน้อยกว่า (กลุ่มเจเนอเรชันวายและแซด) มีการบริโภคสื่อหลากหลายช่องทางมากขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคสื่อออนไลน์ สำหรับกลุ่มเจเนอเรชันเอกซ์ (ช่วงอายุ 42-56 ปี) เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมคาบเกี่ยวระหว่างทั้งสองกลุ่มข้างต้น ขณะที่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อย นิยมติดตามข้อมูลข่าวสารจากการแชร์ของเพื่อนในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือติดตามจากบัญชีผู้ใช้ของนักข่าวบนทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม สรุปว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรยังมีแนวโน้มรับชมรายการโทรทัศน์สดตามตารางออกอากาศ/ผังรายการอยู่ ขณะที่อัตราการเกิดในอนาคตชะลอลงผู้สูงอายุมากขึ้นสื่อแบบดั้งเดิมจึงยังได้ไปต่อ

สายการบินชั้นนำลดเที่ยวบินเข้าฮ่องกง ม็อบยึดมหาลัยเจอตำรวจล้อมปราบ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสายการบินชั้นนำในเอเชียเริ่มประกาศลดเที่ยวบินไปฮ่องกงตลอดช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า หลังเหตุจลาจลทางการเมืองยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คน อาทิ สายการบินการูด้า อินโดนีเซีย ลดเที่ยวบินไปกลับฮ่องกงจาก 21 เที่ยวเหลือเพียง 4 เที่ยวต่อสัปดาห์จนถึงช่วงกลางเดือน ธ.. นี้ สไปซ์เจ็ตระงับเที่ยวบินมุมไบฮ่องกงจนถึงวันที่ 15 .. แอร์เอเชียลดจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์ฮ่องกงและโกตาคินาบาลูฮ่องกง ระหว่างเดือน ธ.. จนถึง ม.. ขณะที่การท่าอากาศยานฮ่องกงเปิดเผยรายงานตัวเลขผู้โดยสารลดลง 13% และจำนวนเที่ยวบินขาเข้าและออกลดลง 6.1% ในเดือน ต.. ที่ผ่านมา ถือว่าลดลงมากที่สุดตั้งแต่เกิดเหตุจลาจล และผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้าฮ่องกงเพื่อใช้เป็นจุดต่อเครื่องมากกว่าการเดินทางไปทำธุรกิจหรือท่องเที่ยว ด้านสถานการณ์ล่าสุดเกิดการปะทะระหว่างม็อบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรง และตำรวจได้ปิดล้อมมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกงที่กลุ่มผู้ประท้วงใช้เป็นสถานที่กำบัง ทำการจับกุมผู้ก่อเหตุ มีผู้ก่อเหตุหลายสิบคนหนีออกจากมหาวิทยาลัยจนปะทะเข้ากับเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก