Affluent Asia กลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชีย มีรายได้โดยเฉลี่ยเท่าไร เปย์ให้อะไรหนักสุด?

495

คอนเทนต์เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจมีให้อ่านเยอะแล้ว ผลสำรวจโอกาสและความท้าทายก็เห็นกันมามาก ฉีกแนวมาดูไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชียที่ปรากฏในรายงานวิจัยชุดพิเศษ “วิถีชีวิตกลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชีย” หรือ “Affluent Asia” กันบ้าง เผื่อมีช่องทางสร้างรายได้ซ่อนอยู่ในรายงานที่ใช้เวลาศึกษานานร่วม 20 ปี!


รายงานวิจัยดังกล่าวจัดทำโดย บริษัท อิปซอสส์ (ประเทศไทย) จำกัด องค์กรด้านการวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคระดับโลก ซึ่งให้บริการงานวิจัยรูปแบบ Customized Research เผยถึงข้อมูลในรายงานวิจัยชุดพิเศษ วิถีชีวิตกลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชีย (Affluent Asia) ว่าเป็นการศึกษาเพียงชุดเดียวในวงการที่เจาะกลุ่มคนมั่งคั่งขนาดใหญ่ และใช้เวลาต่อเนื่องมานานนับ 2 ทศวรรษ

ลักษณะของ ‘กลุ่มคนมั่งคั่ง’

กลุ่มคนมั่งคั่ง เป็นกลุ่มคนที่มักจะคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด รักในการท่องเที่ยว และเต็มใจที่จะจ่ายแพงกว่าสำหรับสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ โดยคนรวยชาวไทยกว่า 62% เต็มใจที่จะจ่ายแพงกว่าสำหรับสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ 53% ยินดีที่จะอุดหนุนสินค้าของไทย นับเป็นอัตราที่สูงกว่าคนมั่งคั่งในภาพรวมของชาวเอเชีย

ข้อมูลวิจัย “วิถีชีวิตกลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชีย” เป็นการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มคนมีฐานะหรือบุคคลที่มีความร่ำรวยในหลากหลายมุม อาทิ การใช้สื่อ การใช้จ่าย การท่องเที่ยว รวมถึงความสนใจต่อสินค้าประเภทฟุ่มเฟือย ตลอดจนทัศนคติ และความสนใจส่วนตัว โดยรายงานชุดนี้นับเป็นการศึกษากลุ่มคนมั่งคั่งขนาดใหญ่ชุดเดียวในวงการ และทำต่อเนื่องมาร่วม 2 ทศวรรษ

อิษณาติ วุฒิธนากุล หัวหน้าฝ่ายองค์กรลูกค้าจาก อิปซอสส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลการศึกษาชุด “วิถีชีวิตกลุ่มคนมั่งคั่งในทวีปเอเชีย” เป็นข้อมูลชุดสำคัญซึ่งช่วยให้บริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าใจ ปรับตัว และสามารถก้าวขึ้นมาเป็น Game Changers หรือ ผู้เปลี่ยนเกม ให้ทันยุคที่แนวโน้มของความหรูหราได้กลายเป็น Truly Luxury หรือ ความหรูหราที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่สิ่งของภายนอก แต่เป็นความหรูหราที่สะท้อนมาจากความคิดและคุณค่าที่มีอยู่ของแต่ละบุคคล เรียกได้ว่าเป็น “วิถีชีวิตที่หรูหราแบบใหม่” 

รายงานชุด วิถีชีวิตกลุ่มคนมั่งคั่งในทวีปเอเชีย ริเริ่มและเปิดเผยต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรกในปี 1997 โดยเบื้องต้นศึกษาเพียง 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย แต่ปัจจุบันขยายขอบเขตการสำรวจครอบคลุมถึง 11 ประเทศทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย


คนมั่งคั่งร่ำรวยมีรายได้โดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่?

จากสถิติพบว่าในเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนคนมั่งคั่งสูงถึง 18% ของประชากรทั้งหมด นับเป็น 20.64 ล้านคน โดยมีสัดส่วนชายและหญิงในจำนวนเท่าๆ กัน และหากพิจารณาถึงระดับรายได้ต่อครัวเรือนของคนกลุ่มนี้ พบว่า

  • ชาวเอเชียมีรายได้ครัวเรือนต่อเดือนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5,477 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.6 แสนบาท
  • กลุ่มคนมั่งคั่งในไทยมีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชีย โดยคนไทยมีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 4,826 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 แสนบาท และกว่า 87% ของกลุ่มดังกล่าวนี้ มีระดับการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป

ในแง่ของพฤติกรรมการช็อปปิงของกลุ่มคนที่มีรายได้สูง มักจะคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่สามารถตอบสนองความต้องการและรูปแบบไลฟ์สไตล์ของตนเอง โดยกลุ่มคนรวยในเอเชียแปซิฟิกนิยมซื้อของดี ชอบจิวเวลรี นาฬิกาหรู เครื่องแต่งกายที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ และจากสถิติ 12 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มคนมั่งคั่งทั้งในเอเชียและประเทศไทยใช้จ่ายกับ

  • จิวเวลรี่ที่มีราคาถึง 9,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 3 แสนบาท
  • นาฬิกาหรูที่มีราคาถึง 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ  6 หมื่นบาท
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีมูลค่าสูงถึง 4,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.5 แสนบาท

จากการพิจารณาถึง เปอร์เซ็นต์ของการครอบครองสินค้าที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 3 หมื่นบาท ในกลุ่มของคนมีฐานะทั้งในเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย พบว่า กลุ่มคนมั่งคั่งในไทยมีเปอร์เซ็นต์การเป็นเจ้าของเสื้อผ้าหรือเครื่องหนังที่มีดีไซน์เฉพาะ ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในแถบเอเชียแปซิฟิก แต่สำหรับสินค้าประเภทเครื่องประดับและรองเท้านั้น จะมีสัดส่วนในอัตราที่ใกล้เคียงกัน


สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมคือที่ไหน สื่อโซเชียลอะไรที่ติดหนึบ?

การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่กลุ่มคนมีฐานะชาวเอเชียชื่นชอบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความจำเป็นในการเดินทางเพื่อธุรกิจ และผู้ที่ชอบเดินทางเพื่อการพักผ่อน จากสถิติพบว่า คนเหล่านี้จะมีการเดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี

  • กว่า 33% ของกลุ่มคนรวยในไทย และ 22% ของคนในเอเชียแปซิฟิกเลือกที่จะไปประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยฮ่องกงในอัตรา 19% 
  • รูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มคนมั่งคั่งในประเทศไทยคือ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์หรือเพื่อสุขภาพ ตามด้วยการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีค่าชี้วัดมากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเกิน 1 เท่าตัว 

สำหรับรูปแบบสื่อที่กลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชียชื่นชอบนั้นเรียกได้ว่า ครอบคลุมแทบทุกแพลตฟอร์ม แต่มีการใช้เวลากับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่างๆ สูงสุด ตามมาด้วยทีวี หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร สำหรับกลุ่มคนมีรายได้สูงชาวไทยจะใช้เวลากับแอปและเว็บไซต์มากกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชีย โดยมีความชอบทั้ง 2 แพลตฟอร์ม ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล

คนมั่งคั่งในเอเชียแปซิฟิกและคนมีรายได้สูงชาวไทย ต่างนิยมเสพสื่อทีวีและนิตยสารต่างประเทศเหมือนๆ กัน เพียงแต่มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน โดย 44% เป็นอัตราส่วนของคนมีรายได้สูงในเอเชียแปซิฟิก และ 50% ของคนมีรายได้สูงชาวไทย

ในด้านสื่อโซเชียล นับว่าเป็นสื่อที่แทบจะถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกลุ่มคนมั่งคั่งทั้งหลาย  สำหรับกลุ่มคนมั่งคั่งชาวเอเชียแปซิฟิกนั้น มีความนิยมใช้ช่องทาง Facebook ถึง 69% รองมาเป็น YouTube 63% Instagram 42% และ LinkedIn 21%

แต่สำหรับคนรวยชาวไทยนิยมใช้ช่องทาง Facebook YouTube Instagram และ LinkedIn ในอัตรา 94% 90% 61% และ 18% ตามลำดับ

จากการศึกษาพบว่า กลุ่มคนมีฐานะในประเทศไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียต่างๆ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มคนมั่งคั่งในเอเชีย โดยคนไทยใช้เวลากับแพลตฟอร์มเหล่านี้มากกว่า 500 นาที ภายในระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา หรือราวๆ 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งค่าเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่เพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น 


ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า?

จากการศึกษาพบว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของกลุ่มคนมีฐานะในภูมิภาคเอเชียให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของโลก มากกว่าการใช้จ่ายเพื่อเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยินดีที่จะสนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ 

  • 53% ของกลุ่มคนมั่งคั่งชาวเอเชียในยุคปัจจุบันพร้อมและยินดีที่จะจ่ายมากกว่าสำหรับสินค้าหรือบริการที่เป็นให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดย 47% ยังยินดีที่จะซื้อหรืออุดหนุนสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ
  • กลุ่มคนมีฐานะในประเทศไทยถึง 63% ยินดีที่จะจ่ายมากกว่าสำหรับสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 53% ระบุว่ามีความยินดีที่จะอุดหนุนสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่ากลุ่มคนมั่งคั่งชาวเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ

ปี 2019 นี้ โลกได้เข้าสู่ภาวะ “Accelerated Change” คือการที่โลก เทคโนโลยี และความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนและทุกธุรกิจจึงต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้ทันกับกระแสโลก ซึ่งแม้แต่บริษัทวิจัยอย่าง อิปซอสส์เองก็ยังปรับตัวด้วยเช่นกัน โดยการปรับโพสิชันนิงองค์กรเป็น ผู้เปลี่ยนเกม (Game Changers) ด้วยความเชื่อที่ว่า “ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับงานวิจัยรูปแบบเดียวที่จะใช้ได้กับลูกค้าทุกราย เพราะต่างองค์กรก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน” ดังนั้น ธุรกิจที่ให้บริการได้แตกต่างตามความต้องการแบบ Customized Service และมีโซลูชันที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ ย่อมสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจมากกว่าและเข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพราะได้ลงลึกถึงความต้องการแบบคลุกวงใน