กลั่นทะเลเป็นน้ำจืด เมืองไทยก็ทำได้ หนึ่งในแผนบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก

424

แม้ประเทศไทยจะยังมีน้ำเหลือกินเหลือใช้ แต่ปัญหาโลกร้อน ภัยแล้งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ‘เทคโนโลยีการกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด’ จึงเริ่มได้รับการพูดถึงมากขึ้น


จากโมเดลความสำเร็จของอิสราเอลที่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีกลั่นน้ำทะเลด้วยต้นทุนเพียง 20 บาทต่อคิว จุดประกายนักวิจัยไทยหลายคนที่คิดว่า เมืองไทยก็ทำได้และสามารถทำได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดวิกฤตก่อนแล้วจึงมาดำเนินการเพื่อสร้างทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำ

โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งกำลังได้รับการบ่มเพาะความเจริญด้านสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็งสูงเชื่อม 3 สนามบิน การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินแห่งภูมิภาค จะนำพานักท่องเที่ยว คนทำงาน และนักลงทุนจำนวนมากเข้าสู่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา การเตรียมความพร้อมด้านน้ำ’ จึงเป็นโมเดลที่ต้องวางแผนบริหารจัดการอย่างดี

ดังที่ นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นโครงการที่ดีที่จะนำความเจริญมาสู่ชาวระยองซึ่งขณะนี้การดำเนินการต่างๆ คืบหน้าไปมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนอแนะที่อยากนำเสนอต่อผู้บริหารอีอีซี คือ การคิดค้นเทคโนโลยีกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศอิสราเอลทำสำเร็จมาแล้ว จึงอยากให้อีอีซีจัดสัมมนา นำผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการทำโครงการนี้เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำสำหรับพื้นที่อีอีซีในอนาคต


วิกฤตน้ำ

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะเคาะแผน

พล..พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ โดยในส่วนของโครงการในเขตอีอีซีเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองในระยะ 20 ปี (2563-2580) การมุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ จะใช้วงเงินลงทุนกว่า 110,230 ล้านบาท  

โดยหนึ่งในนั้นก็คือ โครงการกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด

จากการประเมินความต้องการใช้น้ำในระยะ 20 ปีพบว่า มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นทั้ง 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชลบุรี เพิ่มขึ้น 50% จากด้านอุปโภคบริโภคเป็นหลัก จ.ระยองเพิ่มขึ้น 52% จากด้านอุตสาหกรรมเป็นหลัก และ จ.ฉะเชิงเทราเพิ่มขึ้น 12% จากด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก ขณะที่อัตราการขยายตัวของผู้ใช้น้ำจะเพิ่มจาก 4 ล้านคน เป็น 6 ล้านคน

ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 นี้ เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป


.บูรพา โชว์ผลงานกรองน้ำทะเล

ก่อนหน้านี้ คณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ก็ได้คิดค้นเทคโนโลยีต้นแบบกรองน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดเพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในอนาคต ด้วยการสร้างเครื่องผลิตน้ำ (ต้นแบบ) ซึ่งน้ำที่ผลิตได้เป็นน้ำบริสุทธิ์สะอาดสามารถดื่มได้ ด้วยกระบวนการ Reverse Osmosis (RO) หรือ ระบบกรองน้ำขั้นสูง ที่สามารถผลิตน้ำดื่มจากน้ำทะเลได้เฉลี่ยชั่วโมงละ 400 ลิตร ประมาณการต้นทุนการผลิตเบื้องต้น 7 สตางค์ต่อลิตร


ย้อนดู อิสราเอล ต้นแบบน้ำจืดจากทะเล

อิสราเอล ประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลาง ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืด เนื่องจากมีแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติน้อยมาก ปริมาณฝนตกน้อย ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรมและอื่นๆ โดยมีแหล่งน้ำจืดในประเทศประมาณ 1,450 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี มีการใช้อุปโภคบริโภคในภาคครัวเรือนประมาณ 850 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 58% ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำได้

การกลั่นน้ำทะเลของอิสราเอลจึงเกิดขึ้น โดยโรงงานเอกชน ดำเนินการลงทุนรูปแบบ BOT (Built-Operate-Transfer) ระยะเวลา 25 ปี จากนั้นจึงส่งมอบให้รัฐ

และสำหรับกำลังการผลิตน้ำจืด ทำได้ประมาณ 585 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี คิดเป็น 40% ของปริมาณน้ำจืดที่มีอยู่ จึงช่วยเสริมความมั่นคงให้อิสราเอลได้เป็นอย่างดี

www.israel21c.org
www.israel21c.org

การจัดการน้ำที่ดี ต้องไม่ทำลายระบบนิเวศ

อย่างไรก็ตาม ระบบเทคโนโลยีการกรอง RO จะมีน้ำเหลือจากระบบประมาณ 50% ซึ่งมีความเค็มสูงขึ้นและต้องนำกลับสู่ท้องทะเล ซึ่งอิสราเอลมีกระทรวงสิ่งแวดล้อมคอยกำกับดูแลการบำบัดตามมาตรฐาน จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม


อีอีซี พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์

เมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่อีอีซี อีอีซีจึงกลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์คิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การเกษตร 4.0 รวมถึงเทคโนโลยีการกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด ก็จะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่จุดประกายขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป