นอกจากจะมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง กลุ่มบริษัท EA และบริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด ผู้ดำเนินโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ กับ 10 สถาบันการศึกษา ทั้งในระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา ในเขตพื้นที่ EEC ไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาแล้ว ในโอกาสเดียวกันนี้ได้มีการลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตยางรถยนต์สัญชาติจีน PRINK CHENGSHAN TIRE CO.,LTD เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ กับ ภาคอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี โดยจะเดินหน้าร่วมกันผลิตและพัฒนาบุคลากรที่เป็นแรงงานทักษะ ตามหลัก EEC Model ตอบสนองการขยายธุรกิจของบริษัท PRINK CHENGSHAN TIRE ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
บอกเล่าที่มาที่ไป ทำไมนักลงทุนถึงสนใจมาขยายฐานการผลิตในพื้นที่ EEC
ภายหลังพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาบุคลากรร่วมกันแล้ว เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ Ju Xunning ผู้จัดการทั่วไป ของ บริษัท PRINK CHENGSHAN TIRE (THAILAND) CO.,LTD ทั้งในประเด็นว่าทำไมถึงสนใจมาขยายฐานการผลิตในพื้นที่ EEC และมุมมองในการพัฒนาบุคลากรร่วมกันกับ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

“เหตุผลที่ทางบริษัทแม่ที่ประเทศจีน ตัดสินใจมาขยายฐานการผลิตในประเทศไทยและเลือกตั้งบริษัทในพื้นที่ EEC อย่างแรก ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะ นโยบายของรัฐบาลที่วางมาตรการส่งเสริมการลงทุนเป็นการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนต่างชาติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับบริษัทต่างชาติที่จะมาลงทุนในพื้นที่ EEC”
“จากนั้น เมื่อมาพิจารณาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือแหล่งวัตถุดิบสำคัญในการผลิตยางรถยนต์ ที่ไทยเหมือนเป็น One stop service ที่มีทุกอย่างครบ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งยางธรรมชาติ ไปจนถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมด้านนี้ ซึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบประเทศไทยเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมสำหรับการมาลงทุนขยายฐานการผลิตของเราที่นี่”
ส่วนความตั้งใจที่ทำให้เกิดการลงนามความร่วมมือกับทางสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ EEC ครั้งนี้ คุณ Xunning อธิบายว่า

“จริงๆ แล้ว นโยบายด้านความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรร่วมกับสถานศึกษาเป็นนโยบายหลักของบริษัทแม่ที่จีนอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมา ในจีน เราก็มีการลงนามความร่วมมือ เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนาบุคลากรกับวิทยาลัยหลายแห่งในจีน โดยมองว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ทางบริษัทฯได้บุคลากรคุณภาพที่จะมาทำงานในฝ่ายต่างๆได้จริง ดังนั้น เมื่อมีโอกาสมาลงทุนในพื้นที่ EEC ของไทย ก็อยากจะดำเนินรอยตามบริษัทแม่ในการมีส่วนร่วมพัฒนาบุคลากรในภาคการผลิตยางรถยนต์ รวมไปถึงบุคลากรที่มีทักษะใหม่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ด้วย”
โดยในการลงทุนเฟสแรกของ PRINK CHENGSHAN TIRE (THAILAND) CO.,LTD มูลค่าการลงทุนจะอยู่ที่ 5,460 ล้านบาท และมีความต้องการแรงงานเพื่อมาทำงานในภาคการผลิตที่ขยายมาที่ไทยนี้จำนวนประมาณ 1,500 คน ซึ่งตอนนี้แผนการที่วางไว้ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี คือ จะร่วมกันคัดเลือกนักศึกษาระดับ ปวส. ที่ศึกษาอยู่ในภาคทวิภาคี มาร่วมกันศึกษาเรียนรู้ในนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ที่ทาง บริษัท PRINK CHENGSHAN TIRE จะนำเข้ามาในโรงงานการผลิตที่ไทย หลักๆ คือ การปรับเอาระบบ Automatic มาใช้ในภาคการผลิตมากขึ้น โดยหลักสูตรความร่วมมือในครั้งนี้จะเริ่มรับนักศึกษาในปี 2563 ซึ่งพอดีกับที่โรงงานที่ไทยสร้างสร็จพอดี

เจาะลึกเพิ่มขึ้น กับการผลิตบุคลากรร่วมกันของสถานประกอบการ กับ สถาบันการศึกษา ตามแนวทาง EEC Model
ด้าน อาจารย์นิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี กล่าวในโอกาสการขยายความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะกลายเป็นต้นแบบของการจัดการศึกษาตามแนวทาง EEC Model ครั้งนี้ว่า
“ที่มาของการเกิดโครงการความร่วมมือพัฒนาบุคลากรนี้ขึ้น เริ่มเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ซึ่งทาง BOI หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้แจ้งข่าวว่ามีบริษัทผลิตยางรถยนต์ขนาดใหญ่ของจีน ตัดสินใจว่าจะมาลงทุนในพื้นที่ EEC และมีความต้องการกำลังคนที่มีทักษะแรงงานเฉพาะในด้านนี้”

“และทาง BOI ก็เห็นว่า ทาง EEC ได้มีโมเดลการผลิตบุคลากร ซึ่งก็คือ EEC Model หรือ สัตหีบโมเดลเดิม ซึ่งมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการร่วมกันของสถานประกอบการและสถาบันการศึกษาได้ดี จึงติดต่อประสานให้ทางบริษัทฯได้มาพูดคุยกับทาง วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ซึ่งเป็นสถานศึกษาในพื้นที่ถึงแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านนี้ร่วมกัน”
“ด้วยปัจจัยนี้ เมื่อมาพิจารณาประกอบกับ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ทาง BOI จะให้กับภาคอุตสาหกรรมที่มาลงทุนในไทย ในกรณีที่ร่วมพัฒนาบุคลากรกับภาคการศึกษาไทยของไทย ทำให้ทาง PRINK CHENGSHAN TIRE ประเทศไทย มีความต้องการจะลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกับทางวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ซึ่งที่ตั้งของวิทยาลัยฯเราก็อยู่ใกล้โรงงานที่จะมาสร้างพอดีและยังมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตกำลังคนด้านที่เขาต้องการด้วย”

โดยในช่วงเฟสแรกที่เพิ่มสร้างโรงงาน ทางบริษัทฯต้องการกำลังคนเต็มเฟสทั้งหมดประมาณ 2,500 คนแบ่งเป็นเฟสแรก 1,500 คน ซึ่ง อาจารย์นิทัศน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ว่าจะเป็นโรงงานสมัยใหม่ที่ปรับเอาการผลิตในระบบ Automation มาใช้แล้ว แต่ก็ยังต้องการกำลังคนไม่น้อยที่จะมาควบคุมการผลิต เพราะกำลังการผลิตของ PRINK CHENGSHAN TIRE ประเทศไทย จะผลิตยางรถยนต์ทั่วไป ไปจนถึงยางรถยนต์รถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อส่งออกไปจำหน่วยในทวีปยุโรป
เมื่อทำความตกลงในข้อมูลเบื้องต้นของทั้ง 2 ฝ่าย แล้ว ก็นำมาสู่การศึกษาความต้องการร่วมกัน ทางวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ก็นำเสนอหลักสูตรการเรียนการสอนที่มี ว่าหลักสูตรไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการของทางบริษัท จากนั้นก็มีการออกแบบหลักสูตรร่วมกัน โดยกำหนดว่าถ้าจะเปิดรับนักศึกษามาเรียนในหลักสูตรนี้ นักศึกษาจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
- นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือค่าเทอมในการเรียนเลย ตลอดระยะเวลา 1 ปี หรือในช่วงแรกที่ต้องศึกษาความรู้ขั้นพื้นฐานที่ วิทยาลัยฯ
- ปีที่ 2 นักศึกษาต้องไปฝึกงานที่ บริษัท PRINK CHENGSHAN TIRE จังหวัดชลบุรี จะมีรายได้ระหว่างฝึกงาน
- เมื่อเรียนจบแล้ว ทางบริษัทฯมีหน้าที่ต้องรับนักศึกษาเข้าทำงานทันที
“ในปีแรก จะได้นักศึกษา 40 คน เป็นนักศึกษาที่จบจากสาขาช่างไฟฟ้า 20 คน และสาขาเครื่องมือกล อีก 20 คน เพื่อเข้าไปทำงานในฝ่าย maintenance โรบอตและระบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์รัฐบาล เราก็ขอไปทางบริษัทฯ ให้นักศึกษามีฐานเงินเดือนเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน ยังไม่รวม ค่าความรับผิดชอบ สวัสดิการ ค่าเช่าบ้าน ค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน ฯลฯ ซึ่งคำนวณทั้งหมดแล้วน่าจะเกือบ 25,000 บาท”
“อย่างไรก็ตาม การรับรองคุณภาพนักศึกษาที่จะได้เข้าไปทำงานในบริษัทฯ ก็จะเป็นไปตามขั้นตอนการผ่านความเห็นชอบร่วมกันระหว่างสถานประกอบการและสถานศึกษา ว่านักศึกษามีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การทดสอบของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งระหว่างทำการเรียนการสอนและฝึกงานในสถานประกอบการ ทางวิทยาลัยฯก็จะมีการติดตามประเมินผลนักศึกษาอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว”
เพราะฉะนั้น หลักสูตรนี้จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับ นักศึกษาที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จังหวัดชลบุรี หรือในภาคตะวันออก เพราะจะได้ไปเรียนและทำงานอยู่ในพื้นที่ไม่ไกลจากบ้าน
“นอกจากนั้น จากการที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารของ PRINK CHENGSHAN TIRE ประเทศไทย เขายังมองว่า บุคลากรกลุ่มที่ทำความร่วมมือกับทางวิทยาลัยฯ เพื่อปั้นกำลังคนคุณภาพขึ้นมานี้ ก็จะเติบโตขั้นมาแทนช่างเทคนิคชาวจีน ที่ในช่วงแรกต้องมาดูแลควบคุมระบบการผลิต แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็จะกลับประเทศไป เพราะฉะนั้น บุคลากรรุ่นบุกเบิกกลุ่มนี้จึงมีอนาคตด้านการงานที่ก้าวหน้าและชัดเจนมาก”
ที่สุดแล้ว ทางอาจารย์นิทัศน์ อัปเดตว่า จากการประกาศเปิดรับนักศึกษษมาเรียนในหลักสูตรนี้ไป ตอนนี้มีผู้สมัครมาแล้ว 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่ตั้งใจจะมาสมัครเรียนที่ วิทยาลัยฯ ในหลักสูตรทั่วไป แต่พอพวกเขาเห็นว่ามีหลักสูตรในรูปแบบนี้ ที่ไม่เสียค่าเล่าเรียนแถมเมื่อเรียนจบก็ได้งานทันที หลายคนก็สนใจกันมาก
“ผมมีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับ EEC HDC หรือ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร ในเขตพัฒนาพิเศษตะวันออก เพื่อเปลี่ยนค่านิยมการศึกษามาเป็นการเรียนในหลักสูตรทวิภาคีที่ยกระดับให้เป็น อีอีซี โมเดล แล้ว ซึ่งทางฝั่งผู้ปกครองก็ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเรียนแถมเมื่อบุตรหลานเรียนจบมาก็ได้งานทำทันที ทุกครั้งที่มีการประชุมผู้ปกครอง ผมพยายามสื่อสารเพื่อปรับทัศนคติกับผู้ปกครองว่า การศึกษาในตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว บุตรหลานของทุกท่านสามารถเรียนจบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการเรียน จบแล้วได้ทำงานทันที อนาคตของทุกคนก็มั่นคง ลบภาพการเรียนที่มีแต่รายจ่าย จบไปตกงานไปได้เลย”
การศึกษาไทยกำลังจะปลี่ยนไป ด้วยการปฏิรูปการศึกษาในแบบ EEC Model เรียนรู้เพิ่มเติมว่าดีอย่างไร
Demand Driven หลักสูตรการศึกษาที่กระทรวงแรงงานยอมรับ ว่าปั้นคนได้ตรงกับงาน










