University Engagement สถาบันอุดมศึกษากับสังคม (ตอนแรก)

516

หลังจากเขียนบทความ Global University “ธงนำใหม่” สถาบันอุดมศึกษาไทย ลงใน “สาลิกา” ของเราแห่งนี้ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้


ผมยังมีแนวคิดดีๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอีกทฤษฎีหนึ่งซึ่งน่าจะนำมาเล่าสู่กันฟังกันอีกสักตอน-สองตอนครับ

นั่นก็คือ แนวคิด “พันธกิจมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” หรือ University Engagement ครับ

University Engagement นั้น ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” หรือ Transition ของการทำงานกับสังคมของมหาวิทยาลัย ซึ่งเดิมดำเนินการอยู่ในรูปแบบของงานบริการวิชาการ หรือ Service และงานอาสาสมัคร หรือ Volunteer เป็นหลัก

ไปสู่การทำงานร่วม หรือ Engagement กับ “ภาคีในพื้นที่” ในลักษณะเชิงสถาบัน ที่เป็น “หุ้นส่วนระยะยาว” หรือ Long-Term Partnership

และหวังที่จะให้ “มหาวิทยาลัย” เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ Stakeholders อย่างแท้จริงของชุมชนหรือสังคมในพื้นที่ นั่นเองครับ

โดย “พันธกิจ” นี้ จะเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง “ภารกิจหลัก” ทุกภารกิจของ “มหาวิทยาลัย” อันประกอบไปด้วย

  1. การผลิตบัณฑิต
  2. การวิจัย
  3. การบริการวิชาการ
  4. การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

โดยการบูรณาการภารกิจทั้ง 4 เข้าด้วยกันอย่างมี “ยุทธศาสตร์” และ “เป็นระบบ” และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งในระหว่าง “มหาวิทยาลัยด้วยกันเอง” และระหว่าง “มหาวิทยาลัย” กับ “หน่วยงานภายนอก” มหาวิทยาลัย

จากความสำคัญของ “พันธกิจมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ดังกล่าว หลายหน่วยงานจึงร่วมกันจัดตั้ง “เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” หรือ Engagement Thailand ขึ้น

เพื่อสร้าง “เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ให้เป็น “พื้นที่ส่วนกลาง” ในการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทำงานวิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาระบบบริหารจัดการ ตลอดจนเป็นจุดประสานความร่วมมือระหว่าง “มหาวิทยาลัย” ที่สนใจ “พันธกิจเพื่อสังคม” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การทำงานเชิงวิชาการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสังคมในพันธกิจหลักทุกด้านของมหาวิทยาลัย บนหลักการพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่

  1. ร่วมคิดร่วมทำแบบหุ้นส่วน หรือ Partnership
  2. เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หรือ Mutual Benefit
  3. มีการใช้ความรู้และเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน หรือ Scholarship
  4. เกิดผลกระทบต่อสังคมที่ประเมินได้ หรือ Social Impact

โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

มหาวิทยาลัยรับรู้ และยอมรับคุณค่า หรือ Values, วัฒนธรรม หรือ Culture, ความรู้และทักษะ หรือ Knowledge and Skills ของสังคม โดยเฉพาะ การทำงานที่จะสร้างให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายร่วมกัน

มหาวิทยาลัยต้องกำหนดเรื่อง “พันธกิจสัมพันธ์” ระหว่าง “มหาวิทยาลัย” กับ “สังคม” ไว้ใน “ระบบกำกับดูแล”, “นโยบาย”, “แผนการดำเนินการ” และ “งบประมาณ” รวมถึง “หลักสูตร” และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ “วิถีชีวิตในมหาวิทยาลัย”

ในการ “ทำวิจัยร่วมกัน” นั้น ต้องร่วมกัน “พัฒนาโจทย์” และ “วิธีการ” ที่ “ครอบคลุม” ทั้งใน “เชิงวิชาการ” และ “ประเด็นของสังคม”

ในการ “บูรณาการกับการเรียนการสอน” นั้น ต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายในการเรียนรู้ของนักศึกษา และต้อง “สอดคล้องกับความต้องการของสังคม”

“มหาวิทยาลัย” และ “สังคม” ต้องทำงานร่วมกันในประเด็นของ “การติดตามความร่วมมือ”, “วัดผลกระทบ”, “ประเมินผลลัพธ์” และ “ปรับปรุง” รวมถึง “พัฒนา” กิจกรรมที่ทำร่วมกัน

เป้าหมายสำคัญก็คือ การเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้น และสร้าง Engaged Citizens ซึ่งรวมถึงนักศึกษา บัณฑิต และบุคลากรของมหาวิทยาลัย นั่นเองครับ

ทั้งนี้ “สังคม” ในบริบทดังกล่าวนั้น หมายรวมถึง “กลุ่มบุคคล” ที่อาจเชื่อมโยงกับ “ชุมชน” ทั้งในมิติของ “พื้นที่”, “ความสนใจร่วมกัน” และ “อัตลักษณ์” รวมถึง “สถานที่ทำงาน”

โดยเน้นไปที่ “ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง” กัน ทั้งที่ “เป็นทางการ” และ “ไม่เป็นทางการ” หรืออยู่ในภาคส่วนเดียวกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับแนวคิดซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบันก็คือ “ชุมชนนักปฏิบัติ” ซึ่งหมายถึง “ชุมชนที่มีความสนใจร่วมกัน” โดย “ไม่มีข้อจำกัด” ทั้งใน “เชิงพื้นที่”, “ภูมิภาค”, หรือ “ประเทศ”

รวมถึง “ภาคธุรกิจ”, “อุตสาหกรรม”, “สมาคมวิชาชีพ”, “โรงเรียน”, “รัฐบาล”, “ศิษย์เก่า”, “ชุมชนพื้นเมือง” เป็นต้น

“ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน” ได้กล่าวถึง “พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม” เอาไว้ว่า “มหาวิทยาลัย” นั้นเป็น “องค์กรพหุกิจ” ที่มี “พันธกิจหลายด้าน”

อาทิ การสอน การวิจัย บริการทางวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปะ และวัฒนธรรม รวมถึงการปรับแปลงถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็น “ภารกิจ” ที่ได้ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัย ทั้งของรัฐ และของเอกชน

แม้ “มหาวิทยาลัย” จะต้องทำ “พันธกิจทุกด้าน” แต่ก็อาจทำ “บางด้าน” มากกว่า “บางด้าน” ตามความพร้อม ความถนัด และการสนับสนุนจากหน่วยงานและบุคคลภายนอก

ซึ่งโดยทั่วไป “มหาวิทยาลัย” มักจะเน้นเรื่อง “การสอน” และ “การวิจัย” เป็น “พันธกิจหลัก” โดยไม่ละทิ้ง “พันธกิจอื่น”

และ “พันธกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคม” เป็น “พันธกิจ” ที่เพิ่มขึ้นจาก “การสอน” และ “การวิจัย” นั่นเองครับ


อ่านบทความภาคต่อในลิงก์ด้านล่างนี้

University Engagement สถาบันอุดมศึกษากับสังคม (ตอนจบ)