ส่งไม้ต่อความสำเร็จ ‘นอร์ดิกโมเดล’ สู่แนวทางอัปสปีดการพัฒนานวัตกรรม & สตาร์ทอัพ อย่างยั่งยืน

242

ประเทศฟินแลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบในด้านการพัฒนาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การมีระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยม คุณภาพชีวิตของประชาชนในชาติที่ดี ไปจนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทาง Sharing Economy หรือ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน และ Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน ในด้านของการส่งเสริมให้เกิด นวัตกรรม & สตาร์ทอัพ ที่ประสบความสำเร็จ ประเทศฟินแลนด์ก็ไม่เป็นสองรองใคร สามารถสร้างแนวทางของตนเองจนกลายเป็น ฟินแลนด์โมเดล ให้ทุกประเทศทั่วโลกนำไปปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเล็งเห็นถึงโอกาสนี้เอง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จับมือพันธมิตร ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ และหอการค้าไทย – ฟินแลนด์ จัดสัมมนาเชิงวิชาการด้านนวัตกรรม [email protected] เพื่อแชร์ประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างไทยและฟินแลนด์ และแนะนำแนวทางการศึกษาที่ประเทศฟินแลนด์ รวมถึงกลุ่มประเทศนอร์ดิกใช้ในการสร้าง นวัตกรรม & สตาร์ทอัพ จนประสบความสำเร็จ

เรียนรู้จากต้นแบบชาติที่ประสบความสำเร็จ ด้านการพัฒนา นวัตกรรม-สตาร์ทอัพ อย่างยั่งยืน ไร้ความเหลื่อมล้ำ

ในโอกาสนี้ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า งานนี้ยังได้พันธมิตรสำคัญร่วมจัดงาน อย่าง Renesans Consulting และได้รับเกียรติจากผู้บรรยายที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน เช่น สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์, KONE, SCG, NOKIA, AIT, VALMET มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการสร้างสรรค์นวัตกรรมในไทยและฟินแลนด์ ซึ่งเอื้อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทราบมุมมองการพัฒนา นวัตกรรม & สตาร์ทอัพ ของทั้งฝั่งภาครัฐและภาคเอกชน

“การจัดงานครั้งนี้ ทั้งผู้จัดงานและผู้เข้ารับฟังการสัมมนา ต่างได้เรียนรู้ไปพร้อมกันถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมแบบ นอร์ดิก ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและใช้ในกลุ่มสาธารณรัฐฟินแลนด์ ราชอาณาจักรนอร์เวย์ สวีเดน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคม”

“โดยกลุ่มประเทศนอร์ดิก นับเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีอิทธิพลในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะมีตัวอย่างความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้น เช่น ระบบภาษา C++ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกปัจจุบันและเป็นรากฐานสำหรับระบบต่างๆ เกือบทุกอย่างในโลกเทคโนโลยี หรือ เซิร์ฟเวอร์โทรศัพท์มือถือ เราเตอร์ (Router) ฐานข้อมูล (Database) ระบบ Linux ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดของฟรีซอฟต์แวร์ แม้แต่อุปกรณ์และเครื่องมือสื่อสารยอดนิยมในยุคหนึ่งอย่าง NOKIA ก็ถือกำเนิดขึ้นในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน”

จากแนวทางการพัฒนาของกลุ่มประเทศนอร์ดิกนี้เอง ที่ ดร.พันธุ์อาจ มองว่าสามารถนำมาเป็นต้นแบบ และปรับใช้ในบริบทของการพัฒนานวัตกรรมในประเทศไทยได้หลากหลายด้าน อาทิ การส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของเทคโนโลยีชีวภาพให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อทำให้สังคมและเศรษฐกิจเติบโตได้อย่างสมดุล

ส่วนต่อมาคือ การเรียนรู้วิธีการเก็บข้อมูล (BIG DATA) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและนำมาใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการสื่อสารโทรคมนาคมที่กำลังจะทวีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศในปีถัดไป เป็นการมุ่งเน้นเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เช่น การบริการรักษาพยาบาล การศึกษา การจัดระบบบำเหน็จบำนาญ การดูแลผู้พิการและผู้สูงอายุ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ตั้งแต่การจัดการเรื่องของเสีย การนำกลับมาใช้ใหม่ การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ

กูรูชาวฟินแลนด์แชร์ประสบการณ์ การวางแนวทางพัฒนา นวัตกรรม & สตาร์ทอัพไทย

ดังที่เกริ่นมาแล้วว่า ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาตินี้มีกูรูและผู้เชี่ยวชาญชาวฟินแลนด์ที่ให้เกียรติมาร่วมแชร์และแนะนำแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมกับไทยมากมาย โดยในจำนวนนี้ คือ นางซาตู ซุยก์การี-เคลฟเวน (H.E. Mrs. Satu Suikkari-Kleven) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ที่มาปูพื้นฐานข้อมูลของประเทศฟินแลนด์ให้กับผู้เข้าฟังสัมมนาว่า

“ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถทางนวัตกรรมในระดับสูง โดยได้รับการจัดอันดับจาก Bloomberg Innovation Index ให้อยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศที่มีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของโลกประจำปี 2019 และอยู่ในอันดับ 6 ของดัชนีนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation Index 2019: GII 2019) ซึ่งจัดโดยองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก”

“ที่เป็นเช่นนี้เพราะการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมจากรัฐบาลและหน่วยงานเอกชนต่างๆอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวฟินแลนด์จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างชัดเจน”

“จึงไม่น่าแปลกใจที่จึงชาวฟินแลนด์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาด้านนวัตกรรมต่อไปเพื่อความยั่งยืนในอนาคต และฟินแลนด์ก็มีความยินดีเป็นอย่างมากที่จะร่วมสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพระหว่างไทยและฟินแลนด์ ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในโอกาสนี้”

ด้าน ศาสตราจารย์อาลฟ์ เรห์น (Prof. Alf Rehn) ศาสตราจารย์และนักเขียนที่มีชื่อเสียงชาวฟินแลนด์ ให้มุมมองที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า

“ประเทศฟินแลนด์ใช้เงินลงทุนพัฒนาด้านนวัตกรรมโดยรวมมากกว่า 3,000 ล้านยูโร ในขณะที่องค์กรและบริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการพัฒนาและการลงทุนด้านนวัตกรรม แต่ในบางครั้งก็สร้างนวัตกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น บริษัทแห่งหนึ่งผลิต Magic Socks ถุงเท้าที่จะมีสัญญาณแจ้งเตือนแก่ผู้สวมใส่ว่าถุงเท้ายังคงอยู่ในสภาพดีหรือไม่ ซึ่งเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่ไม่ได้มีประโยชน์มากพอต่อสังคม เป็นการใช้เงินลงทุนไปแต่ได้ประโยชน์กลับมาเพียงเล็กน้อย”

“ดังนั้น แบบอย่างของการพัฒนานวัตกรรมที่ดี จึงควรต้องคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเพียงพอ ไม่ใช่นวัตกรรมตื้นเขิน (shallow innovation) เช่นแนวทางพัฒนานวัตกรรมที่กลุ่มประเทศนอร์ดิกใช้ ซึ่งเป็นการคิดวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบุคคลให้คุ้มค่าที่สุดนั่นเอง”

“เพราะหัวใจของการสร้างนวัตกรรมในกลุ่มนอร์ดิก ไม่ได้เกิดจากใช้ทักษะด้านองค์ความรู้ ความสามารถเชิงเทคโนโลยีในมิติของ Hard skills เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมิติด้าน Soft skills ด้วย เช่น ความเชื่อใจ (trust) ความโปร่งใส (transparency) และ ความร่วมมือร่วมใจ (togetherness) เพื่อจะช่วยสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมได้”


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “เอ็นไอเอ เร่งอัพสปีดนวัตกรรมไทย แชร์ไกด์ไลน์ตามรอยกลุ่ม “นอร์ดิก” พร้อมโชว์โมเดลเทคโนโลยีที่ต้องก้าวตาม หนุนความยั่งยืนเป็นตัวแปรสำคัญ” (22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562) ThaiPR.net


ยังมีอีกหลายโมเดลต้นแบบ แนวทางพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ คลิกอัปเดตกันเลย

‘SynBio ชีวนวัตกรรม’ ศาสตร์เปลี่ยนโลก เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

ทำความรู้จัก ‘นักเทคโนโลยีกลิ่นรส’ ผู้สร้างนวัตกรรมอาหาร ต่อยอด ฟู้ดอินโนโพลิส ของไทยให้พัฒนาได้ไกลกว่าเดิม

‘รถยนต์ไฟฟ้า EV Car’ นวัตกรรมแห่งโอกาส ยกระดับ ‘ธุรกิจน้ำมัน’ ให้ก้าวไปอีกขั้น