อังกฤษ แนะใช้ Big data คาดการณ์ ‘อุตสาหกรรมอาหารโลก’ ‘Foresight for Food’ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างได้ผล

163

อุตสาหกรรมอาหารโลก นับเป็นภาคอุตสาหกรรมหนึ่งที่ทุกปีจะต้องมีการหยิบเอาประเด็นเรื่องการวางแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารของคนทั่วโลก ปีนี้ก็เช่นกัน โดยจุดที่นักวิชาการทั่วโลกโฟกัส หนีไม่พ้นวิธีการจัดการกับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ว่าจะมีมาตรการอย่างไร จึงจะสามารถตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชากรโลกได้มากที่สุด

ในรายงานข่าวเรื่อง “ไทยปิ๊ง 4 แนวทางอังกฤษคาดการณ์อนาคตอุตฯอาหาร” โดย ลักษณ์ วุฒิศักดิ์ เผยแพร่ในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ12 ธันวาคม 2562 ได้แนะนำให้รู้จักกับ ศาสตร์การคาดการณ์อนาคตอุตสาหกรรมอาหาร (Foresight for Food) ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ บริติช เคานซิล จับมือ มหาวิทยาลัยแครนฟิลด์ มานำเสนอนวัตกรรมการคาดการณ์ล่าสุด ที่ปรับเอา Big Data มาเป็นเครื่องมือคำนวณ ทำให้การคาดการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทำให้ได้แผนแม่แบบที่มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหา ความมั่นคงทางอาหาร ได้อย่างยั่งยืน


โมเดลจัดการ อุตสาหกรรมอาหารโลก ส่งตรงจากอังกฤษ ปรับใช้พัฒนาการผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทยได้จริง

ศาสตราจารย์โรนัลด์ คอร์สตานจ์ หัวหน้าศูนย์สารสนเทศการเกษตรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแครนฟิลด์ Cranfield University ประเทศอังกฤษ อธิบายเพิ่มเติมถึง ศาสตร์การคาดการณ์อนาคตอุตสาหกรรมอาหาร (Foresight for Food) ว่า

ศาสตราจารย์โรนัลด์ คอร์สตานจ์

“ศาสตร์นี้เป็นวิธีคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีก 10- 15 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมพร้อมวิธีการรับมือ และแก้ปัญหา อาทิ สภาพแวดล้อม อุปสงค์ อุปทานของ “อุตสาหกรรมอาหารโลก” ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมหาวิทยาลัยแครนฟิลด์เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับการใช้ ศาสตร์คาดการณ์อนาคต (Foresight) มาพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมควบคู่กันไป โดยในปัจจุบันมหาวิทยาลัยแครนฟิลด์ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม รวมถึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์การคาดการณ์อนาคต และการประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นแผนแม่แบบและนำไปต่อยอดในภาคธุรกิจ”

นอกจากนี้ยังเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้การวางแผนแม่แบบของตัวเองบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยใช้หลักการดึงข้อมูล Big Data เพื่อนำมาคำนวณ คาดการณ์อนาคตได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อการออกแบบแผนแม่แบบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่านวัตกรรมดังกล่าวจะช่วยคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงภายใน 10 ปี

จากนั้น ศาสตราจารย์คอร์สตานจ์ ยังได้อัปเดตให้ฟังถึง อุตสาหกรรมอาหารในสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ เอง ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ต่างกับหลายประเทศในโลก

“อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นภาคการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร โดยข้อมูลจากสมาพันธ์อาหารและเครื่องดื่ม (FDF) ชี้ว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวสามารถทำเงินได้ถึง 28.2 พันล้านปอนด์ต่อปี และมีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมนี้ถึง 400,000 คน โดยมูลค่าตลอดห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ฟาร์มจนถึงจานที่ถูกเสิร์ฟ มีจำนวน 110 พันล้านปอนด์ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของสหราชอาณาจักร”

“ดังนั้น สหราชอาณาจักรจึงมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมการยกระดับอุตสาหกรรม ผ่านความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคการศึกษา และภาคเอกชน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นอุตสาหกรรมที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ ซึ่งกุญแจสำคัญที่จะไปสู่โอกาสเหล่านี้ คือการรู้จักควบคุมศักยภาพการเติบโต ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพ”

แอนดรูว์ กลาส

ด้าน แอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีโมเดลต้นแบบการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมอาหารที่ชัดเจน เช่น ม.แครนฟิลด์ ที่ได้ทำงานร่วมกับ บริษัท โคคา-โคล่า (Coca-Cola Enterprises) เพื่อศึกษาหาข้อมูลด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในสหราชอาณาจักร โดยได้ใช้ศาสตร์การมองอนาคตเพื่อประเมินถึงรูปแบบของโรงงาน และภาคการผลิตในปี 2050 (พ.ศ. 2593) อย่างได้ผล


4 ขั้นตอน ปรับ ‘Foresight for Food’ คาดการณ์ พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

ในโอกาสที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “University-Industry Links” ของบริติช เคานซิล ประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาคการศึกษา – อุตสาหกรรม แบ่งปันองค์ความรู้และรูปแบบศาสตร์การคาดการณ์อนาคต (Foresight) ให้กับเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) โดยทาง ศาสตราจารย์คอร์สตานจ์ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยแครนฟิลด์ ได้คัดเลือกขั้นตอนที่เหมาะสมกับบริบทการประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทย ออกมาเป็น 4 ขั้นตอน นั่นคือ

  • จับกระแสให้ถูก (Horizon Scanning) การพิจารณาบริบทโดยรอบ เพื่อเข้าถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารที่กำลังเกิดขึ้น จะช่วยสร้างความได้เปรียบ
  • ปักธงนำทางการพัฒนา (Visioning) การกำหนดวิสัยทัศน์ว่าประเทศต้องการเดินหน้าอุตสาหกรรมอาหารไปในทิศทางใด เพื่อให้สอดรับกับกระแสความต้องการของตลาดอาหารโลก
  • กำหนดทิศทาง (Roadmapping) การวางแผนแม่แบบจากข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารในระยะยาว ซึ่งการกำหนดแผนแม่แบบจะทำให้สามารถประเมินศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน และรู้ถึงสิ่งที่ยังคงต้องพัฒนาให้ตอบโจทย์ตามเป้าหมาย
  • ประเมินโอกาส มุ่งสู่การต่อยอดอย่างถูกทาง (Evaluation) การประเมินแผนแม่แบบที่สร้างขึ้นและถูกนำมาใช้ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการต่อยอดและปรับปรุง

ที่กล่าวมานี้ เป็นคำแนะนำจากพันธมิตร ผู้เป็นเจ้าของ ศาสตร์การคาดการณ์อนาคตอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมาหารไทยได้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับบริบทของการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย เราได้เดินหน้าโครงการ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ Food Innopolis อย่างจริงจังแล้ว ซึ่ง อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้อำนวยการโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร ได้อัปเดตให้ฟังด้วยว่า

อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ

การพาครัวไทย สู่ครัวโลก ก็เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป เพราะเมื่อประเทศมีเป้าหมายการเดินหน้าอุตสาหกรรมอาหารที่ชัดเจน รู้จักเทรนด์ตลาดอาหารสากล และมีนวัตกรรมที่พร้อมรับมือกับปัญหาในอนาคต ก็สามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ โดยหลังจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนแม่แบบแนวทางอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย สามารถสรุปออกมาเป็น 4 กลยุทธ์ของโรดแมปพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่

  • สร้างแพลตฟอร์มระดับชาติเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและยั่งยืน
  • ลงทุนกับงานวิจัยและนวัตกรรมด้านอาหารเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมไปถึงนวัตกรรมอาหารที่ทันสมัยและยั่งยืน
  • สร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอี จากระดับท้องถิ่นสู่ระดับนานาชาติ
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของอาหารไทยในระดับนานาชาติ

สุดท้าย ผู้อำนวยการโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร ได้ให้มุมมองเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยว่า

“อุตสาหกรรมการผลิตอาหารของไทยเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญ ที่ได้รับการผลักดันมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ด้วยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในการผลิตเพื่อบริโภค และส่งออก และไทยยังมีความสามารถในการผลิตวัตถุดิบประกอบอาหาร ทั้งจากผลิตผลในภาคการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง รวมถึงการแปรรูปอาหาร สูง”

“อย่างไรก็ดี ปัจจัยการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ไม่ใช่เพียงแค่การคำนึงถึงประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล หากแต่การมองไปยังอนาคต รู้จักการเตรียมพร้อม เพื่อปรับตัวรองรับสถานการณ์ด้านอาหาร และเทรนด์ของผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลดิเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเพื่อแข่งขันในระดับนานาชาติ ก็ถือเป็นการปรับตัวก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทยเช่นกัน”


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “ไทยปิ๊ง 4 แนวทางอังกฤษคาดการณ์อนาคตอุตฯอาหาร” โดย ลักษณ์ วุฒิศักดิ์ เผยแพร่ในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ 12 ธันวาคม 2562


ยังมีอีกหลากหลายแนวคิด ที่ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปปรับใช้พัฒนากระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

ธุรกิจคอนกรีตพัทยา สร้างสตอรี่ใหม่ได้สำเร็จ อานิสงส์อีอีซี กระตุ้น ‘อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง’ ตื่นตัว

จับจังหวะ ‘อุตสาหกรรมดนตรี’ ให้ถูกทาง แล้วเปลี่ยนความบันเทิง ให้ทำเงินเข้ากระเป๋าแบบไม่รู้ตัว

‘SynBio ชีวนวัตกรรม’ ศาสตร์เปลี่ยนโลก เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน