พลานุภาพแห่งแบรนด์ “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” ตำนานที่ยังมีลมหายใจบนเหรียญกษาปณ์

300

หากถามว่า “สวิสเซอร์แลนด์” มีชื่อเสียงด้านไหน คำตอบแรกที่ผุดพรายขึ้นมาในห้วงความคิดของใครหลายคน เห็นจะเป็นในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งน่าจะตีคู่มากับการเป็นประเทศที่เชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกา อื่นๆ ที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศนี้ก็คือ ช็อกโกแลต และมีด Swiss Army กระทั่งหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตักศิลาด้านนี้ อย่าง Ecole Hôtelière de Lausanne (EHL)


แต่หากพูดถึงแบรนด์บุคคล หรือคนดังที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดตลอดกาลเห็นจะไม่มีใครเกิน “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” (1879-1955) แต่ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา คนสวิสที่ฮอตที่สุด และควรค่าแก่การเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ของประเทศนี้เห็นจะไม่มีใครเกิน “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” อดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก ที่ล่าสุดเพิ่งได้รับการยกย่องจาก Swissmint โรงกษาปณ์สวิตเซอร์แลนด์ ผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเพื่อเชิดชูเกียรติ นับเป็นครั้งแรกของประเทศนี้ที่นำภาพและชื่อของ Living Legend หรือตำนานบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ มาผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก


Swissmint สลักชื่อและภาพของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ขณะที่กำลังหวดแบ็คแฮนด์มือเดียว ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของเขา (นักเทนนิสที่ตีแบ็คแฮนด์มือเดียวมีหลายคน แต่ด้วยลีลางดงามประดุจการร่ายรำบัลเล่ต์ระดับปรมาจารย์ ทำให้แบ็คแฮนด์มือเดียวของเขาเป็นเอกลักษณ์ที่ประทับใจคนดู) บนเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ซึ่งเป็นเหรียญเงินมูลค่า 20 ฟรังก์ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติผลงาน และความสำเร็จที่โดดเด่นและต่อเนื่องยาวนาน ตลอดระยะเวลาการเป็นนักเทนนิสอาชีพ

สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกสุดพิเศษนี้ มีคลิปโปรโมทสะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางความสำเร็จและทักษะการเล่นเทนนิสอันยอดเยี่ยมของเขา สลับกับกระบวนการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เพื่อสื่อถึงความใส่ใจ ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน และความเป็นเลิศในการผลิตเหรียญกษาปณ์ของ Swissmint โดยเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนี้ผลิตแบบ Limited Edition จำนวน 95,000 เหรียญ เท่านั้น เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 2-19 ธันวาคม 2019 นี้ โดยจำหน่ายในราคาเหรียญละ 30 ฟรังก์ และในเดือนพฤษภาคม 2020 เตรียมผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนี้ในรูปแบบเหรียญทองมูลค่า 50 ฟรังก์ เพิ่มเติม แต่จะเป็นดีไซน์ใหม่ซึ่งยังไม่เปิดเผยในขณะนี้

ปัจจุบัน “เทพเฟด” เป็นนักเทนนิสชายที่ครองถ้วยแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดในโลก โดยนักเทนนิสชื่อดังชาวสวิสเซอร์แลนด์ เจ้าของแกรนด์สแลม 20 สมัย ครองแชมป์รวม 103 รายการ เคยครองมือ 1 นานถึง 310 สัปดาห์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน G.O.A.T (Greatest Of All Time) ของวงการกีฬาโลก โลดแล่นในวงการเทนนิสมานานกว่า 2 ทศวรรษ นับตั้งแต่เทิร์นโปรเมื่อปี 1998

ต้องยอมรับว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คือ ตำนานนักกีฬาที่ยังมีลมหายใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรักเทนนิสหรือกระทั่งเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัดให้กับคนทั้งโลก ในขณะที่นักเทนนิสอายุน้อยกว่าเขาหลายคนลาคอร์ทไปแล้ว แต่ในวัย 38 ปี (เกิดวันที่ 8 สิงหาคม 1981) เขายังรั้งอันดับ 3 ของโลก ฝีไม้ลายมือยังคงเฉียบ ไฟในการแข่งขันยังไม่มอด และไม่วี่แววว่าจะรีไทร์เร็วๆ นี้ ยังคงยืนหยัดเป็นบิ๊ก 3 ร่วมกับ ราฟาเอล นาดาล มือวางอันดับ 1 และ โนวัค ยอโควิช มือวางอันดับ 2 ของโลกไปอีกยาวๆ

www.channel3000.com

ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน ด้วยชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า และด้วยอุปนิสัยใจคอ ทำให้เขามีแฟนคลับเหนียวแน่นทุกเจเนอเรชั่น ทุกแมตช์ที่เฟเดอเรอร์ลงแข่ง ผู้จัดยิ้มรอได้เลยว่าตั๋วขายดีแน่นอน ล่าสุดรายการ Exhibition Match ที่เขาแข่งกับอเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ มืออันดับ 7 ของโลก ที่เม็กซิโก เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีคนดูถล่มทลาย 42,517 คน แน่นขนัดเต็มสนาม ซึ่งปกติใช้สนามนี้จัดแข่งชนวัวกระทิง และเป็นสนามชนวัวกระทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก แมตช์นี้ถึงขั้นบันทึกเป็นสถิติว่าเป็นแมตช์เทนนิสที่มีคนดูมากที่สุดในโลก ทำลายสถิติคนดู 35,681 คน ในแมตช์ระหว่างเซเรน่า วิลเลียมส์ และคิม ไคลส์เตอร์ ซึ่งเป็น Exhibition Match แข่งที่เบลเยี่ยมเมื่อปี  2010

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ถือเป็นแบรนด์บุคคลที่โด่งดัง ไม่ใช่เฉพาะในแวดวงเทนนิส หรือกีฬาเท่านั้น แต่ชื่อเสียงยังขจรขจายไปทั่วโลก ไม่ต่างกับเมกะซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิงฮอลลีวู้ด

นอกเหนือจากเงินรางวัลจากการแข่งขันที่กวาดมาแล้ว 129,231,891 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,911 ล้านบาท) ยังมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากสปอนเซอร์ชื่อดัง ทั้งแบรนด์สวิสและแบรนด์ระดับโลก เช่น Credit Suisse, Mercedes-Benz, Rolex, Uniqlo, Wilson, Rimowa, Moet & Chandon และล่าสุด On (แบรนด์รองเท้าสัญชาติสวิส) โดยปี 2019 เขาติดอันดับ 11 ของ 100 เซเลบริตี้ ที่มีรายได้มากที่สุดในโลก และเป็นนักกีฬาที่ทำเงินมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก (รองจากลีโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน โรนัลโด้, เนย์มาร์ และกาเนโล่ อัลวาเรซ ตามลำดับ ไม่ใช่แค่ร่ำรวยจากอาชีพที่เขารัก แต่ด้วยนิสัยใจคอโอบอ้อมอารี และรักเด็ก ในฐานะคุณพ่อลูก 4 เขาได้ตั้งมูลนิธิโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เมื่อปี 2006 และบริจาคไปแล้ว 44 ล้านฟรังก์ (ราว 1,350 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือการศึกษาเด็กในสวิสเซอร์แลนด์และทวิีปแอฟริกา (แอฟริกาใต้, แซมเบีย, มาลาวี, ซิมบับเว, บอตสวานา และนามิเบีย) ไปแล้วนับล้านคน

ภารกิจในนามมูลนิธิโรเจอร์ เฟเดอเรอร์

หากพูดถึงรางวัลนอกเหนือจากชัยชนะในการแข่งขัน 1,237 แมตช์ และแชมป์รายการต่างๆ อีกมากมายแล้ว เขายังได้รับการโหวตจากเพื่อนนักเทนนิสด้วยกันให้ได้รับรางวัล Sportsmanship Award ติดต่อกันหลายปี การันตีว่าเขาเป็นบุคคลอันเป็นที่รักและมีน้ำใจนักกีฬา กอปรกับอุปนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน แม้จะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่

ทุกวันนี้สปอนเซอร์ยังวิ่งเข้าหาเฟเดอเรอร์ไม่หยุดหย่อน ปี 2018 ที่เขาย้ายจาก Nike มาซบอก Uniqlo ท่ามกลางความกังขาว่า Uniqlo คิดอย่างไรถึงยอมทุ่มเงินมหาศาลกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,080 ล้านบาท) กับสัญญา 10 ปี ให้กับนักเทนนิสที่เหลือเวลาโลดแล่นในคอร์ทอีกไม่นาน แต่ปี 2019 เขาได้แชมป์ 4 รายการ ยังคงทำผลงานอยู่ในระดับแถวหน้าได้ จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน และต่อให้ในอนาคตถึงเวลาที่เฟเดอเรอร์แขวนแร็กเก็ต แต่เชื่อเถอะว่าความเป็นแบรนด์โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (RF) ยังคงทรงพลานุภาพ และต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด


ที่มา