“วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ” กับการรณรงค์ด้านสุขภาพในสหรัฐอเมริกา

106

ทุกวันพฤหัสบดีที่สาม เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ที่อเมริกาถือว่าเป็น วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ (National Rural Health Day) ค่ะ


บังเอิญปีนี้ผู้เขียนอยู่สหรัฐอเมริกาพอดี “วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ” ตรงกับวันพฤหัสที่ 21 พฤศจิกายน 2019

ในฐานะ “พยาบาลชุมชน” รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ว่าบรรยากาศในประเทศทุนนิยม และดูเหมือนจะมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจในเมืองใหญ่เป็นหลักนั้น เหตุใดเขาจึงให้ความสำคัญกับสุขภาพคนในชนบท และระบบสุขภาพในระดับปฐมภูมิ จนถึงขนาดตั้งให้ เป็น “วันสำคัญของชาติ”

โดยมีหน่วยงานที่ร่วมดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง อาทิ Rural Local Health Departments (LHDs) ตัวแทนของภาครัฐในการดูแลสุขภาพในพื้นที่ชนบท (พื้นที่สามเหลี่ยมสีขาวในภาพด้านล่าง)

วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ


นอกจากนี้ยังมี National Organization of State Officers of Rural Health หน่วยงานของรัฐบาลที่มีอยู่ประจำทุกรัฐในสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เก็บบันทึก และแบ่งปันข้อมูล นวัตกรรมสุขภาพในการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ประสานเชื่อมต่อกับหน่วยงานของรัฐเพื่อส่งเสริมระบบสุขภาพปฐมภูมิให้การสนับสนุนทรัพยากร เงินทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในทุกๆ ปี จะมีการแบ่งปันข้อมูลสุขภาพ ตราสัญลักษณ์ ข้อความรณรงค์ สมุดระบายสีพร้อมข้อความส่งเสริมสุขภาพ ไปจนถึง PowerPoint Template ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อให้หน่วยงานสุขภาพ ผู้เกี่ยวข้องหรือสนใจนำไปใช้ และเป็นการช่วยรณรงค์อีกทางหนึ่ง นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากทีเดียว

ว่าแล้วก็มา Update ข้อมูลสุขภาพในระดับปฐมภูมิ หรือในเขตชนบทของประเทศสหรัฐอเมริกากันเสียหน่อย

ในอเมริกามีพื้นที่ที่กำหนดว่าเป็นเขตชนบทประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีประชากรที่อาศัยในเขตชนบทจำนวน 57 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ

เขตชนบท คือ เมืองขนาดเล็ก ประชากรส่วนมากประกอบอาชีพทำฟาร์มและปศุสัตว์ ผู้คนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ให้ความเคารพ และอาจมีการเริ่มทำธุรกิจขนาดเล็กร่วมกัน หรือที่เมืองไทยเรียกว่า OTOP หรือ SME แต่ที่นี่จะใช้คำว่า “Entrepreneurial Spirit”

ซึ่งเป็นอีกข้อสังเกตหนึ่งที่ได้ คือ การใช้คำเรียกที่แฝงไปด้วยการปลุกพลังของคนทำงาน และพวกเขามีความเชื่อว่า ธุรกิจของคนในเขตชนบทคือพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในทุกวันนี้

วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ

ในแง่ของระบบสุขภาพของชุมชนบท ยังมีความต้องการจำเพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงการบริการสุขภาพ (Accessibility) การขาดแคลนกำลังคนของบุคลากรวิชาชีพสุขภาพ และความต้องการการดูแลในวัยสูงอายุ ปัญหาความยากจน การขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะสำหรับวัยเด็ก โรคอ้วนในวัยผู้ใหญ่ การสูบบุหรี่ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

ส่งผลให้มีการป่วยเป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันได้เพิ่มมากขึ้น โรคหัวใจ การบาดเจ็บที่สามารถป้องกันได้ โรคทางเดินหายใจส่วนล่าง และโรคหลอดเลือดสมอง รวมไปถึงอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาของระบบประกันสุขภาพที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง และโรงพยาบาลในชนบทที่ยังขาดทุนทรัพย์ในการบริหารจัดการและการให้บริการ ประเด็นปัญหาเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการแก้ไข และต้องการการสนับสนุนเป็นอย่างมาก

จึงเป็นสาเหตุสำคัญว่า ทำไมถึงมีการกำหนดให้มี วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ เกิดขึ้นในประเทศนี้ และมีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อการแสดงวิสัยทัศน์ การเผยแพร่ข้อมูล ช่องทางรับบริจาค และข้อความรณรงค์ที่เสริมพลังได้เป็นอย่างดี

ได้แก่ “Celebrate the Power of Rural! It’s not just a day, it’s a movement! โดยการ นึกถึงตัวเองให้น้อยลง (honoring the selfless) นึกถึงชุมชนให้มากขึ้น (community-minded) และเราทำได้ (can do) การรณรงค์ให้ติดแฮชแท็กผ่านสื่อโซเชียลด้วยข้อความ #powerofrural “พลังของชนบท”

วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ

วันสุขภาพชนบทแห่งชาติ

จากการสังเกตของผู้เขียน คนอเมริกันจะชอบการเฉลิมฉลองมากค่ะ

ในกรณีนี้ การกำหนดวันสำคัญและขึ้นต้นประโยคการรณรงค์ด้วยคำว่า “Celebrate” บ่งบอกถึง การฉลองความสำเร็จของงานที่ทุกคนได้ร่วมกันทำในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพลังของความทุ่มเทและคุณค่าของความเป็นชนบท

ถึงแม้ว่ายังคงมีปัญหามากมายซ่อนอยู่ บางงานอาจยังไม่สำเร็จ ปัญหายังคงต้องได้รับการแก้ไข แต่นี่คือกลยุทธ์สำคัญเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนให้มีความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข กระตือรือร้นที่จะให้การสนับสนุน คนทำงานก็มีกำลังใจและอยากพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นไป

นับเป็นข้อความเชิงบวกที่สะท้อนค่านิยมและแนวคิดของคนตะวันตกได้เป็นอย่างดี

นี่คือวัตถุประสงค์ที่ผู้เขียนอยากชี้ให้เห็นความสำคัญ และประชาสัมพันธ์งานด้านการแพทย์ในระดับปฐมภูมิให้เป็นรูปธรรม และเข้าถึงประชาชนให้มากยิ่งขึ้น

ถ้ามีการจัดทำรูปแบบการรณรงค์ที่ทันสมัย ง่าย ประหยัด และคุ้มค่า นำมาปรับใช้ในบ้านเรา และร่วมมือกันทำอย่างจริงจัง อะไรๆ อาจดีกว่าเดิมก็เป็นได้ค่ะ


แนวคิดที่น่าสนใจกับการประยุกต์ใช้ในต่างแดน โดยผู้เขียนคนเดียวกัน

เติมเต็มศักยภาพ Healthcare Innovation ด้วย Design Thinking (ตอนแรก)

The Birmingham Museum of Art “พิพิธภัณฑ์ชั้นดี” สะท้อนความเป็นอารยประเทศ