สาลิกาคาบข่าว Vol.336/62

107

รมว.เคนยา พบบิ๊กตู่ดันการค้าลงทุนหนุนเอกชนไทยขยายฐานเจาะแอฟริกา

www.thaigov.go.th

นางโมนีกา จูมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐเคนยา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเยือนไทย ณ ห้องสีงาช้าง ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ไทยกับเคนยามีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานมากกว่า 50 ปี พร้อมขอบคุณที่ประธานาธิบดีเคนยาได้มีสาส์นถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงความยินดีในโอกาสที่ชนะการเลือกตั้ง ด้านรมว.กต.เคนยากล่าวขอบคุณไทยที่เป็นมิตรประเทศสำคัญของเคนยาทั้งในระดับทวิภาคีและในอาเซียนโดยเคนยาเห็นพ้องว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพที่จะร่วมมือกันได้อีกมากจึงมุ่งหวังที่จะกระชับและส่งเสริมความร่วมมือกับไทยอย่างรอบด้านและแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นโดยเคนยาพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนไทยอย่างเต็มที่รวมทั้งผลักดันมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันซึ่งไทยก็พร้อมสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนที่เคนยาในสาขาที่มีศักยภาพอาทิการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรการประมงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเครื่องจักรกลการเกษตรสาธารณสุขการโรงแรมและการท่องเที่ยวทั้งนี้ไทยและเคนยาเห็นพ้องว่าทั้งสองประเทศถือเป็นประตูสู่อาเซียนและแอฟริกาโดยสามารถใช้พื้นฐานความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ในระดับพหุภาคีต่อไป

‘PIM’ ปักหมุดเปิดวิทยาเขตอีอีซีปั้นบัณฑิตป้อนอุตสาหกรรม S-Curve

นางปาริชาต บัวขาว ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาดสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ผลักดันการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆที่ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความต้องการทางด้านแรงงานในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าระหว่างปี 2562-2566 จะมีความต้องการจ้างงานใหม่ประมาณ 475,668 อัตรา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาภายใต้บริษัท บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) จึงได้จัดตั้งสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์วิทยาเขตอีอีซี (PIM EEC) ขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรมืออาชีพที่มีความพร้อมทำงานในยุคดิจิทัลโดยมุ่งสร้างพื้นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมเป็นต้นแบบการสร้างคนแห่งอนาคต

ไม่โดนดิสรัปต์! แนะทำร้านซักรีดรองรับตลาดคนรุ่นใหม่นักท่องเที่ยวแบ็กแพกเกอร์

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการสำรวจแนวโน้มการลงทุนทำธุรกิจพบว่าธุรกิจร้านซักอบรีด และธุรกิจร้านซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสในการทำธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง เนื่องจากปัจจุบันการเติบโตของสังคมเมืองที่ต้องแข่งขันกับเวลา คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต และการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้การลงทุนทำธุรกิจยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่สนใจจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง โดยควรพิจารณาลงทุนทำธุรกิจตามคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล แหล่งที่อยู่อาศัยในย่านชุมชนเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว ใกล้ห้างสรรพสินค้า หอพักนักศึกษา โรงแรมที่พักที่ชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบแบ็กแพกเกอร์เข้ามาพักอาศัย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้มาก

4 เยาวชนไทยคว้าทุนดูงานนาซาหลังผ่านบททดสอบสร้างเกราะกันความร้อนยานอวกาศ

www.gistda.or.th

นายกฤษณ์ คุนผลิน ผู้แทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ และ ศูนย์ข้อมูล NASA ประจำประเทศไทย กล่าวถึงการแข่งขัน STEM CAMP ในโครงการทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย (DTAS – Discover Thailand’s Astronauts Scholarship Program) ซึ่งมีเยาวชนผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้ายทั้งการสอบข้อเขียน และสอบวัดความสามารถพื้นฐานด้านอวกาศ (SCAT – Space Camp Aptitude Test) ไปจนถึงความเข้มข้มทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศิลปะโดยผู้แข่งขันต้องผ่านการทดสอบในการสร้างเกราะกันความร้อนสำหรับยานอวกาศ (Venus Landing Mission) ภารกิจเก็บกู้ยานอวกาศ (Spacecraft Rescue Mission) การสร้างยานอวกาศจำลองที่สามารถทนแรงกระแทกสูง (Deep Impact Challenges) และ การกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์การนำความรู้ที่ได้จากทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศมาพัฒนาประเทศไทย ผลการแข่งขันในครั้งนี้ได้เยาวชนไทยที่ได้รับทุนได้แก่ นักเรียนทุนอันดับที่ 1 นางสาวชนิศา พร้อมพัฒนภักดี จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ นักเรียนทุนอันดับที่ 2 นักเรียนนายเรืออากาศ จิรภัทร คำนิล จากโรงเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนทุนอันดับที่ 3 นายถิรวัฒน์ บุญสร้าง โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ นักเรียนทุนอันดับที่ 4 นายกันตพิสิฐ ลิ้มศุภพุฒิกุล นักเรียนทุนสำรองอันดับที่ 1 นายภูวิศ เชาวนปรีชา โรงเรียนสาธิตประสานมิตร และ นักเรียนทุนสำรองอันดับที่ 2 นายคณธัช คูสุวรรณ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โดย 4 เยาวชนไทยจะได้เป็นตัวแทนประเทศไปศึกษาที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ ฯ และดูงานครั้งประวัติศาสตร์ที่ศูนย์การบินอวกาศมาร์แชล (Marshall Space Flight Center) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ณ มลรัฐแอละแบมา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-12 เมษายน 2563

คนไทยเริ่มจับจ่ายหนุนเงินเฟ้อ พ.. สูงขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

..พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการเดือนพ.. 2563 ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนพฤศจิกายน 2562 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนสูงขึ้น 0.21% ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังจากชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ส.. โดยมีปัจจัยสำคัญจากหมวดพลังงาน ที่ปรับตัวลดลงในอัตราต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าอิทธิพลของพลังงานจะลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากราคาน้ำมันในปีนี้เริ่มใกล้เคียงกับปีก่อน ในขณะที่ราคาสินค้าและบริการอื่นๆ น่าจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะปกติ ยกเว้นสินค้าเกษตรซึ่งอาจมีความผันผวนอยู่บ้าง ทำให้เงินเฟ้อในเดือนธันวาคมน่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และทำให้เงินเฟ้อทั้งปีน่าจะอยู่ในกรอบ 0.7 – 1.0% ทั้งนี้การขยายตัวของเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องและปรับตัวดีขึ้นในเดือนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านการบริโภคที่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการบริโภคในประเทศ ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และการเพิ่มขึ้นของยอดการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายตัวเพิ่มขึ้นและส่งผลดีต่อรายได้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา

เฟซบุ๊คดัน C-Commerce ดาวรุ่งค้าออนไลน์ปี 2020

นางสาวพิลาสินี กิตติขจร หุ้นส่วนและกรรมการผู้จัดการ บริษัทวิจัยบีซีจี (Boston Consulting Group: BCG) กล่าวว่า จากงานวิจัยพบว่าแม้อีคอมเมิร์ซและห้างร้านในประเทศไทยจะยังมีโอกาสเติบโตอยู่ เพราะการช้อปปิ้งกลายเป็นชีวิตของคนไทยหลายคน แต่หลายสิ่งจะเปลี่ยนไปและเทรนด์ C-Commerce จะทำให้องค์กรใหญ่ต้องปรับตัวตามตลาดที่กำลังโต การสำรวจพบว่าไทยนำเทรนด์ C-Commerce มากที่สุดใน 9 ประเทศ เพราะคนไทยชนะเลิศเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตนานที่สุด เฉลี่ยแล้วคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน นานกว่าชาวสหรัฐฯที่ใช้ 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการนิยมใช้แอปพลิเคชันแชตในการทำงานมากขึ้น กลายเป็นพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสนใจใช้งาน C-Commerce ไปด้วย คือ 86% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยรู้ว่าสามารถซื้อสินค้าได้ ขณะที่ 61% เคยแชตคุยกับผู้ขาย และ 40% เคยซื้อสินค้า ตัวเลขนี้แตกต่างมากกับผู้ใช้ทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯยังมีการรับรู้อยู่แค่ 44% และอัตราการซื้อสินค้าบนระบบแชตมีแค่ 5% สิ่งที่ช่วยให้ C-Commerce เติบโตคือโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะเฟซบุ๊ค เพียงมีคนโพสต์ มีเพื่อนไลค์ และการติดต่อแบบ two way communications อย่างแท้จริง ทำให้คนไทยซื้อสินค้าที่มีราคาแพง เช่น นาฬิกา หรือกระเป๋าหรู รวมถึงการเห็นรีวิวที่สร้างความเชื่อถือได้มาก

รัสเซียจีนเปิดโครงการประวัติศาสตร์ สร้างท่อส่งก๊าซเชื่อม 2 ชาติ

OBOR รัสเซีย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ร่วมกันทำพิธีเปิดโครงการท่อส่งก๊าซเชื่อมระหว่างสองชาติยักษ์ใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์สองประเทศ เผยให้เห็นเส้นทางท่อส่งก๊าซจากพื้นที่ห่างไกลในภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซียเชื่อมถึงเมืองบลาโกเวเชนสค์ที่มีพรมแดนติดกับชายแดนจีน ความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร ซึ่งประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่าเป็นโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถส่งก๊าซป้อนให้จีนได้สูงสุดถึงปีละ 38,000 ล้านลูกบาศก์เมตร โครงการความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2014 ด้วยมูลค่าการก่อสร้าง 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัญญาซื้อขาย 30 ปี  นับเป็นสัญญาข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับก๊าซพรอม บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย  ถือเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไม่ใช่เฉพาะจีนและรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการพลังงานโลกด้วย