สาลิกาคาบข่าว Vol.352/62

128

บอร์ดบีโอไอชูแพคเกจใหม่ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ ซึ่งมี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้ดึงดูดมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มประเภทกิจการเป้าหมายให้ครอบคลุมกว้างขึ้น ได้แก่ (1) กิจการในกลุ่มที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5-8 ปีตามสิทธิพื้นฐานเกือบทุกประเภท (กลุ่ม A1, A2, A3) ยกเว้นกิจการบางกลุ่ม เช่น กิจการที่ไม่มีที่ตั้งสถานประกอบการชัดเจน กิจการที่มีเงื่อนไขบังคับเรื่องที่ตั้งสถานประกอบการซึ่งไม่อยู่ใน 3 จังหวัดอีอีซีเป็นต้น (2) กิจการในกลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ ไบโอเทค นาโนเทค วัสดุขั้นสูง และดิจิทัล และกลุ่มที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย เช่น กิจการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ กิจการวิจัยและพัฒนา กิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น สำหรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้มีการกำหนดเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมใน 2 ทางเลือก ได้แก่ เกณฑ์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเกณฑ์ที่ตั้ง โดยสามารถเลือกดำเนินการทั้งสองเกณฑ์ควบคู่กันเพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสูงสุด หรือเลือกเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งก็ได้

อีอีซี รับคณะ ศอ.บต. บูรณาการความร่วมมือเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า

นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสายงานพัฒนาพื้นที่และชุมชน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี  ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศและโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทั้งการสร้างงาน การยกระดับการศึกษาให้กับเยาวชน สาธารณสุข และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในอีอีซี ให้กับนายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และประชาชนในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา กว่า 150 คน ในโอกาสที่เข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่อีอีซี รับฟังข้อมูลการขับเคลื่อนและพัฒนาโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืนทั้งนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือและการสร้างความเข้าใจในมิติการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โครงการเมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตอันเป็นกลไกการขับเคลื่อนของประชาชนในพื้นที่ และสร้างฐานความร่วมมือการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นแกนหลักต่อการพัฒนาพื้นที่ตนเองให้เกิดประโยชน์ต่อไป

กนง.หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ 2.5% สังเวยพิษส่งออก คงดอกเบี้ย 1.25%

จีดีพี

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกนง.มีมติ 7 ต่อ 0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโบบายไว้ที่ 1.25% โดยได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเติบโตในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ควรจะเป็นด้วย สาเหตุมาการส่งออกที่ลดลง ส่งผลต่อการจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ โดยเบื้องต้นคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของไทยในปี 2562 โตลดลงเหลือ 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.8% โดยมีปัจจัยกดดันในเรื่องของภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้ ตามปริมาณการค้าโลกที่ชะลอการเติบโตลงจากสภาวะการกีดกันทางการค้า และสงครามการค้าของสหรัฐและจีน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของภาคการผลิต ที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งมาจากการเลื่อนการลงทุนของรัฐวิสาหกิจและโครงการร่วมลงทุนของรัฐ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง พร้อมทั้งประเมินการเติบโตของจีดีพีไทยในปี 2563 จะโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 2.8% แต่ก็ถือว่าปรับคาดการณ์ลดจากเดิมที่คาดว่าจะโต 3.3%

กรมควบคุมมลพิษงดใช้รถส่วนตัวทุกวันพุธ ช่วยลดควันพิษ PM2.5

วิกฤตฝุ่น PM2.5

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงนี้ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น สภาพความกดอากาศต่ำมีปริมาณฝุ่นละอองเกิดการสะสม ทำให้เกิดปัญหาค่าฝุ่นจะเกินค่ามาตรฐาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ เขม่าควันจากรถยนต์ เป็นต้นเหตุและแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุดร้อยละ 72 กรมควบคุมมลพิษจึงรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนลดการใช้ยานยนต์ส่วนตัว และหันมาใช้บริการรถสาธารณะทดแทน เพื่อบรรเทาปริมาณฝุ่นละออง โดยกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่ระดับอธิบดี ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้ร่วมใจกันเป็นหน่วยงานนำร่องงดใช้รถยนต์ส่วนตัวขับขี่มาทำงานทุกวันพุธ เริ่มวันที่ 18 .. เป็นวันแรก และหันมาใช้บริการภาคขนส่งสาธารณะ หรือบริการรถไฟฟ้า เดินทางมาทำงานทดแทน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวอย่างของหน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม ในการลดปัญาหาฝุ่นละออง PM2.5 จากแหล่งกำเนิดยานยนต์ขนส่ง ซึ่งพนักงานกว่า 549 คน มีรถยนต์ 168 คัน พร้อมใจให้ความร่วมมือเพื่อทำให้เป็นตัวอย่างของส่วนหนึ่งในการลดปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกรอบ 6 เดือนรับเทศกาลปีใหม่

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤศจิกายน 2562 อยู่ที่ระดับ 92.3 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 91.2 ในเดือนตุลาคม โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 เนื่องจากผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าเพื่อชดเชยวันทำงานที่น้อยกว่าปกติในช่วงเดือนธันวาคม ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อและยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในกลุ่มสินค้าแฟชั่น อาหาร สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น เพื่อใช้ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐส่งผลดีต่อการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการร้อยละ 60.1 ยังคงกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน (บาทต่อดอลลาร์), ร้อยละ 45.0 กังวลเรื่องราคาน้ำมันและร้อยละ 42.2 กังวลเรื่องการเมืองภายในประเทศ

ตลาดโดนัทแข่งเดือด บิ๊กเนมผุดฟู้ดทรักบุกถึงชุมชน

นายภาคิน เพ็ญภาคกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ดังกิ้น เอาใจผู้บริโภคให้ใกล้ชิดขึ้น เปิดให้บริการฟู้ดทรักหน่วยรถขายโดนัท เครื่องดื่ม นอกสถานที่ โดยใช้งบฯ ลงทุนเฉลี่ยคันละ 1 ล้านบาท และในปี 2563 จะเพิ่มอีก 10 คัน เน้นเจาะเข้าไปตามชุมชนต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล คอมมิวนิตี้มอลล์ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันได้เริ่มให้บริการแล้ว 2 สาขา คือ ที่เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์ และสาขาอิมแพค เมืองทองธานี โดยได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค เพราะด้วยรถฟู้ดทรักที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น ทำให้มีแผนที่จะพัฒนาและหาพื้นที่เพื่อรองรับการขยายสาขาในรูปแบบนี้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันฟู้ดทรัคกำลังเป็นที่นิยมและเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีรถฟู้ดทรัคกว่า 1,500 คันทั่วประเทศ คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มอีก 2,500 คัน หรือเฉลี่ย 500 คันต่อปี ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาล ขณะที่ภาครัฐก็ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ พร้อมขยายตลาดให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล

เฟียตเปอโยต์ควบรวมกิจการมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของโลก

บริษัท พีเอสเอ ผู้ผลิตรถยนต์เปอโยต์ของฝรั่งเศสและเฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ (เอฟซีเอ) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลีสหรัฐ ประกาศในวันนี้ (18 ..) ว่า บรรลุข้อตกลงควบรวมกิจการมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านล้านบาทในข้อตกลงควบรวมธุรกิจแบบ 50/50 คาดว่าการควบรวมจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 12-15 เดือน ซึ่งภายหลังการควบรวมกลุ่มบริษัทใหม่จะมีพนักงานรวมกันมากกว่า 4 แสนคน มีรายได้รวมกันเกือบ 1.7 แสนล้านยูโร (ราว 5.7 ล้านล้านบาท) และมียอดจำหน่ายรวมกันปีละ 8.7 ล้านคัน กลายเป็นบริษัทยานยนต์ใหญ่อันดับของโลก ต่อจากโฟล์คสวาเกน, โตโยต้า และ เรโนลต์ และมีรายได้มากเป็นอันดับของโลก