เป็นไปได้ว่าแนวคิด ‘พาณิชยนิยมใหม่’ จะทำให้ไทยย่ำอยู่กับที่

5 ปีก่อน ได้ยินว่ารัฐนำเสนอแนวคิดเพื่อพาประเทศพ้นจาก กับดักรายได้ปานกลาง’ แต่ปัจจุบันเสนอแนวคิดพาประเทศออกจาก ‘กับดักความยากจน’

ปัญหาคือ ประเทศไทยเดินมาถึงแนวคิดนี้ได้อย่างไร?
การนำเสนอแนวคิดหรือมุมมองนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาคทฤษฎีหรือปฏิบัติ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจำเป็นต้องอยู่บนของพื้นฐานความเป็นจริง…มากกว่าการคิดประดิษฐ์คำพูด

ยิ่งพูดเรื่อยเปื่อย ยิ่งไม่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในสายตาสังคม เพราะถ้าดูระดับของกับดักทั้งสองนี้แล้ว มีนัยที่แตกต่างกันอย่างมาก แต่เหมือนกับว่า ประเทศไม่ได้ไปไหน ยังคงอยู่ที่เดิมๆ

เท่ากับว่า 5 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองเดินไปเดินมาในเขาวงกต!

เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องมาพิจารณาใหม่ จากแนวคิดเดิมที่เรามักจะฝากความหวังไว้กับภาคการส่งออก ให้เป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และถ้าดูจากข้อมูลของรองประธานสภานายจ้าง ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมไทย สำหรับเงินดอลลาร์ ปีนี้หดตัวไม่น่าจะน้อยกว่าร้อยละ -2.4 แต่สำหรับเงินบาทหดตัวสูงถึงร้อยละ -4.8
ปัจจัยก็มาจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว เงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในรอบปี เพราะถ้าเทียบกับอัตราค่าเงินเมื่อตอนต้นเดือนมกราคม ทุกๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐของทุกการส่งออก เงินหายไป 2.01 บาท ดังนั้น การแข็งค่าทั้งปีจึงคิดเป็นร้อยละ 6.25

อีกทั้งขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของไทย เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน หดตัวร้อยละ 6.8, คอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า หดตัวร้อยละ 12, เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 13.24, อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ หดตัวร้อยละ 17.5
ภาพรวมอุตสาหกรรมส่งออก 20 อันดับแรก ที่ยังเป็นบวกมีแค่ 5 คลัสเตอร์ ที่เหลือ 3 ใน 4 ล้วนติดลบหดตัวทั้งสิ้น เห็นอย่างนี้แล้วการลงทุนที่เป็นเงินจริงๆ ในปีนี้กลับเป็นเม็ดเงินที่ต่ำกว่าปี 2561 ถึงร้อยละ 25.6 จึงสามารถคาดเดาได้ง่ายว่า การขยายตัวของภาคการผลิตเดิมนั้นทำได้ยาก ส่วนกำลังซื้อที่คาดว่าจะขยายตัวก็น่าจะอยู่ในอัตราที่ต่ำ

ประกันการขยายตัวทางการค้า ด้วยแนวคิดพาณิชยนิยมใหม่!!!

ลัทธิพาณิชยนิยมใหม่ (Neo-Mercantilism) มองว่าความมั่งคั่งของรัฐมาจากการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ และการอาศัยเครื่องมือทางด้านกำแพงภาษีในการได้มาซึ่งความได้เปรียบของรัฐ ดังปรากฏให้เห็นผ่าน “สงครามการค้า” (trade wars) ในช่วงปีที่ผ่านมา | www.the101.world

ปัญหาคือ หากเราต้องการให้การส่งออกขยายตัว หลายคนก็เชื่อว่า ต้องลดค่าเงินบาทลง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แตกต่างจากการชดเชยของภาครัฐ เพียงแต่อยู่ในส่วนของการค้าระหว่างประเทศ
ซึ่งระบบสนับสนุนนี้ก็ยังคงใช้งานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลต้องการจะควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาผลกำไรของผู้ผลิตซึ่งเป็นผลมาจากดุลการค้าที่เกินดุลอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ บริษัทที่มุ่งเน้นการส่งออกยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือ เรายังหวังพึ่งพาการลงทุนจากบริษัทต่างประเทศ
ถ้าสังเกตดูในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ มีสัญญาณที่ไม่ค่อยดีในแง่ของการเพิ่มมูลค่าของภาคการผลิตในไทย หลายบริษัทจึงเคลื่อนย้ายฐานการผลิตออกไปนอกประเทศ

ปัญหาตรงนี้จึงน่าจะเกี่ยวกับวิธีการสร้างความมั่งคั่งแห่งชาติ ซึ่งผู้นำทางความคิดด้านเศรษฐกิจของภาครัฐ ไม่ได้มีหลักคำสอนที่ชัดเจนว่า วิธีการสร้างความมั่งคั่งแห่งชาติ มีความแตกต่างจากความมั่งคั่งในตัวมันเอง และความมั่งคั่งส่วนนี้ก็ไม่น่าจะอยู่ได้ด้วยค่าเช่า การเก็บภาษี การชดเชยให้ภาคการผลิตนั้นมีความมั่นคง หรือการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ และอุตสาหกรรมสองตัวที่กล่าวถึงข้างต้นก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เขตแดนของเทคโนโลยีที่มีต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตในรูปแบบดังกล่าว ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจของชาติทะยานตัวขึ้นในระยะยาวได้

การแข่งขันกันเพื่อให้เกิดสัมปทานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ประกันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจได้แค่ไหน และมีระยะเวลากี่ปี?

ถึงตรงนี้แล้วไม่ค่อยมั่นใจว่าหนทางแบบที่เรียกว่า พาณิชยนิยมใหม่ นี้ บริษัทไทยจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอัตราที่สูงขึ้นต่อจีดีพีได้ แต่ที่สำคัญ จะไปตอบโจทย์บริษัทต่างชาติในแง่ของห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ในระดับโลกได้มากกว่า
ความสามารถในการสร้างความมั่งคั่งของชาติแบบเดิม ที่เน้นแรงงานราคาถูกและมีประชากรวัยทำงานที่ล้นเหลือ (ตอนนี้ไม่พอ) ไม่น่าจะสอดคล้องกับตัวตนของภูมินิเวศรัฐในปัจจุบัน เพราะจากการศึกษาไม่เคยพบว่า จะสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยค่าแรงที่สูงนั้น หมายถึง การสร้างความมั่งคั่งของชาติแบบใหม่ ซึ่งน่าจะได้มาจากเทคโนโลยี ความรู้และความสามารถที่เป็นเป้าหมายของภูมิเศรษฐกิจ

ตอนนี้ ภาครัฐหรือประชาคมทุกภาคส่วนควรที่จะระดมสรรพกำลังพิจารณาภาคการผลิตและการบริการต่างๆ ที่เป็นปัญหาระดับชาติ ว่าสามารถที่จะสร้างเทคโนโลยีของตนเองเพื่อแก้ปัญหาของตนเองได้หรือไม่?

ขณะที่ประเทศในระดับโลกหรือภูมิภาคมักจะแข่งขันกันที่เทคโนโลยี โดยการสร้างเทคโนโลยีเพื่อใช้เองเพื่อทดแทนการนำเข้า แบบนี้จึงจะค่อยๆ ปรับเส้นทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ที่ตอบโจทย์ของรัฐตนเองและก้าวสู่การออกจากกับดักเดิมๆ

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


‘กับดักรายได้ปานกลาง’ คืออะไร ทำไมไทยจึงติดกับดักรายได้ปานกลาง? ร่วมไขข้อข้องใจกันต่อในบทความด้านล่างนี้

ฝ่า ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ด้วยยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล โดย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์