สาลิกาคาบข่าว Vol.339/62

169

ธปท.เปิดเว็บไซต์ TiDE สืบค้นข้อมูลเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมกว่า 25,000 ซีรีย์

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ได้จัดทำเว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลเศรษฐกิจไทย หรือ Thailands Integrated Database for Economics (TiDE) เพื่อเป็นแหล่งรวมสืบค้นข้อมูลเศรษฐกิจไทยที่ครอบคลุมข้อมูลกว่า 25,000 series ใช้งานได้ง่าย และเปิดให้สาธารณชนใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ข้อมูลที่มีอยู่เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยให้มากขึ้น ปัจจุบัน ประเทศไทยมีข้อมูลสถิติและข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก และมีการเผยแพร่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากหลายหน่วยงาน ข้อมูลเหล่านี้ส่วนมากจะอยู่บนเว็บไซต์ขององค์กรเจ้าของข้อมูล และมีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกัน ทำให้ยากต่อการนำไปใช้ในวิเคราะห์และวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย จึงได้จัดทำเว็บไซต์ https://tide.pier.or.th เพื่อลดอุปสรรคต่างๆ ในการใช้ข้อมูล รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้อง เช่น นักวิชาการ นักศึกษา สื่อมวลชน และผู้ที่มีความสนใจในข้อมูลเศรษฐกิจนำไปใช้

ทาดาโน อิตัลไทยลุยตลาดเครนชิงเมกะโปรเจคอีอีซี

ปีทองการลงทุน

นายโคอิจิ ทาดาโน ประธานบริหารสูงสุดทาดาโน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับเมกะโปรเจ็กต์กว่า 40 โครงการ อาทิ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน การขยายท่าเรือแหลมฉบังมาบตาพุดเฟส 3 มอเตอร์เวย์สายต่างๆ การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC จะส่งผลให้ความต้องการใช้งานเครนและอุปกรณ์ช่วยยกของเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก ทำให้กลุ่มทาดาโนตัดสินใจปรับบทบาทและโครงสร้างการบริหารงานของ บริษัท ทาดาโน อิตัลไทย จำกัด ให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายเครนและอุปกรณ์ช่วยยกทุกประเภทของทาดาโนอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในไทย และใน สปป.ลาว เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ด้านนายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด หรือ ITI กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นส่งผลให้ ทาดาโน อิตัลไทย กลายเป็น One Stop Service ด้านเครนแบบครบวงจร และตอบโจทย์ลูกค้าได้หลายรูปแบบ ทั้งด้านงานขาย บริการหลังการขาย การฝึกอบรมการขับและงานซ่อมบำรุง พร้อมตั้งเป้าครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยในปี 2563 ตั้งเป้าทำยอดขายอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

เฟซบุ๊คพลิกคาแรกเตอร์บริหารโฆษณาด้วยเครื่องมือชุดใหม่เอาใจสายยิง

Marketing Algorithm

Evan Klein วิศวกรด้าน Software โพสต์ข้อมูลระบุว่าในช่วงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เฟซบุ๊คมีการปล่อยเครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “Marketing API v5.0 และ Graph API v5.0″ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการวางแผนโฆษณา เนื่องจากเครื่องมือนี้จะเข้ามาช่วยนักการตลาดให้ผลิตคอนเทนท์และโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยควบคุมปริมาณโฆษณาบนหน้าฟีดเพื่อสร้างมูลค่าให้กับโฆษณาได้ดียิ่งขึ้น  โดยเฉพาะการทำโฆษณาที่มีการยิงออกไปพร้อมกันหลายๆตัว ซึ่งที่ผ่านมามักจะถูกปิดไปด้วยหลายเหตุผลในช่วง Learning Phase ทำให้เสียเงินไปโดยสูญเปล่า ขณะที่ระบบของเฟซบุ๊คเองก็ยังไม่ได้เรียนรู้และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เครื่องมือใหม่นี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ นอกจากนี้ Ad Volume API ยังช่วยสำรวจโฆษณาที่รันไว้ทั้งหมด โดยไม่ให้นักการตลาดพลาดการจัดการ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด และมีฟีเจอร์อีกมากมายที่จะช่วยทำให้โฆษณาของแต่ละเพจ แต่ละแคมเปญแสดงผลได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด

แบงก์งัดเอไอวิเคราะห์ปล่อยสินเชื่อออนไลน์ กลยุทธ์จับลูกค้าปี 63

อีอีซี

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ในปี 63 ยอมรับว่าทุกแห่งจะเน้นการใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ธนาคารต้องเตรียมแผนรับมือโดยจะใช้กลยุทธ์วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า (อินเทลลิเจ้นท์เลนดิ้ง) และเลือกลูกค้าปล่อยกู้ทางออนไลน์ เพื่อปิดความเสี่ยงทั้งกลุ่มสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน สินเชื่อเพื่อการบริโภค และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี รวมสินเชื่อกว่า 1 แสนล้านบาท จากสินเชื่อออนไลน์ปีนี้คาดจะเป็นไปตามเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาท และเชื่อว่าปีหน้าธนาคารพาณิชย์จะเข้ามาแข่งขันด้านสินเชื่อออนไลน์มากขึ้น ล่าสุดเคแบงก์ก็ได้ร่วมกับลาซาด้าปฏิวัติการให้เงินกู้ออนไลน์ด้วยการเชื่อมต่อ API ของแอป Lazada Seller Center และแอป K PLUS นำเสนอเงินกู้ผ่าน Application ให้เข้าถึงเงินกู้ได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มลาซาด้า ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องยื่นเอกสาร และฟรีค่าธรรมเนียม

อีริคสันคาดผู้ใช้ 5G ทั่วโลกทะยานแตะ 2.6 พันล้านคนเกาหลีจีนแชมป์เอเชีย

เซี่ยงไฮ้ 5G

นายเฟรดริก เจดลิงก์ รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายเครือข่ายของอีริคสัน กล่าวว่า  เป็นเรื่องน่ายินดีที่ระบบเครือข่าย 5G ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากผู้ผลิตอุปกรณ์เกือบทุกรายในปัจจุบัน และในปี 2563 อุปกรณ์ที่รองรับ 5G จะได้รับการวางจำหน่ายในตลาดอย่างแพร่หลาย จากรายงานความเคลื่อนไหวของบริษัท อีริคสัน (NASDAQ : ERIC) คาดว่าจำนวนผู้ใช้ระบบเครือข่าย 5G ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 2.6 พันล้านคนภายในอีก 6 ปีข้างหน้า โดยเป็นผลมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและระบบนิเวศน์ 5G ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  โดยข้อมูลคาดการณ์ดังกล่าวได้ระบุไว้ในรายงานความเคลื่อนไหวอิริคสันประจำเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมปี 2562 เป็นช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารชั้นนำในเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือได้ดำเนินการเปลี่ยนย้ายไปสู่เครือข่าย 5G  ขณะที่เกาหลีใต้มีการใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือนเมษายน 2562 โดยมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านคน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 เช่นเดียวกับการเปิดตัวระบบ 5G ในจีนเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการประมาณการตัวเลขผู้ใช้ 5G ในจีนสิ้นปี 2562 จะเพิ่มจาก 10 ล้านคนเป็น 13 ล้านคน

2 นาทีรู้ผล! กรมพัฒน์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยตรวจสอบจองชื่อจัดตั้งบริษัทใหม่

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (พธ.) กล่าวถึงนโยบายของกรมกำลังดำเนินการปรับปรุงระบบการจองชื่อนิติบุคคล ให้สามารถตรวจสอบและทราบผลการอนุมัติการจองชื่อได้ทันที โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้การจองชื่อใช้เวลาเหลือเพียงแค่ไม่เกิน 2 นาที ก็จะทราบผลว่าชื่อที่จองไว้เพื่อนำไปใช้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลจะได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้หรือไม่ ซ้ำหรือไม่ซ้ำ และตรงกับชื่อที่ต้องห้ามนำมาใช้จดทะเบียนหรือไม่ ถ้าไม่ ก็อนุมัติให้นำไปใช้ได้ ปกติในแต่ละปี จะมีคนเข้ามาจองชื่อประมาณปีละ 3 แสนราย และนำไปใช้จดทะเบียนจริง 7-8 หมื่นราย ทำให้ช่วยประหยัดเวลา และทำให้การจดทะเบียนทำได้เร็วขึ้น นอกจากนี้กรมฯยังได้ทำการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ 382 หน่วยงาน โดยได้ทำการเชื่อมโยงไปแล้ว 118 หน่วยงาน ทำให้หน่วยงานต่างๆ สามารถนำข้อมูลนิติบุคคลไปใช้สนับสนุนการทำงานได้แม่นย้ำขึ้น เช่น หากบุคคลมีการซื้อขายที่ดินกับบริษัท กรมที่ดินสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้แทนบริษัทคือใคร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจจริงหรือไม่ หรือกรณีหน่วยงานที่ตรวจสอบ หากมีการฉ้อโกง สามารถตรวจได้ว่าบริษัทที่กระทำผิด มีใครเป็นกรรมการ เป็นต้น

เจิ้งโจวเปิดบริการสแกนใบหน้าจ่ายค่าโดยสารรถไฟใต้ดินทุกสถานีแห่งแรกในจีน

สำนักข่าวซินหัว รายงานนครเจิ้งโจว เมืองเอกของมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าในทุกสถานีรถไฟใต้ดินเป็นแห่งแรกของประเทศ ในการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเจิ้งโจวหรือ Zhengzhou Metro โดยระบบดังกล่าวผู้โดยสารรถไฟใต้ดินในนครเจิ้งโจวสามารถสแกนใบหน้า เพื่อหักค่าโดยสารจากบัญชีที่ลงทะเบียนไว้โดยอัตโนมัติ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ทดแทนการใช้บัตรโดยสารหรือการสแกนคิวอาร์โค้ดบนโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในเจิ้งโจวเกือบ 2 แสนคน และจ่ายค่าโดยสารด้วยการสแกนใบหน้าเฉลี่ย 1 หมื่นคนต่อวันขณะที่อีกหลายเมืองในจีนเริ่มนำเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าในรถไฟใต้ดินไปทดลองใช้กับบางสายแล้วอาทิเซินเจิ้นจี่หนานเซี่ยงไฮ้และหนานจิง