ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี “นวัตกร” ผู้ประกาศอิสรภาพ “สีไทย”

253

“…การสังเคราะห์องค์ความรู้เรื่องของสีไทยที่กำลังจะสูญหายและถูกลืมเลือนไป ทำให้ภูมิปัญญาการปรุงสีไทยหายไป และทำให้ระดับค่าสีที่มีลักษณะสีคล้ำแบบไทยผิดเพี้ยนไป ชื่อเรียกสีไทย และคติความเชื่อของการใช้สีไทยก็หายไปด้วย การศึกษาการใช้สีไทย การปรุงสีไทยแบบโบราณ ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญ จากตำรา และจากหนังสือต่างๆ แล้วจึงนำองค์ความรู้เหล่านี้มาสังเคราะห์แล้วไปจัดทำฐานข้อมูลสี ชุดค่าสี ตามระบบสีแบบสากล และศึกษาความเชื่อของการใช้สีของพุทธศาสนาที่มีหลายมิติที่ลึกซึ้ง แล้วจึงนำองค์ความรู้ที่ได้มาสร้างสรรค์ผลงานในหัวข้อ การสร้างประสบการณ์สุนทรียะจากสีไทยตามทฤษฎีประสบการณ์สี Color Experience ผ่านมุมมองทางจิตวิทยาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เรื่องของสีไทยได้ดีที่สุดในแนวทางของศิลปะแบบจัดวาง (Installation) เพื่อที่จะให้ผู้เข้าชมได้เข้าไปมีประสบการณ์กับสีไทยในหมู่สีต่างๆ ผ่านงานสร้างสรรค์อันเป็นผลสัมฤทธิ์ทางศิลปกรรม เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นได้สัมผัสสุนทรียะสีไทยโทนที่แตกต่างจากสีสากล คือสุนทรียะในสัญลักษณ์ของการใช้สีไทยตามคติความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ใช้สีแดงที่แทนบรรยากาศของสวรรค์ เป็นต้น สุนทรียะในวัสดุสีไทยโทนที่ล้วนมาจากธรรมชาติ สุนทรียะในค่าสีไทยที่มีความหม่นสวยงาม เพราะเป็นสีที่มาจากธรรมชาติ สุนทรียะในชื่อเรียกสีไทยที่นำมาตั้งชื่อผลงานแต่ละชุดคือ ทองพุทธะ ครามหยาดมหานทีสีทันดร และชาดดาวดึงส์ ประโยชน์ของการวิจัยและสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไม่ให้สูญหายไปเท่านั้น แต่เป็นการสร้างมาตรฐานของชุดสีไทยตามระบบสีแบบสากล เพื่อให้นำไปสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะและการออกแบบได้ง่ายและแพร่หลายยิ่งขึ้น…”

ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี

นี่คือ “บทคัดย่อ” ของ “ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี” จากผลงานวิจัยเรื่อง “การสร้างประสบการณ์ทางสุนทรียะจากสีไทย: Aesthetic Experience from Thai Color” ดุษฎีนิพนธ์สาขาวิชาทัศนศิลป์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

แรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมระบบสี Thaitone ของ “ดร. ไพโรจน์ พิทยเมธี” เกิดขึ้นในช่วงที่ “ดร.ไพโรจน์” เรียนปริญญาโท สาขานิเทศศิลป์ ขณะที่เขากำลังวิเคราะห์องค์ประกอบการออกแบบ “ดร.ไพโรจน์” พบว่า “สี” ล้วนมีอยู่ในทุกองค์ประกอบของการออกแบบ ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่า แล้ว “สีไทย” ล่ะมีไหม?

จุดประกายความคิดดังกล่าว ทำให้ “ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี” เดินทางไปพบกับ “อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย” เพื่อปรึกษาท่านในประเด็น “สีไทย” โดย “อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย” ได้มอบ “กระปุกสี” ราว 20 กว่าสีที่อาจารย์ทำขึ้นเอง ซึ่งทำจากการบดดิน หิน และวัสดุธรรมชาติอื่นๆ

thaitone
สีไทย ที่ได้รับมอบมาจากอาจารย์ วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ต้นกำเนิดของการเริ่มวิจัยสีไทยในเชิงลึกครั้งนี้ (สีทั้งหมดผ่านการปรุงด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม)

ดร.ไพโรจน์” จึงเริ่มลงมือค้นคว้าหาวิธีผสม “สีไทย” ค่อยๆ สะสมจากเกือบ 40 สี จนกระทั่งถึงปัจจุบันที่เขาค้นพบ “สีไทย” มากกว่า 200 สี

เขาบอกว่า “สีไทย” คือส่วนผสมของ “แร่ธาตุ” และ “พืชพรรณ” ตามธรรมชาติ ดังนั้น ธรรมชาติของเนื้อสีไทยจึงมีความนุ่มโดยธรรมชาติ โดย “แม่สี” ของ “สีไทย” เป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ กล่าวคือ “สีแดง” มาจากแร่ “แดงชาด” ส่วน “สีคราม” ได้จากการหมัก “ต้นคราม” และ “สีเหลือง” มาจากยางของ “ต้นรง”

จะเห็นได้ว่า “แม่สี” ได้มาจากธรรมชาติล้วน ดังนั้น “เนื้อสี” จึงมีความนุ่มมากกว่า “สีสมัยใหม่” โดยเมื่อนำ “แม่สี” มาผสมกันจนได้ “สีขั้นที่สอง” ก็จะยิ่งมีความนุ่มนวล และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ต่อมา “ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี” ได้ทดลองผลิต “สีสมัยใหม่” ที่ให้ “เฉดสี” อย่าง “สีไทย” นำไปสู่การ “กำหนดค่าสี” ในงานพิมพ์ระบบ CMYK ในที่สุด

thaitone

thaitone

สำหรับชื่อ “ไทยโทน” Thaitone มีที่มาจากยี่ห้อสี Pantone เนื่องจากเขาอยากให้ Thaitone เป็นเหมือนกับค่ายสีแบบ Pantone ในการ “จับกลุ่มสีไทย” และสร้างเป็นเครื่องหมายการค้า เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยมีเป้าหมายหลักคือการให้คนไทยได้ใช้ “สีไทย” ซึ่งเป็น “สีของชาติ” นั่นเอง

“ดร.ไพโรจน์” กล่าวว่า การเทียบเฉดสี และการผลิตสีไทย สำหรับงาน Fine Art และงานออกแบบเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยหากมีศิลปินนำไปใช้กันเยอะ “สีไทย” จะก่อตัวขึ้น เกิดเป็นอัตลักษณ์ใหม่ เสมือนการปลดแอกความเป็นไทยต่อจากตัวอักษร คือการที่เรา “มีสีไทยใช้เอง”

ถือเป็น “การประกาศอิสรภาพทางสี” ที่ยิ่งใหญ่

ปัจจุบัน “ดร. ไพโรจน์ พิทยเมธี” เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ก่อตั้ง “บริษัท ครีเอท โซน จำกัด” เอเจนซี่โฆษณา และผู้เชี่ยวชาญการออกแบบที่ใช้เอกลักษณ์ไทย

แฟนพันธุ์แท้ “สาลิกา” ที่สนใจ Code สี “ไทยโทน” หรือ THAITONE 2.0 ของ “ดร.ไพโจน์ พิทยเมธี” สำหรับการกำหนดรหัสสีแบบ CMYK ในการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สามารถติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/thaitonecolor ครับ


บทความด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันเกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่แนะนำให้อ่านต่อ

“Thai Tuner” แอปพลิเคชันตั้งเสียงเครื่องดนตรีไทย ดึงมาตรฐานเก่ากลับมาใหม่ในรูปแบบดิจิทัล

ร่วมอนุรักษ์ว่าที่มรดกโลก ‘พระมหาธาตุ เมืองคอน’ ด้วยการบูรณาการ ‘หลักวิศวกรรม’ กับ ‘เทคโนโลยีแห่งยุค’