จาก The Shining ถึง Doctor Sleep ภาพสะท้อน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” สหรัฐอเมริกา (ตอนที่ 3)

153

วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1970-1980 ผลพวงสำคัญคือ ความพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม แล้วต่อด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ต้องยอมรับว่าอเมริกาเอาตัวเข้าไปเสี่ยงด้วยตนเอง ผนวกกับคู่อริเก่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือญี่ปุ่น ที่ย้อนกลับมาทวงคืนด้วยสงครามการค้า ซึ่งส่งผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อสหรัฐอเมริกาในห้วงเวลานั้น


นัยสำคัญของกรอบรูปบนผนังของโรงแรม Overlook ในภาพยนตร์เรื่อง The Shining ที่แม้ฉาก เหตุการณ์ และการโลดแล่นของตัวละคร จะเกิดขึ้นในช่วงปี 1980 ทว่า ในซีนสุดท้าย Stanley Kubrick ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Shining ได้แช่ภาพ Jack Torrance (Jack Nicholson) ที่ทะลึ่งเข้าไปอยู่ในกรอบรูปนั้นด้วย เพราะใน Shot ต่อมา Stanley Kubrick ได้เฉลยว่า แท้ที่จริงแล้ว ภาพเก่าใบนี้ได้ถ่ายเอาไว้ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1921

นี่คือฉากสุดท้ายในหนังเรื่อง The Shining ซึ่งกล้องได้แพนไปที่กรอบรูปบนผนังของโรงแรม Overlook (The Stanley Hotel) มันเป็นภาพงานเลี้ยงใหญ่ครั้งหนึ่งของที่นั่น ซึ่ง Stanley Kubrick ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Shining ได้สั่งให้ตากล้องซูมเข้าไปที่ใบหน้าของ Jack Torrance (แสดงโดย Jack Nicholson) ที่นอกจากจะสร้างความงงงวยปนสยดสยองให้กับผู้ชมแล้ว ยังเป็นการสื่อนัยทางการเมืองที่แยบยลอีกด้วย

ทั้งๆ ที่ วันเวลาและเรื่องราวในท้องเรื่อง The Shining นั้น เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยหลังจากที่อัตราเงินเฟ้อได้ลากยาวมาจากปี 1973 ถึง 1976 ในระดับ 9% ผนวกด้วยอัตราการว่างงานที่พุ่งสูงขึ้น และที่ตามมาติดๆ ก็คือปัญหา ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม ไปจนกระทั่งถึงการทำแท้ง ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ อีก 3-4 ปีถัดมายังฟุบไม่ฟื้น ต้นทศวรรษที่ 1980 จู่ๆ โลกก็ก่อกำเนิดมหาอำนาจทางเศรษฐกิจชาติใหม่ที่ทะลึ่งพรวดขึ้นมาอย่างน่าตื่นตะลึง นั่นก็คือ การปรากฏตัวของญี่ปุ่น

เหตุใด Stanley Kubrick ผู้กำกับ The Shining จึงตั้งใจให้เราเห็นตัวเลข 1921 ในรูป?

หากย้อนกลับไปดูตัวบทจากนวนิยาย The Shining ที่ถือเสมือนเป็นอัตชีวประวัติฉบับย่อของ Stephen King ในปี 1974 ซึ่งในขณะนั้น เขายังมีสถานะเป็นนักเขียนไส้แห้งที่กำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน ทั้งจากปัญหาทางเศรษฐกิจ และกำลังตีบตันวัตถุดิบในการประพันธ์ผลงาน อันเป็นผลพวงมาจากโรค Alcoholism เฉกเช่นเดียวกับ Jack Torrance พระเอกของนวนิยายเรื่อง The Shining ทุกประการ

การจงใจจบภาพยนตร์เรื่อง The Shining ด้วยภาพในกรอบรูปบนผนังของโรงแรม Overlook โดยเฉพาะการแช่ซีนสุดท้ายให้เห็นใบหน้าของ Jack Torrance (Jack Nicholson) ที่แบกหนังทั้งเรื่องในเหตุการณ์ช่วงปี 1980 แต่แล้วจู่ๆ กลับมีภาพตัวเขาเข้าเฟรมอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริศนาที่  Stanley Kubrick ได้ทิ้งเอาไว้ก็คือตัวเลขปี 1921 ซึ่งไม่อาจตีความเป็นอื่นใดไปได้นอกเสียจากการส่งรหัสให้ผู้ชมขบคิดว่า มีอะไรใน ค.ศ. 1921

Gloryland

ในประเด็นนี้ ผมเคยเขียนถึงแล้วในชุดบทความ สำรวจ GLORYLAND ในวันที่อำนาจสั่นคลอน เอาไว้แล้วว่า ทศวรรษที่ 1920 เป็นช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ของสหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศผู้ชนะการศึกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยในขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นเฟื่องฟูถึงขีดสุดในทศวรรษที่ 1970 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาในท้องเรื่อง The Shining อุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐฯ กลับทรุดโทรมอย่างหนัก การจะถอยเวลากลับสู่ยุครุ่งเรืองที่สุดของอุตสาหกรรมรถยนต์อเมริกาก็เห็นจะเป็นช่วงทศวรรษ 1920 นำโดยรถยนต์สีดำของ Ford อันเป็นที่มาของอหังการ์วลีที่กล่าวว่า

You can have it in any color you want, as long as it is black คุณสามารถมีรถสีอะไรก็ได้ที่คุณชอบ ตราบใดที่มันเป็นสีดำ

นอกจาก Ford แล้ว กองทัพ Brand ของสหรัฐฯ ได้ดาหน้าออกมาเขย่าเศรษฐกิจโลก นำโดย Walt Disney และ AT&T รวมถึง SME อีกนับพันแห่ง ส่งผลให้ GDP สหรัฐอเมริกา พุ่งไปถึง 50 ล้านล้านบาท เปลี่ยนสถานะมหานครนิวยอร์กจากเมืองท่ายากจนสู่การเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของโลกแทนที่กรุงลอนดอนในปี 1925 ด้วยจำนวนประชากรเกือบ 8 ล้านคน ส่งผลให้ Wall Street เป็นตลาดหุ้นที่มี Market Capitalization สูงที่สุดในโลกกับดัชนีที่ทะยานสู่อันดับสูงสุดคือ 381 จุดในทศวรรษ 1920


บทความภาคต่อรอคุณอยู่

จาก The Shining ถึง Doctor Sleep ภาพสะท้อน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” สหรัฐอเมริกา (ตอนที่ 4)