เขตพัฒนาพิเศษ EEC ความก้าวหน้าและการพัฒนาที่จับต้องได้ในกระแสความขัดแย้งทางการเมือง

431

การพัฒนาและฟื้นฟูประเทศผ่านโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จากรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลนี้ จนได้ออกกฎหมายรับรองเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เป็นพื้นที่การลงทุนระดับโลกนั้น เป็นความพยายามและมุ่งมั่นที่มีนัยสำคัญต่อการยกระดับประเทศให้พ้นจากความตีบตัน ชะงักงัน และหายนะของบ้านเมือง ที่เกิดจากความแตกแยกตกต่ำทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา!


EEC หรือ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความท้าทายของสังคมโลกซึ่งกำลังปรับตัวสู่ศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนโลกเก่าให้เป็น “โลกใบใหม่” อย่างสัมผัสจับต้องได้ โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยียุคดิจิทัลเป็นแกนขับเคลื่อนที่สำคัญ ซึ่งความก้าวหน้าใหม่ในช่วงเวลานี้ ไม่อาจใช้กติกาที่มีฐาน “ความเชื่อ” มานำพาและขับเคลื่อนสู่อนาคตได้ต่อไป!

โยกิ เบอร์ร่า กล่าวถึงโลกยุคนี้ว่า “ถ้าคุณไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน คุณก็อาจไปไม่ถึงที่นั่น”

พลานุภาพของเทคโนโลยีที่ทรงพลังอย่างอินเทอร์เน็ต ซึ่งเชื่อมผสานเข้ากับวิศวกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างบิ๊กดาต้า รวมถึงการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI กำลังเปลี่ยนทุกโหมดของการดำรงชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าการจมปลักอยู่กับความคิด ความเชื่อ และการหลงใหลอดีต ไปจนถึงการชิงชังความก้าวหน้าของคนบางกลุ่ม ก็ไม่อาจหลีกหนีความเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่ไปได้!

อีอีซี เป็นโครงการพัฒนาที่มีกฎกติกาและกฎหมายมารองรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งให้ความมั่นใจกับ “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” ได้อย่างไร้พรมแดนว่า

เราสามารถสร้างความก้าวหน้ายุคใหม่ไปด้วยกันได้ ตั้งแต่ชุมชนท้องถิ่นไปจนถึงอุตสาหกรรมไฮเทคจากนานาประเทศ ได้อย่างสร้างสรรค์และมีพลังท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้มข้นอยู่ในปัจจุบัน

อีอีซี มีภารกิจชัดเจนคือ “สร้างความเจริญก้าวหน้าใหม่” ผ่านการกำหนดพื้นที่การลงทุนระดับโลกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันทั้งในภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค ซึ่งดึงเอาการลงทุน เทคโนโลยี และความรู้ยุคใหม่ (ในขณะที่การเมืองในประเทศขัดแย้งส่งผลให้การพัฒนาทุกมิติหยุดชะงักจนเข้าทางตัน!) ด้วยการกำหนดเขตพื้นที่และกฎกติกาการลงทุนที่ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจในระดับสากล พร้อมเร่งจัดปรับพื้นฐานสาธารณูปโภคในพื้นที่ จัดปรับการพัฒนาบุคลากร การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในช่วงที่สังคมกำลังปรับเปลี่ยนสู่กระบวนระบบการพัฒนาเพื่อความเสมอภาคและยั่งยืน และจัดปรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้มีอนาคตใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนายกระดับปรับสร้างเทคโนโลยี 4.0 เพื่อลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพ-และดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมไปในขณะเดียวกัน

ผลรวมทั้งหมดของความเคลื่อนไหวนี้ ก็เพื่อเร่งการพัฒนาประเทศให้ออกจากมุมอับ มีพื้นที่ในการสะสมทุน เทคโนโลยี และความรู้ยุคใหม่ ที่นำไปพัฒนาต่อยอดสู่อนาคตได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง นี่คือนัยสำคัญของความเป็น EEC!

ความเคลื่อนไหวที่ต้องฝ่าอุปสรรคของการดำเนินโครงการ EEC มีหลากหลายมิติ ตั้งแต่

  • การเผชิญหน้ากับศึกภายใน อันเกิดจากวิธีคิด-ระบบระเบียบการบริหารราชการ ซึ่งเป็นแก่นแกน-ตัวตนที่ต้องจัดปรับกันขนานใหญ่
  • การแข่งขันและท้าทายจากประเทศโดยรอบในภูมิภาคและที่ห่างออกไป
  • การขาดแคลนความรู้ เทคโนโลยีและความคิดเชิงนวัตกรรม ที่ต้องสร้างให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงซึ่งรุกคืบอยู่ตลอดเวลา
  • การเผชิญกับบ่อนทำลายทั้งจากภายในและภายนอกประเทศอย่างต่อเนื่องรุนแรง
  • การเผชิญกับการเมืองของคนบางกลุ่ม-บางพรรคที่มุ่งโจมตีทำลายล้าง ไม่แยกแยะประเด็นการจัดการความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองออกจากเกมการเมืองต่างขั้ว! ฯลฯ

ทั้งหมดคือปัญหาและอุปสรรคที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับการดำเนินโครงการ EEC

โครงการ EEC จึงเหมือนต้องเผชิญมรสุมอยู่ตลอดเวลา แต่ดีที่ว่ารัฐบาลและผู้ปฏิบัติงานไม่ถอดใจง่ายๆ เพราะรู้ดีว่ากำลัง “สร้างอนาคต” และ “สร้างความก้าวหน้า” ที่สำคัญยิ่งให้บ้านเมืองและประเทศชาติ เพื่อขับเคลื่อนสังคมโดยรวมสู่โลกศตวรรษที่ 21 ที่มีอนาคตและความเจริญก้าวหน้าใหม่ ซึ่งจะส่งผลรวมตอบกลับถึงทุกคนได้เป็นอย่างดีเมื่อโครงการผลิดอกออกผล!

นี่คือพลังบวกที่สำคัญยิ่ง! 

มากไปกว่านั้นคือ ผู้คนในพื้นที่-ในชุมชน ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ใน 3 จังหวัด ล้วนเห็นคุณค่าและให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง เป็นภาพสะท้อนความปรารถนาของผู้คนที่มีพลังอย่างแท้จริง

ต่างจากการสร้างละครเศร้าบทสั้นๆ ที่มาดึงชาวบ้านบางคนบางกลุ่มเล็กๆ จากพื้นที่ไปช่วยตะโกนโหวกเหวกคัดค้าน ด้วยความเชื่อเฉพาะกลุ่มและเรื่องเล่าที่ปั้นแต่งกันขึ้นเอง ชนิดที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างส่ายหัวกับความลวงโลกของนักต่อต้านสีเทา-กลุ่มการเมืองที่ชิงชังความเจริญก้าวหน้าของสังคมซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นช่วงๆ!

เขตพัฒนาพิเศษ EEC

การก้าวคืบสู่ความเสมอภาคยั่งยืนในกระแสการพัฒนาของ EEC อาจสร้างการรับรู้ด้านแผนปฏิบัติการในหลายเรื่องให้แก่สังคม เช่น การยกระดับอุตสาหกรรมอย่างมีเป้าหมายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การปรับสร้างการศึกษาแบบ Demand Driven การบริหารสถาบันการศึกษาแบบเครดิตแบงก์ ภูมิทัศน์ใหม่ของระบบคมนาคมและโลจิสติก ส์ การสะสมความรู้และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมของตัวเอง การปรับสร้างเกษตรแม่นยำ ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือทิศทางที่จะนำสู่มาผลรวมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเสมอภาค ซึ่งมีความหมายอย่างยิ่งต่อผู้คน สังคม และความก้าวหน้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น


เรื่อง : Apichartology