นักวิชาการร่วมชี้ทางรอดให้ทะเลไทย ลบไทยออกจาก Top 5 ประเทศที่สร้าง ขยะทะเล มากที่สุดในโลก

285

ท่ามกลางกระแสข่าวอื่นที่มาแรงช่วงนี้ ข่าวอัปเดตเรื่องสถานการณ์ ขยะทะเล ยังคงมีมาตลอด เนื่องจากปัญหาขยะทะเล เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลทั่วโลก โดยประเทศไทยเองก็ติดอันดับ 1 ใน 5 ประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการนำเสนอทางออกให้กับมหันตภัยขยะที่คุกคามทะเลไทยอย่างจริงจัง

ในโอกาสของการจัดงาน วิศวกรรมแห่งชาติ 2562 (National Engineering 2019) ณ อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี เมื่อไม่นานมานี้ ทางผู้จัดงานจึงได้บรรจุประเด็นเรื่อง “ทางรอดทะเลไทย…จากมหันตภัยขยะทะเล” เข้าเป็นอีกหนึ่งหัวข้อของการเสวนา โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มาร่วมระดมสมอง เพื่อเสนอทางเลือกทางรอดที่จะมาจัดการกับ ขยะทะเล อย่างได้ผล ทั้งในรูปแบบของเทคโนโลยี นวัตกรรม และวิธีการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ เพื่อคืนสมดุลทางธรรมชาติให้กับทะเลไทยสวยงามดังเดิม


อัปเดตสถานการณ์ ขยะทะเล ระดับโลก ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

“ขยะทะเลที่พบส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก กว่า 80% มาจากการทำกิจกรรมบนบก” ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเปิดประเด็นบนเวที พร้อมรายงานข้อมูลอัปเดตสถานการณ์ขยะทะเลโลกว่า

“จากการศึกษาวิจัยยืนยันว่า พบขยะชิ้นใหญ่ รวมถึงเส้นใยไมโครพลาสติกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ เช่น ปลาวาฬ พะยูน จนถึงปลาทูตัวเล็กๆ ซึ่งหลังจากมีการรายงานข่าวการค้นพบนี้ออกไป ทำให้ชาวโลกต่างมีความตื่นตัว ให้ความสนใจเรื่องขยะทะเลกันมากขึ้น โดยทวีปเอเชียและแอฟริกาเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะทะเลมากที่สุด”

ด้าน วราภรณ์ หิรัญวัฒน์ศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมอาวุโสภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ธนาคารโลก (World Bank) อธิบายถึงสาเหตุว่า ทำไมปัญหาขยะทะเลในโลกจึงเรื้อรังและจัดการได้ยากนัก

“เนื่องจากไม่มีการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการวางระบบการจัดการขยะทะเลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปัญหาขยะทะเลกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื้อรัง ที่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมได้มากมายเช่นทุกวันนี้ เราควรจะจับตามองว่าขยะในทะเลนั้นมีการเดินทางอย่างไร ต้องทราบแหล่งที่มาของขยะ เนื่องจากขยะทะเลพลาสติกข้ามพรมแดนนั้นเป็นปัญหาซึมลึกที่แก้ไขได้ยาก”

“กอปรกับที่ผ่านมา เมื่อประเทศจีนได้ประกาศหยุดนำเข้าขยะเพื่อรีไซเคิล ทำให้กลุ่มประเทศ G7 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูงขึ้น ขยะส่วนหนึ่งถูกผลักมายังประเทศกลุ่มอาเซียน อย่างมาเลเซียมีขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นจาก 120,000 ตัน เป็น 460,000ตัน ดังนั้น การกำจัดขยะที่มีประสิทธิภาพจึงเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ทั้งประเทศผู้ผลิตพลาสติกและประเทศผู้รับขยะว่าจะวางแผนจัดการขยะอย่างไรจึงจะรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทุกฝ่ายไว้ได้มากที่สุด หรือประเทศในกลุ่มอาเซียนเองก็ต้องร่วมมือป้องกันการถูกผลักขยะพลาสติกออกจากประเทศผู้ผลิตต่างๆ มาทิ้งไว้เช่นกัน”


เปิดมาตรการจัดการกับขยะทะเล ที่ทั่วโลกกำลังเดินหน้าทำอย่างจิงจัง

เพื่อให้ผู้เข้าฟังตามทันประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะทะเล วิทยากรบนเวทีเสวนานี้ได้สรุปประเด็นที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาขยะทะเลไว้ดังนี้

  • อุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกมีการผลิตพลาสติก 400 ล้านตัน โดยร้อยละ 36 เป็นพลาสติกสำหรับ packaging ซึ่งมีเพียงร้อยละ 10 ของพลาสติกนี้เท่านั้น ที่สามารถนำไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้
  • ทุกปีพบว่า จะมีขยะพลาสติกกว่า 8 ล้านตัน ถูกปล่อยลงสู่ท้องทะเล
  • ขยะพลาสติกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและส่งผลกระทบต่อมหาสมุทร (Plastic Pollution) มาจากอุตสาหกรรมทางด้านอาหาร โดยคิดเป็น Natural Capital Cost กว่า 8,000 ล้านเหรียญต่อปี
  • ขวดแชมพู บรรจุภัณฑ์ล้างห้องน้ำ ขวดน้ำดื่ม จัดอยู่ในขยะที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง (Non-Durable Goods) ที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ในทะเล

เมื่อรู้ถึง จุดสำคัญที่ต้องมุ่งเข้าไปคลี่คลาย เพื่อให้โลกรอดพ้นจากมหันตภัยขยะทะเล ธนาคารโลก (World Bank) ได้ตั้งปัญหาขยะทะเลนี้เป็นวาระแห่งชาติ โดยได้ขอทุนจากผู้บริจาค 7 ประเทศ เพื่อตั้งกองทุน PROBLUE มุ่งช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกของประเทศสมาชิกทั่วโลก

โดยจะดูแลตั้งแต่ระดับท้องถิ่น (Local) ระดับชาติ (National) ระดับภูมิภาค (Regional) และระดับโลก (Global) รวมถึงยังสนับสนุนเครื่องมือที่จะช่วยวิเคราะห์ประเมินข้อมูลในระดับสากล และการร่วมมือกับภาคส่วนอื่นเพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างคล่องตัว

สำหรับกองทุน PROBLUE นี้มีกำหนดภารกิจไว้ทั้งหมด 4 Windows ได้แก่

  1. ปรับปรุงพัฒนาธรรมิบาลในการประมง (Improved Fisheries Governance)
  2. บริหารจัดการมลพิษทางทะเล รวมทั้งฝาพลาสติก (Marine Pollution Management including Marine Litter (Plastics)
  3. สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาสมุทร (Blueing of Oceanic Sectors)
  4. ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในวิธีการปกป้องทะเลร่วมกัน (Integrated Seascape Approach)

โดยประเทศไทยจะนำในส่วนของวินโดว์ที่ 2 มาปรับใช้ เพื่อจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในทะเลของประเทศไทยก่อน


ระดมสมองนักวิชาการ ชี้ทางเลือกทางรอดให้ทะเลไทย กำจัดขยะทะเลอย่างไร ดีที่สุด

ด้วยปีนี้ ประเทศไทยเป็นประธานของกลุ่มประเทศอาเซียน จึงมีการจัดทำ “ปฏิญญากรุงเทพ” ย้ำบทบาทของผู้นำในการร่วมกันจัดการขยะพลาสติกของอาเซียน โดยจะจัดทำ National PROBLUE สำหรับประเทศไทย

ส่วนการดำเนินงานในระดับภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยกำลังจัดทำมาตรฐาน ASEAN PROBLUE เพื่อใช้เป็นเครื่องมือวัดให้เป็นมาตรฐานสากล รวมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคอาเซียน (Regional Action Plan) สำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

โดยแผนปฏิบัติการทางทะเลระดับประเทศ (National Marine Reaction Plan) ใช้แนวทางตามปฏิญญากรุงเทพ 4 หัวข้อ

  1. การพัฒนาในระดับนโยบาย
  2. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน (Private Sector InvolvementEngagement)
  3. การใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา (Innovative Technology) เพื่อทดแทนการใช้พลาสติก
  4. สร้างการรับรู้ให้ประชาชน (Public Awareness) เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลาสติก จัดระดมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม

วรุณ วารัญญานนท์ ที่ปรึกษาเพื่อภาคีอุตสาหกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมี และวัสดุ (PETROMAT) ยังได้เสนอทางออกปัญหาขยะด้วย 3R นั่นคือ การ Reduce, Reuse และ Recycle ซึ่งเป็นโมเดลที่ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้วที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้น องค์กรอื่น ก็สามารถนำไปปรับใช้เพื่อช่วยกันลดขยะทะเล ช่วยชีวิตทะเลไทยได้จริง

“อย่างการเริ่มต้นโครงการ 3R ภายในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งประชาคมแห่งนี้มีบุคลากรประมาณ 45,000คน สร้างขยะปีละมากกว่า 2,000 ตัน โดยมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อย 130,000ใบ ต่อเดือน ด้วยเหตุนี้ในปี 2017 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเริ่มต้นรณรงค์ด้วยวิธีการต่างๆอย่างจริงจัง”

“เริ่มจากการไม่รับถุงพลาสติก และรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าทดแทน ปรากฏว่าสามารถลดปริมาณถุงพลาสติกเหลือ 90,000ใบต่อเดือน และการเก็บเงินค่าถุงพลาสติก ก็สามารถลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกให้ลดลงเหลือประมาณ 10,000ใบต่อเดือน คิดเป็นร้อยละกว่า 90 ของปริมาณการใช้ถุงพลาติก”

“ดังนั้น หากผู้นำองค์กรต่างๆ มีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นลดการใช้ถุงพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย บริษัท วัด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ก็จะสามารถสร้างผลกระทบที่ดีในสังคมวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว”

และก็เป็นที่น่ายินดี ที่ล่าสุด ทางภาครัฐประกาศออกมาถึงความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน งดการแจกถุงพลาสติกในห้างร้าน ซุปเปอร์มาร์เก็ต ชั้นนำ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปี 2563 นี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ผู้บริโภคชาวไทยค่อยๆ ปรับตัวและมีจิตสำนึกในการร่วมลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะทะเลต่อไป อย่างได้ผล

ขณะที่ บนเวทีเสวนาครั้งนี้ ยังได้มีตัวแทนจาก สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่ได้มาเล่าถึงการทำงานในรูปแบบของ “เครือข่าย” มาตั้งแต่ต้นปี 2562 เพื่อร่วมรณงค์ลดขยะทะเลในกลุ่มชาวประมงและธุรกิจการทำประมง

หนึ่ง “ชวนเก็บ” เชิญชวนชาวประมงเข้าร่วมโครงการและร่วมมือกันเก็บขยะจากของกินของใช้และเศษอวนขณะออกเรือ กลับมายังท่าเทียบเรือ เพื่อให้มีการนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง

สอง “รวบรวม” เชิญชวนท่าเทียบเรือประมงให้เข้าร่วมโครงการและจัดหาภาชนะหรือสถานที่จัดเก็บขยะที่นำขึ้นมาจากทะลโดยเรือประมง

สาม “กำจัด” ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการนำขยะที่นำขึ้นมาจากทะเลไปกำจัดอย่างถูกต้อง เพื่อให้ท้องทะเลไทยสะอาด ช่วยให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีความยั่งยืนและเป็นแหล่งทำกินของชาวประมงไทยได้ต่อไป

หลังจากได้ฟังงานเสวนาในครั้งนี้ ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อแน่ว่า ทะเลไทยจะกลับมาสดใส สวยงาม ปราศจากขยะทะเลได้ในเร็ววัน และประเทศไทย คงเดินออกจากการจัดอันดับประเทศที่มีการทิ้งขยะทะเลมากที่สุดในโลกได้แน่นอน


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “ทางรอดทะเลไทย… จากมหันตภัยขยะทะเล” คอลัมน์ Green Pulse เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562


ไม่ตกขบวนความร่วมมือกันของชาวโลก ในการร่วมลดขยะทะเล คลิกอ่านบทความน่ารู้เรื่องนี้กันต่อเลย

ร่วมลด ‘ขยะพลาสติกในทะเล’ ให้โลก ด้วยนวัตกรรม ‘ถุงพลาสติกจากแป้งมัน’ ผลงานจากความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน

 

รวมพลังลดขยะให้เหลือศูนย์ แบบ ‘Chula zero waste’ ต้นแบบการบริหารจัดการขยะครบวงจร

ขยะรีไซเคิลลุ้นโชค ไอเดียครีเอทขั้นสุด ของ ‘แทรชลัคกี้ (TRASHLUCKY)’ 1 ใน 15 สตาร์ทอัพ เข้าตา ดีแทค แอคเซอเลอเรทปีนี้