โอฬาร วีระนนท์ : โลก Cashless Society ที่ต้องตระหนักรู้-อยู่เป็น และ 10 เมกะเทรนด์ Payment ที่จะเกิดขึ้นบนโลก

444

ลงชื่อไปร่วมงาน Next Digital Life 2020 EDUTAINMENT LIVE TALK SHOW ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 แล้วได้รับฟังมุมมองของวิทยากรหลายท่านพร้อมข้อมูลอัปเดต ทั้งในประเทศและระดับโลก แต่ที่นำมาฝากในบทความนี้คือ ข้อมูลและคำแนะนำให้ที่ทำให้ตระหนักรู้เรื่อง ‘Cashless Society อยู่ให้เป็น ยุคสังคมไร้เงินสด’ โดย โอฬาร วีระนนท์ นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย และ Co-Founder บริษัท DURIAN CORP


ถ้าอยู่ในวงการสตาร์ทอัพ ต้องจับประเด็นจาก ‘โอฬาร วีระนนท์’

บอม-โอฬาร เป็นผู้บริหารไฟแรงที่คลุกคลีอยู่ในวงการสตาร์ทอัพ ฟินเทค เป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว และนำประเด็นที่มีผลต่อสังคมมาเล่าสู่กันฟังให้เข้าใจง่ายบ่อยครั้ง จึงได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในงานที่เกี่ยวกับเทคสตาร์ทอัพ การเงินการธนาคารอยู่เสมอ และล่าสุดที่สาลิกาได้ไปร่วมงาน Next Digital Life 2020 ก็ได้รู้เรื่องราวในแวดวงฟินเทคเพิ่มขึ้นและนำบางส่วนมาบอกต่อ 

โอฬาร วีระนนท์ นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย

  • บริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกของโลก ล้วนประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยี ได้แก่ Microsoft, Amazon, Apple, Alphabet และ Facebook
  • สตาร์ทอัพสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล (หากประสบความสำเร็จ) รัฐบาลหลายประเทศจึงนิยมสนับสนุนสตาร์ทอัพ
  • บิลล์ เกตส์ กล่าวไว้ว่า “Banking is necessary. Bank are not!” หมายความว่า ธุรกรรมทางการเงินเป็นสิ่งจำเป็น แต่ธนาคารไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป
  • จีน ครองอันดับ 1 ด้านสังคมไร้เงินสด โดยประชาชนจีนในชนบท 66.5% ชำระเงินทางดิจิทัลกันแล้ว
  • เม็ดเงินที่ไหลผ่านทาง QR Codes จีนอยู่ที่ 21.4 ล้านล้านหยวน หรือราว 3.23 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2018 
  • คนไทยใช้พร้อมเพย์กว่า 46.5 ล้านราย มีปริมาณธุรกรรมกว่า 1.1 พันล้านรายการ คิดเป็นมูลค่าธุรกรรมทั้งสิ้น 5.8 ล้านล้านบาท
  • อุปสรรคสำคัญของการชำระเงินผ่านมือถือ ได้แก่ ร้านค้าที่รองรับมีจำนวนจำกัด, ต้องเติมเงินเป็นประจำ และใช้เงินสดสะดวกกว่าในการใช้จ่ายเงินจำนวนน้อย
  • ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือ ได้แก่ ราคาถูก สะดวก และรวดเร็ว
  • เมื่อสังคมเปลี่ยนไปสู่ ‘สังคมไร้เงินสด’ แล้ว จะไม่เปลี่ยนกลับไปใช้เงินในรูปแบบเดิมอีก
  • ธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันที่ความเก่ง ความเชี่ยวชาญ แต่แข่งกันที่ความรวดเร็ว ‘เวลา’ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
  • เทรนด์ที่สำคัญต่อภาคการเงินในอนาคตคือ ฟินเทค หรือบริษัทนวัตกรรมขนาดเล็กจะสร้างความร่วมมือกับธนาคารมากขึ้น
  • ทุกคนต้องเรียนรู้ตลอดเวลาและตระหนักถึงคำว่า Demonetisation – ปรับตัวไม่ทัน เงินก็หายได้


10 เมกะเทรนด์ด้าน Payment ที่จะเกิดขึ้นบนโลก

ด้วยบทบาทของนายกสมาคมฟินเทคแห่งประเทศ โอฬารยังนำข้อมูลที่น่าสนใจจาก Accenture เรื่อง 10 เมกะเทรนด์ด้าน Payment ที่จะเกิดขึ้น มาให้เรารับฟังและตระหนักรู้

  • Gen Z Rising

แม้ว่าเจเนอเรชัน Z ในวันนี้จะเป็นวัยรุ่น แต่ต่อไปจะสร้างรายได้ให้แก่ผู้บริโภคชาวอเมริกันมากถึง 40% ภายในปี 2020 โดยประเด็นนี้ไม่ได้คำนึงถึง Google, Apple, Facebook และ Amazon แต่เจน Z นี้เองที่จะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภครายอื่นต่อไป

  • UX is new gold

เมื่อโลกของการชำระเงินขยายตัว ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปในสนามแข่งขัน ซึ่งถ้าประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างลื่นไหล บริษัทก็จะได้รับความสนใจจากลูกค้า UX (User Interface) จึงเป็นขุมทรัพย์ใหม่สำหรับเจ้าของธุรกิจ

  • Mobile Hits its Groove

การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือนั้นจะทำได้ด้วย APIs และระบบเปิดของธนาคาร ทำให้การมอบประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือแบบครบวงจรได้นั้น เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บริโภค

  • Reward Revolution

จะมีการปฏิวัติรูปแบบการให้รางวัล โดยผู้บริโภคต้องการรางวัลมากขึ้นและยินดีที่จะเปลี่ยนบัตรที่ใช้งานอยู่เพื่อรับรางวัลต่างๆ ผู้เล่นที่อยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินจึงมีโอกาสส่งมอบรางวัลที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและทำได้อย่างราบรื่นแบบเรียลไทม์

  • The Network Effect

การสร้างความร่วมมือจะทำให้เกิดพลังเครือข่ายสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันได้ โดยไม่ต้องลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น

  • Fintech and Bank Fusion 

ธนาคารและฟินเทคจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการชำระเงินในอนาคต เนื่องจากธนาคารสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ มีองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมการเงิน และมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ขณะที่ฟินเทคสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ มาดิสรัปต์เทคโนโลยีเดิมและบริษัทมีความคล่องตัวมากกว่า

  • An Arms Race in Codes

ทุกบัญชีบัตรเครดิตจะกลายเป็นโค้ดหรือเป็นรหัสซอฟต์แวร์ จะมีการบูรณาการประสบการณ์ของลูกค้ากับระบบการรักษาความปลอดภัย

  • Payments Everywhere

การชำระเงินจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกคนสามารถเป็นพ่อค้าแม่ค้าได้ อุปกรณ์ทุกชิ้นจะทำธุรกรรมทางการเงินได้ 

  • Fraudsters Innovate Too

ความปลอดภัยของข้อมูล เป็นหนึ่งในความท้าทายอันดับต้นๆ สำหรับสถาบันการเงิน โดยที่ผ่านมา กลุ่มอุตสาหกรรมการเงินมีการสูญเสียเงินผ่านการใช้งานบัตรไปแล้ว 31.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากทั่วโลก ในปี 2561 คนที่อยู่ในกลุ่มฟินเทคจึงต้องพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น

  • RIP and Replace Required 

การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินเป็นสิ่งจำเป็นและต้องมีระบบที่ยืดหยุ่น คล่องตัว เป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ


ตามอ่านเรื่องฟินเทคอยู่ใช่ไหม อ่านต่อเลย

Digital-Only Banks ธนาคารดิจิทัลไร้สาขา โมเดลธุรกิจใหม่ที่ยังต้องรอการพิสูจน์

4 วิธี ปรับ ‘ภูมิทัศน์ฟินเทค’ ติดปีกให้ธุรกิจบินไกลกว่าเดิม ในยุคดิสรัปต์เทคโนโลยี

FinTech Challenge 2018 : The Discovery เผยนวัตกรรมทางการเงินที่น่าจับตา และน้องใหม่ในวงการฟินเทค