จาก The Shining ถึง Doctor Sleep ภาพสะท้อน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” สหรัฐอเมริกา (ตอนที่ 5)

หากเราพิจารณาบริบทตัวละคร ทั้งในนวนิยายและภาพยนตร์จาก The Shining จนถึง Doctor Sleep จะพบว่า ใน The Shining วรรณกรรมปี 1977 และหนังปี 1980 วัฒนธรรมอเมริกันปรากฏตัวละครผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ และหลายเรื่องขับเคลื่อนด้วยคนผิวสี หรือ African-American


The Shining เดินเรื่องด้วยครอบครัว Torrance ซึ่งเป็นคนผิวขาว ประกอบด้วย Jack Torrance (Jack Nicholson) Wendy Torrance (Shelley Duvall) และ Danny Torrance (Danny Lloyd) ผนวกด้วยตัวละครผู้จัดการและพนักงานโรงแรม Overlook ชาวผิวขาวทั้งหมด โดยมี Dick Hallorann (Scatman Crothers) เป็นตัวละครหลักซึ่งเป็นคนผิวสีเพียงหนึ่งเดียว

สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสภาพสังคมสหรัฐในขณะนั้น ที่ความสับสนคลี่คลายจากยุคเผชิญหน้ากับอินเดียนแดงมาจนถึงห้วงเวลาเปิดรับทาสแอฟริกันที่หยั่งรากลึกสู่ปัญหาการเหยียดผิวซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของวัฒนธรรมอเมริกัน นับตั้งแต่ทศวรรษ 1800 ตราบจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน

หากย้อนหลังไปถึงการประกาศเอกราชหรือวันอ่านคำประกาศอิสรภาพแห่งสหรัฐ (4 กรกฎาคม ปี 1776) การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 (28 กรกฎาคม ปี 1914 ถึง 11 พฤศจิกายน ปี 1918) และการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 (1 กันยายน ค.ศ. 1939 ถึง 2 กันยายน ปี 1945) ศัตรูผู้ชัดเจนที่สุดของอเมริกา ไม่ใช่พรรค Nazi ภายใต้การนำของ Adolf Hitler เหมือนที่ภาพยนตร์หลายร้อยเรื่องของ Hollywood พยายามนำเสนอ

หากแต่เป็นญี่ปุ่น 

ความบาดหมางครั้งใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่น คือเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เป็นการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ที่สร้างความตกตะลึงอย่างมากแก่คนอเมริกันและชาวโลก โดยกองกำลังพิเศษทางอากาศแห่งกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น เช้าตรู่ของวันที่ 7 ธันวาคม ปี 1941

ยุทธการเพิร์ลฮาร์เบอร์ หรือปฏิบัติการฮาวาย เป็นยุทธวิธีทางการทหารของญี่ปุ่นในปฏิบัติการป้องกันไม่ให้กองเรือแปซิฟิกของสหรัฐแทรกแซงด้านการทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ญี่ปุ่นก็รุกคืบเข้าสู่ดินแดนอาณานิคมของสหราชอาณาจักร (พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน) ฝรั่งเศส (ลาว กัมพูชา เวียดนาม) เนเธอร์แลนด์ (อินโดนีเซีย) และที่สำคัญที่สุดก็คือ สหรัฐอเมริกา (ฟิลิปปินส์)

Gloryland

หลังเพิร์ลฮาร์เบอร์พังพินาศ พบซากเครื่องบินของสหรัฐจำนวน 188 ลำ ทหารอเมริกันเสียชีวิต 2,403 นาย และบาดเจ็บอีก 1,178 นาย ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นสูญเสียเครื่องบิน 29 ลำ และเรือดำน้ำขนาดเล็ก 5 ลำ โดยทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกัน 65 นาย

นี่คือความแค้นคับแน่นอกที่รอวันชำระความ

นำมาสู่เหตุการณ์ในช่วงสายของวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1945 เมื่อสหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูที่นครฮิโรชิม่า ตามด้วยสถานการณ์หลังเที่ยงคืนของวันที่ 9 สิงหาคม ปี 1945 ที่อเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ณ เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น

ผลพวงจากระเบิดทั้ง 2 ลูก นำไปสู่การยอมจำนนของญี่ปุ่นในที่สุด

แม้ว่าฉากหน้าของนวนิยายและภาพยนตร์เรื่อง The Shining โดยเฉพาะชื่อไทยที่ตั้งให้ว่า โรงแรมผีนรก จะดูเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวสยองขวัญ ทว่า เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว นี่คือวรรณกรรมและศิลปะการแสดงในแนวจิตวิทยาโดยแท้

เพราะอาการหลุดโลกของ Jack Torrance ที่ค่อยๆ สะสมมาตั้งแต่วันที่เขาพาครอบครัวมาพำนักยังโรงแรม Overlook จากภาระหน้าที่การงานที่ไม่มีใครอยากรับ คือเป็นคนเฝ้าโรงแรมในฤดูหนาวบนภูเขาหิมะที่ Colorado ผนวกกับภาวะตึงเครียดจากสภาพเศรษฐกิจในทศวรรษ 1980 และอาการพิษสุราเรื้อรัง ส่งผลให้ Jack จิตหลุด คว้าขวานวิ่งไล่ฟันลูกเมียคือ Wendy และ Danny ในเวลาต่อมา

ซึ่งหากเปรียบกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ที่ว่าผีไม่มีอยู่จริงแล้ว ศัตรูของ Jack Torrance ทั้งในนวนิยายและภาพยนตร์เรื่อง The Shining ก็คงจะไม่ใช่ภูตผีปีศาจตนใด หากแต่เป็นจิตหลอนของเขาเอง จากสภาวะความบกพร่องทางกายภาพ โดยเฉพาะสมองและพฤติกรรมของ Jack Torrance ที่จะส่งผลสะเทือนต่อเนื่องสู่ Danny ที่เป็นบุตรชาย

และถ้าย้อนไปดูรหัสและนัยสำคัญที่ทั้ง Stephen King และ Stanley Kubrick ได้โปรยไว้ในรายทางของทั้งนวนิยายและภาพยนตร์เรื่อง The Shining แล้ว เราจะพบว่า ในทศวรรษ 1980 นั้น ผีร้ายที่หลอกหลอนสหรัฐคือ ปัญหาในด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ฉุดถึงวิถีชีวิตชาวอเมริกันจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีญี่ปุ่นเป็นผู้นำพา ไม่ว่าจะเป็นการจงใจแก้แค้นสหรัฐจากความบาดหมางครั้งใหญ่เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมาหรือไม่ก็ตาม


ตอนจบของซีรีส์นี้รอคุณอยู่

จาก The Shining ถึง Doctor Sleep ภาพสะท้อน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” สหรัฐอเมริกา (ตอนจบ)