‘กรามีนแบงก์’ เปลี่ยน ‘บังกลาเทศ’ จากดินแดนรับบริจาคสู่ ‘เสือเศรษฐกิจแห่งเบงกอล’

462

‘บังกลาเทศ’ ประเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่แห่งความยากจน ดินแดนแห่งความมืดมน ขนาดถูกผู้นำประเทศตะวันตกเรียกว่าตะกร้ารับบริจาคนานาชาติ” 


ความยากจนข้นแค้นในอดีต

ย้อนกลับไปดูสถานะประเทศบังกลาเทศ ที่เพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองเมื่อแยกตัวจากปากีสถานในปี 1972 ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ กรามีนแบงก์
แต่วันนี้บังกลาเทศกำลังถูกจับตามองในฐานะเสือเศรษฐกิจแห่งเบงกอลซึ่ง โกลด์แมน แซกส์ (Goldman Sachs) ขนานนามว่าเป็น 1 ใน 11 ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีการจ้างงานกว่า 4.5 ล้านคน คือหนึ่งในปัจจัยที่สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับบังกลาเทศ สร้างรายได้ต่อประชากรต่อคนอยู่ที่ 1,698 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2018
แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ชีวิตที่อยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจนที่เคยสูงถึง 44% ในปี 1991 ของประชากรทั้งหมด ปัจจุบันเหลือเพียง 13%
บังกลาเทศ กรามีนแบงก์
Dhaka city, Bangladesh

กรามีนแบงก์ : มหัศจรรย์แห่งแรงบันดาลใจ

หากจะกล่าวว่า กรามีนแบงก์ (Grameen Bank) หรือ ธนาคารหมู่บ้าน คือหนึ่งในโมเดลความสำเร็จของการแก้ปัญหาความยากจนในบังกลาเทศก็ไม่น่าจะผิด
ธนาคารแห่งนี้จัดตั้งขึ้นในปี 1976 ไม่ใช่โดยนักการธนาคาร แต่เป็นอาจารย์เศรษฐศาสตร์ของบังกลาเทศที่ชื่อว่า มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) ซึ่งไม่ต้องการสร้างธนาคารแห่งนี้เพื่อกำไรแต่เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความยากจนในชนบท
เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายหลักของกรามีนแบงก์ คือคนจน
ตามคอนเซ็ปต์ทุกคนล้วนมีแสงสว่างในตัวเอง และทุกคนควรได้เห็นแสงสว่างในตัวเอง
กรามีนแบงก์
มูฮัมหมัด ยูนุส // www.mynspr.org

วิธีการของกรามีนแบงก์คือ ครัวเรือนยากจนที่สุดมีที่ดินทำกินน้อยที่สุด มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อมากที่สุดด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด โดยมีการตรวจสอบกันในกลุ่มสมาชิกของหมู่บ้านว่า ใครมีคุณสมบัติในการเข้าถึงสินเชื่อ

ใครเป็นลูกค้าชั้นดีชำระเงินตรงตามกำหนดมีสิทธิ์ได้รับเงินกู้ก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
แนวทางสินเชื่อคนจน ของกรามีนแบงก์ได้รับการยอมรับจากองค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศว่า นอกจากจะเป็นวิธีการใหม่ในการต่อสู้กับความยากจนแล้ว ยังเป็นรูปแบบใหม่ของการทำธุรกรรมการเงินอีกด้วย

เปลี่ยนจากสินเชื่อบุคคล’ สู่การเงินบุคคล’

กระนั้นก็ตาม! นโยบายสินเชื่อรายบุคคลของกรามีนแบงก์ก็ยังมีช่องโหว่ เมื่อสินเชื่อที่ปล่อยไปส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กรณีฉุกเฉิน อาทิ จ่ายค่าเทอม ค่าพยาบาล หรือซื้อของใช้ในครัวเรือน โดยมีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกสัปดาห์และคืนเงินต้นทั้งหมดภายใน 1 ปี แม้ในระยะแรก แบงก์จะไม่ประสบปัญหาหนี้เสีย เพราะอัตราการชำระเงินกู้ตรงเวลาของสมาชิกสูงถึง 98%

แต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 การชำระเงินกู้ตรงเวลาของสมาชิกลดลงเหลือ 75% ยิ่งบังกลาเทศประสบภัยไต้ฝุ่นลูกร้ายแรงที่สุดในปี 1998 หลายล้านครอบครัวประสบปัญหา ส่งผลให้การชำระเงินกู้ตรงเวลาของลูกหนี้ลดต่ำลงไปอีก

กรามีนแบงก์ microfinance
แทนที่กรามีนแบงก์จะยกเลิกโครงการสินเชื่อคนจน มูฮัมหมัด ยูนุส กลับมองว่าสาเหตุที่มีการผิดนัดชำระหนี้ เพราะเมื่อคนจนต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทุกสัปดาห์ ขณะที่ครัวเรือนกำลังประสบปัญหา ไม่มีบัตรเครดิตมาช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องเหมือนคนที่มีฐานะ จึงนำมาสู่การผิดนัดชำระหนี้

ถึงครา…กรามีนแบงก์ เปลี่ยนนโยบาย

ในที่สุด แบงก์ต้องเปลี่ยนนโยบายจากสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นการเงินรายบุคคลหรือ Microfinance

คือ แทนที่จะเน้นการกู้เงินเพื่อไปใช้จ่ายฉุกเฉินก็หันมามุ่งเน้นการเงินรายบุคคล ต่อยอดฐานะความเป็นอยู่ด้วยการส่งเสริมการทำธุรกิจในรูปวิสาหกิจ เช่น กู้เงินไปลงทุนเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เปิดร้านขายของชำ ร้านขายอาหารในหมู่บ้าน

มูฮัมหมัด ยูนุส จึงปรับโมเดลธุรกิจในปี 2001 พร้อมกับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การปล่อยเงินกู้ที่เคยกำหนดไว้ตายตัวว่า เงินกู้มีระยะเวลา 1 ปี และต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทุกๆ สัปดาห์ ให้มีทั้งแบบระยะเวลากู้ 3 เดือน จนถึง 3 ปี กรณีมีปัญหาการชำระเงินกู้ สามารถกู้เงินเพิ่มได้ และสามารถขยายเวลาการชำระเงินกู้ให้นานออกไปตามเหตุผลความจำเป็น

กรามีนแบงก์ บังกลาเทศ

แนวคิดดังกล่าวทำให้ มูฮัมหมัด ยูนูส ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับธนาคารกรามีนในปี 2006 ในหัวข้อความพยายามพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจจากเบื้องล่างโดยคณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้มอบรางวัลให้ทั้งมูฮัมหมัด ยูนูส และธนาคารกรามีน ด้วยรูปแบบความพยายามในการสร้างการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจจากเบื้องล่าง ซึ่งไมโครไฟแนนซ์เป็นหนึ่งในวิธีการนั้น และการพัฒนาจากเบื้องล่างยังทำให้เกิดประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างก้าวหน้าอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพด้วย ‘เงินออม’

เพื่อเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน นอกการปล่อยสินเชื่อแล้ว กรามีนแบงก์ยังสร้างระบบการออมโดยสมาชิกเงินกู้ของแบงก์ต้องออมเงินในบัญชีออมทรัพย์จำนวนหนึ่งทุกสัปดาห์ และจะถอนเงินฝากนี้ได้หลังจากครบ 10 ปี หรือลาออกจากการเป็นสมาชิก แต่ด้วยรูปแบบการออมดังกล่าวเป็นการออมเชิงบังคับ สมาชิกต้องฝากเงินแม้ในช่วงที่กำลังเดือดร้อนหรือไม่สามารถเบิกได้ในยามจำเป็น จึงเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ให้สมาชิกสามารถฝากและถอนเวลาใดก็ได้เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้สมาชิกบริหารสภาพคล่องได้ง่ายขึ้น
นโยบายดังกล่าวทำให้พอร์ตการเงินของกรามีนแบงก์เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล จำนวนสมาชิกคนยากจนกว่า 6 ล้านคน กลายเป็นลูกค้าชั้นดีและแทบไม่มีหนี้เสียเลย

วิธีแก้ปัญหาความยากจนยังมีอีกหลายแนวคิด หลากรูปแบบให้ศึกษาและติดตาม

คิดตาม 3 นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ต้องมิใช่การให้เปล่า

ไต้หวัน…จากดินแดนยากจนสู่จ้าวแห่งเทคโนโลยี

‘ดร.ภากร ปีตธวัชชัย’ สร้างตลาดทุนไทยในฝัน เป็นพลังแห่งการแก้ปัญหา หนี้ครัวเรือนไทย อย่างยั่งยืน

‘ฟาร์มไก่ไข่ครบวงจร’ โมเดลที่ CP นำไปช่วยลดความยากจนในยูนนาน