สาลิกาคาบข่าว Vol.347/62

153

ศุภชัยมองอีอีซีแรงผลักเศรษฐกิจปีหนู เร่งรัฐพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก หรือ WTO กล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ว่าสิ่งที่ต้องระวังคือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือการใช้สอยของประชาชน ขณะที่นโยบายการเงินการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เห็นว่าปีหน้าไม่ควรปรับลดลง แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญคือต้องพิจารณาปรับดอกเบี้ยให้มาอยู่ในอัตราเดิม เพื่อศักยภาพในการแข่งขัน และกระตุ้นให้ประชาชนออมมากขึ้น ส่วนปัญหาเสถียรภาพการเมืองนั้นก็น่าห่วงเช่นกัน รัฐบาลต้องรักษาเสถียรภาพ เพื่อดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และเดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อให้เดินไปไม่ให้สะดุด เช่น โครงการอีอีซีที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 มองว่า เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสที่จะขยายตัวเป็นบวก รวมไปถึงภาคการส่งออกหากประเทศไทยมีการเดินหน้าผลักดันสร้างความเข้มแข็งทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในนโยบายสำคัญ เช่น การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีที่ต้องการให้ชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อดึงโอกาสการค้า การลงทุนเข้ามาให้มากขึ้น

กทท. ลุยท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ส่วนของภาครัฐวงเงิน 2.19 หมื่นล้าน

รายงานข่าวจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่โดยระบุว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวในส่วนที่เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน มูลค่า 114,047 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ 2,846 ไร่ ก่อสร้างแอ่งจอดเรือ เพิ่มขีดความสามารถรองรับตู้สินค้าเพิ่มขึ้นอีก  7 ล้านทีอียู ยังอยู่ในขั้นตอนประกวดราคา เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการฯ ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและขอทุเลาคำสั่งของศาลปกครองกลางกรณีที่กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นพีซี (NPC) ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกฯ ขอให้พิจารณาการประมูลใหม่และไม่ตัดสิทธิ์ ขณะที่โครงการส่วนของรัฐเป็นผู้ลงทุน มูลค่าประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันได้ว่าจ้างบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG ดำเนินการออกแบบรายละเอียด และจัดทำเอกสารประกวดราคา ซึ่งปัจจุบัน กทท.ได้เริ่มขั้นตอนประกวดราคาพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ในส่วนการลงทุนของภาครัฐแล้ว อยู่ระหว่างประกาศร่างประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีราคากลางอยู่ที่ประมาณ 2.19 หมื่นล้านบาท คาดว่าประกาศขายซองเพื่อจัดหาผู้รับเหมาเริ่มงานก่อสร้างได้ในปีหน้า

THE โชว์ผลจัด 10 อันดับคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยไทยปี 2020

สถาบัน Times Higher Education (THE) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านข้อมูลการศึกษาระดับอุดมศึกษาแก่สถาบันการวิจัยชั้นนำระดับโลก จากประเทศอังกฤษ ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกด้านวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี  2020  หรือ THE World University Rankings 2020 จากจำนวน 1,400 มหาวิทยาลัย 92 ประเทศ โดยใช้มาตรฐานตัวชี้วัดซึ่งประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อแวดวงการศึกษาทั่วโลก ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของโลกด้านวิศวกรรม 10 อันดับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยไทย ได้แก่ อันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คะแนน 36.4), อันดับ 2 มหาวิทยาลัยมหิดล (คะแนน 34.2), อันดับ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (คะแนน 31.6), อันดับ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (คะแนน 28.3), อันดับ 5 มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (คะแนน 27.3), อันดับ 6 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (คะแนน 26.7), อันดับ 7 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (คะแนน 25.2), อันดับ 8 สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คะแนน (24.9), อันดับ 9 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (คะแนน24.0), อันดับ 10 มหาวิทยาลัยนเรศวร (คะแนน 23.4)

นวดไทยกระหึ่ม ยูเนสโกประกาศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

รายงานข่าวจากการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ครั้งที่ 14 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 ธันวาคม 2562 ณ กรุงโบโกตา สาธารณรัฐโคลอมเบีย มีมติรับรองและประกาศให้นวดไทย (NUAD THAI) ขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ หรือ Representative List of The Intangible Cultural Heritage ทั้งนี้ หลังจากประเทศไทยได้เข้าร่วมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ในลำดับสมาชิกที่ 170 ได้เสนอนวดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เป็นลำดับที่ 2 ต่อจากรายการโขนที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แล้วเมื่อปลายปี 2561

สำเร็จ! “หุ่นยนต์ยิงน้ำแรงดันสูงทำลายวัตถุระเบิด ฝีมือคนไทยคุณภาพระดับสากล 

ผศ.มานพ คงคานิธิ หัวหน้าโครงการวิจัยการประเมินสมรรถนะอุปกรณ์ต้นแบบของหุ่นยนต์อีโอดีและการสร้างหลักสูตรผู้บังคับหุ่นยนต์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า ทีมวิจัยได้จัดสร้างหุ่นยนต์ปืนยิงน้ำแรงดันสูงซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่าง สกว. กรมสรรพาวุธทหารบก และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อใช้ในภารกิจทำลายวัตถุระเบิด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค4 สน.) ได้ออกคำสั่งจัดซื้อระบบทำลายวัตถุระเบิดทั้งหมด 4 ชุด รวมงบประมาณทั้งสิ้น 10 ล้านบาท มอบให้นักวิจัยของ มจพ. เป็นผู้จัดสร้าง เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยงานทหาร 3 ชุด และ 1 ชุดให้กับหน่วยงานตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับหุ่นยนต์ปืนยิงน้ำแรงดันสูงมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์โดยมีจุดเด่นคือไม่มีแรงสะท้อนกลับเมื่อยิง ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อหุ่นยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวสามารถยิงทำลายวงจรจุดระเบิดของระเบิดแสวงเครื่อง สามารถยิงเหล็กทะลุได้หนาถึง 2 มม. ในส่วนการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์มีฐานขับเคลื่อนเป็นตีนตะขาบ การควบคุมการเคลื่อนที่และการยิงกระสุนน้ำสามารถทำจากระยะไกลได้

จีนผุดศาลไซเบอร์ใช้ผู้พิพากษา AI ไต่สวนคดีดิจิทัล โจทย์จำเลยรับฟังผ่านแอพฯ

นักกฎหมายไทย

ศาลประชาชนสูงสุดของสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดเผยผลสรุปการดำเนินงานของศาลไซเบอร์ในเมืองหางโจว พบว่ามีการับเรื่องร้องทุกข์และพิจารณาไต่สวนคดีดิจิทัลทั่วประเทศไปแล้วกว่า 3.1 ล้านคดี ในช่วงเดือน มี..-..62 ที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนการทำงานของศาลไซเบอร์เมื่อศาลได้รับเรื่องร้องทุกข์ผ่านแอพพลิเคชั่นแล้ว ผู้พิพากษา AI จะเริ่มกระบวนการไต่สวนและพิพากษาคดีตามข้อมูลที่ได้รับ โดยมีผู้พิพากษาที่เป็นมนุษย์คอยให้คำปรึกษาและตรวจสอบกระบวนการตัดสินอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ยื่นเรื่องทั้งสองฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรม แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้พิพากษา AI สามารถพิจารณาและปิดคดีได้ด้วยตัวเอง สำหรับศาลไซเบอร์ดังกล่าว ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาคดีอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ การละเมิดลิขสิทธิ์ในสื่อออนไลน์ ข้อพิพาททางการค้าในธุรกิจออนไลน์ รวมถึงการขัดแย้งกันเรื่องสินค้าที่วางจำหน่ายในเว็บไซต์ โจทก์และจำเลยสามารถยื่นเอกสารและรับฟังการพิจารณาคดีผ่านทางแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องเดินทางไปยังศาล โดยรัฐบาลจีนมีแผนที่จะขยายขอบเขตจากทำงานของศาลไซเบอร์ให้ ครอบคลุมในอีก 12 มณฑลทั่วประเทศ

อียูเรียกร้องอังกฤษเร่งอนุมัติข้อตกลง Brexit

นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวภายหลังการประชุมผู้นำอียูแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาอังกฤษให้การอนุมัติข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และยุโรปจะทำการเจรจาเพื่อรับประกันว่าจะมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับสหราชอาณาจักรในอนาคต อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ในอนาคตต้องตั้งอยู่บนสิทธิและความรับผิดชอบที่สมดุล สร้างหลักประกันถึงการแข่งขันทั้งด้านธุรกิจและการค้า อีกทั้งจะขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปส่งร่างข้อบัญญัติอันครอบคลุมว่าด้วยความสัมพันธ์กับอังกฤษทันทีที่ถอนตัว โดยอียูจัดการประชุมสุดยอดในวันนี้เพื่อหารือกันในประเด็น Brexit ขณะที่นายจอห์นสันมีกำหนดยื่นร่างกฎหมายข้อตกลง Brexit ของเขาเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอังกฤษก่อนเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก่อนที่รัฐสภาจะพักสมัยประชุมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส