จากปฐมบท สมาร์ทซิตี้ สู่โปรเจกต์รู้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พัฒนาขอนแก่นเป็นต้นแบบ ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ ได้จริง

204

‘ขอนแก่น’ นอกจากจะเป็นจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ประจำภาคอิสานของไทยแล้ว มาในยุคนี้ เรายังรู้จักขอนแก่นในฐานะ ว่าที่สมาร์ทซิตี้ของไทยที่มีการพัฒนารอบด้าน เพื่อมุ่งสู่การเป็น ‘เมืองอัจฉริยะ’ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยความสามัคคีและความร่วมมือกันของกลุ่มนักธุรกิจในพื้นที่ ไปจนถึงการปรับภูมิทัศน์ของเมืองให้น่าอยู่ ส่งเสริมให้ชาวขอนแก่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยล่าสุด ขอนแก่นได้เดินหน้าอีกหนึ่งโครงการพัฒนาจังหวัดเพื่อก้าวสู่การเป็น ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ (Low Carbon City) ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในโปรเจกต์นี้

โดยโครงการ ขอนแก่น เมืองคาร์บอนต่ำ นี้ มุ่งเน้นการนำ พลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้เป็นพลังงานทดแทนหลักเพื่อลบชื่อ “จังหวัดขอนแก่น” ออกจากอันดับต้นๆ ของเมืองที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในระดับสูงให้ได้


เจาะมาตรการถอด ขอนแก่น ออกจากเมืองที่ปล่อย Co2 ระดับสูง พร้อมเดินหน้าสู่ ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ เต็มตัว

จากบทสัมภาษณ์ จุลนพ ทองโสพิศ รองนายกเทศมนตรีจังหวัดขอนแก่น และ ทัศนัย ประจวบมอญ ผู้อำนวยการส่วนสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม งานบริหารกองทุนสุขภาพ เทศบาลนครขอนแก่น ในฐานะคณะผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น และคณะทำงานโครงการคนขอนแก่นหัวใจไร้มลพิษ ถึงนโยบาย “ขอนแก่น เมืองคาร์บอนต่ำ” ที่ทางเทศบาลมีเป้าหมายจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 105,000 ตัน ภายในระยะเวลา 4 ปี ได้เผยถึงมาตรการเดินหน้าพัฒนา ขอนแก่นสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำเต็มตัวว่า

“จากการสำรวจปริมาณการปล่อนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ล่าสุดของเมืองขอนแก่น พบว่าเฉพาะตัวเมืองขอนแก่น ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 400,000 ตัน ทางเทศบาลเมืองขอนแก่นจึงมีความตั้งใจที่จะลดปริมาณก๊าซที่ก่อมลภาวะตรงนี้ให้ได้ ด้วยการนำเสนอนโยบายเรื่องเมืองคาร์บอนต่ำ ซึ่งเริ่มทำมานานพอสมควรแล้ว และเราก็หยิบเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นำมาสนับสนุนนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำด้วย”

จุลนพ ทองโสพิศ รองนายกเทศมนตรีจังหวัดขอนแก่น , ทัศนัย ประจวบมอญ ผู้อำนวยการส่วนสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม งานบริหารกองทุนสุขภาพ เทศบาลนครขอนแก่น และทีมงาน

ทั้งนี้ คุณจุลนพได้อธิบายถึงนโยบายว่า จะให้ความสำคัญในการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การประหยัดพลังงาน เมืองแห่งต้นไม้ การลดมลพิษ และสังคมที่บริโภคอย่างยั่งยืน

นโยบายเมืองคาร์บอนต่ำข้างต้นนี้ ขอนแก่นก็ดำเนินให้เป็นกิจกรรมอยู่หลายด้าน เช่น ด้านการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีหัวใจรักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือประเด็นเรื่องการจัดการขยะ แต่หัวใจสำคัญที่สุด เราก็ยังมองว่าเป็นเรื่อง พลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำ

โดยสิ่งที่ทางเทศบาลฯ ได้ทำเพื่อประหยัดพลังงานก็มีหลากหลาย ได้แก่

  • รณรงค์เปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นหลอด LED ควบคู่ไปกับการติดตั้งมิเตอร์เฉพาะห้องทำงานในสำนักงาน เพื่อเช็คว่าห้องไหนใช้ไฟฟ้ามากน้อย นอกจากนี้
  • นำน้ำมันทอดซ้ำจากตลาดมาทำไบโอดีเซล โดยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อเอาไปใช้กับเครื่องปั่นไม้ ซึ่งโปรเจกต์นี้ยังช่วยในการลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคได้อีกด้วย
  • วางระบบจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

จากการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่กล่าวมานี้ คณะทำงานจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและประสิทธิภาพของการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น


แผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง กำลังผลิต 12.4 กิโลวัตต์ บนหลังคาของตลาดเทศบาลนครขอนแก่น

ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในตลาด ปฐมบทดันขอนแก่นสู่ เมืองคาร์บอนต่ำ

ทัศนัย อธิบายต่อเนื่องว่า ทำไมเทศบาลนครขอนแก่น ถึงเลือกพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

“ต้องตอบว่ามันคือความคุ้นเคย เพราะทางทีมที่ดำเนินงานรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์มาก่อน ทางทีมเทศบาลก็รู้จักพลังงานแสงอาทิตย์อยู่เป็นทุนเดิม ได้มีโอกาสไปอบรมมาบ้างก็เห็นว่าโซลาร์เซลล์นี้สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้จริง สามารถชดเชยค่าไฟฟ้าของตลาดเทศบาลได้และราคาแผง ราคาค่าติดตั้งแผงก็เริ่มลดลงจากแต่ก่อนมาก เราก็เลยมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเริ่มรณรงค์เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์บ้าง โดยแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาตลาดนี้เพิ่งเริ่มติดตั้งใช้งานเมื่อ 28 มิถุนายน 2562”

“ตอนที่ทางทีมเทศบาลวางแผนยุทธศาสตร์กัน เรามองเรื่องการลดภาระค่าไฟฟ้าของตลาดด้วย เราทั้งรณรงค์สร้างจิตสำนึกเรื่องการประหยัดไฟแต่ก็ไม่ได้เห็นผลอะไรมาก ก็ต้องมาคุยกับทีมว่าเราจะทำอะไรกันต่อไปเพื่อให้การประหยัดพลังงานมันพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป ก็เลยลองติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 12.4 กิโลวัตต์ (ได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติและมหาวิทยาลัยขอนแก่น)”

ภาพมุมสูงของแผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง ที่ติดตั้งและผลิตพลังงานให้กับตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่น

โดยทางทีมเทศบาลวางแผนยุทธศาสตร์มุ่งเน้นไปที่เรื่องการลดภาระค่าไฟฟ้าของตลาดด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ได้รณรงค์สร้างจิตสำนึกเรื่องการประหยัดไฟแต่ก็ไม่ได้เห็นผลอะไรมาก ทางคณะทำงานจึงต้องมาคุยกับทีมว่า เราจะทำอะไรกันต่อไปเพื่อให้การประหยัดพลังงานพัฒนายิ่งขึ้นไป จึงเป็นที่มาของการลองติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 40 แผง

ผลปรากฏว่า เดือนกันยายน 2562 โซลาร์เซลล์ผลิตพลังงานได้ 1,463 กิโลวัตต์ และเมื่อคำนวณการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทางเทศบาลฯ จะลดได้ปีละ 10 ตัน ลดค่าไฟได้ปีละ 18,722 บาท (จากภาระค่าไฟฟ้าที่ตลาดต้องจ่ายเดือนละ 130,000 บาท) หากคิดเป็นเดือนก็จะลดได้ราว 5,000 บาท ต่อเดือน โดยในปัจจุบันเทศบาลยังผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 10% จากความต้องการใช้ในตลาด 100% นี่ถือเป็นความท้าทายหนึ่งที่คณะทำงานจะต้องร่วมกันทำดียิ่งๆ ขึ้นไป


ถอดบทเรียนที่ได้จากเทศบาลนครขอนแก่น กับการพิชิตโปรเจกต์ สร้างขอนแก่นให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ

คุณทัศนัย ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยแรกที่ทำให้เลือกทดลองติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ตลาด คือ พบว่าตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่นใช้ไฟฟ้าเยอะมาก ปัจจัยที่สอง คือ การเล็งเห็นว่าที่นี่มีพื้นที่สำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา

“นอกจากนี้ตลาดยังเป็นสถานที่ที่ใช้ไฟฟ้า 24 ชั่วโมง ชุมชนใช้ประโยชน์จากตลาดจำนวนมากเนื่องจากเป็นตลาดใหญ่กลางเมือง ยกตัวอย่าง เราใช้ไฟส่องสว่างตามลานจอดรถชั้นใต้ดินทั้งวันทั้งคืน ทางทีมก็มองว่าที่นี่แหละที่เหมาะสมจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เราออกแบบเผื่อสำหรับการขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอนาคตด้วย หากมีงบประมาณพอก็จะติดตั้งเพิ่มก็จะติดตั้งให้เท่ากับความต้องการใช้ไฟ 100% ให้ได้  และนอกจากตลาดสดเทศบาลแห่งนี้ ยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์อีก 1 จุดคือ ที่โรงบำบัดน้ำเสียของเมืองด้วย”

ตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่นช่วงเช้า พ่อค้าแม่ค้านำวัตถุดิบและอาหารมาขาย

ส่วนเรื่องการบำรุงรักษาก็จะมีการทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาตลาด ฉีดน้ำล้างฝุ่นออกเพื่อไม่ให้รบกวนการผลิตพลังงาน แต่ถ้ามีปัญหาด้านเทคนิคก็มีทีมช่างไฟของทางเทศบาลเองมาช่วยแก้ไขหรือติดต่อบริษัทที่มาติดตั้งให้ก็ได้

การติดตั้งแผงโซลาร์ที่ตลาดแห่งนี้ จึงเป็นเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำ โดยทางเทศบาลจะค่อยๆ ต่อชิ้นส่วนเล็กนี้ไปพร้อมกับการปรับปรุง พัฒนา ทุกด้าน เพื่อให้ภาพของเมืองคาร์บอนต่ำสมบูรณ์ที่สุด

สำหรับอนาคตอันใกล้ ทางเทศบาลยังมีแผนว่าจะเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นหลอด LED ทั้งเมือง เพื่อลดการใช้พลังงาน นำร่องในสถานที่สาธารณะอย่าง บึงแก่นนคร ที่จะเปลี่ยนเสาไฟเป็นไฟ LED ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์แล้ว

ตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่นในช่วงเช้าของวัน

“ภายใน 5 ปี เราอยากเห็นภาพขอนแก่นมีสถานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นเมืองใหม่ ซึ่งนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้จริงเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นก้าวสำคัญของขอนแก่น เพราะเรื่องพลังงานหมุนเวียนนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องทำและต้องบอกสังคมด้วยว่า พลังงานหมุนเวียนเป็นสิ่งจำเป็น” รองนายกเทศมนตรีจังหวัดขอนแก่น กล่าวชัดเจน พร้อมให้มุมมองเป็นการแนะนำเทศบาลฯ ในจังหวัดอื่นๆ ที่กำลังขับเคลื่อนให้ท้องถิ่นของตนเองยั่งยืนขึ้นว่า

“ต้องยอมรับว่าเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ การติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นสิ่งที่หลายจังหวัดให้ความสนใจ แต่ยังมีอุปสรรค ความท้าทายเรื่องราคาอยู่ แต่ถ้าเทศบาลมีวิสัยทัศน์ในระยะยาว สามารถบริหารจัดการเรื่องงบประมาณและสามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในจังหวัดของตัวเองได้ สามารถโชว์ให้คนได้เห็นว่าพลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ได้ในสถานที่สาธารณะที่มีขนาดใหญ่มากกว่าบ้านเรือนและให้ประโยชน์ในระยะยาวได้ ย่อมเป็นกุญแจไขไปสู่ความสำเร็จได้”

แผงขายของสดในตลาดสดเทศบาลนครขอนแก่น

“เพราะเทศบาลนครขอนแก่นมองว่าจะมุ่งสร้างความคุ้มค่าในด้านการเรียนรู้ของชุมชนคนเมือง จนในที่สุด ประชาชนก็จะมองว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นเรื่องปกติ ใครก็ติดตั้งได้ ไม่ได้มองว่าเป็นเทคโนโลยีที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป”

“หากมองเรื่องความคุ้มค่าที่ตัวเงินอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองให้ลึกถึงความคุ้มค่าด้านอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเมืองด้วย เช่น การกระตุ้นให้คนเมืองหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะทำให้เมืองลดการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลัก และทำให้แต่ละเมืองมีแหล่งเรียนรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนเป็นของตัวเองอีกด้วย” คณะทำงานแห่งเทศบาลนครขอนแก่น ผู้พิชิตภารกิจสร้างเมืองคาร์บอนต่ำ กล่าวในที่สุด


ที่มา : บทความเรื่อง ““พลังงานแสงอาทิตย์” เส้นทางสู่ “ขอนแก่น เมืองคาร์บอนต่ำ” โดย Supang Chatuchinda เผยแพร่ในเว็บไซต์ Greenpeace ประเทศไทย (25 พฤศจิกายน 2019)


เรียนรู้จากต้นแบบ เมืองอัจฉริยะ ทั้งในไทยและต่างประเทศกันต่อ

ภาครัฐ-เอกชน ร่วมพัฒนา สมาร์ทซิตี้ภาคตะวันออก นำร่อง 4 เมืองเก่า แหลมฉบัง พัทยา บางแสน ระยอง

‘ไฮสปีดเทรน’ ดัน ‘อุดมไซ-หลวงน้ำทา’ สู่ ‘สมาร์ทซิตี้’ กับโอกาสสินค้าไทยใน สปป.ลาว

‘หัวเว่ย’ ชู ‘AI’ บุก ‘สมาร์ทซิตี้’ บริหารเมืองทั่วโลก