ทำไม ‘เกาหลีเหนือ’ ประเทศโดดเดี่ยวที่สุดในโลก ถึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ‘ท่องเที่ยว’ อย่างจริงจัง

572

หากเอ่ยถึงเกาหลีเหนือประเทศที่ถูกนานาชาติปล่อยให้โดดเดี่ยว และเคว้งคว้างมากที่สุดในโลกจากการถูกคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำถามคือ การไม่อินังขังขอบกับเกาหลีที่ว่านั้นทำให้เกาหลีเหนือถึงกับอับจนหนทางในการกอบกู้เศรษฐกิจหรือไม่ หรือแท้จริงเป็นมาตรการที่ไร้น้ำยากว่าที่คิด คำตอบมีในอยู่ในบทความนี้ จากการที่เกาหลีเหนือได้หันมาเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

ต่อให้ภาพลักษณ์ของเกาหลีเหนือในสายตาประชาคมโลกจะเลวร้ายแค่ไหน แต่คิม จอง อุนผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยังคงยึดมั่นในแนวทางการบริหารประเทศที่ถือปฏิบัติมาตั้งแต่รุ่นปู่ของเขาโดยไม่แปรเปลี่ยน แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือวิสัยทัศน์ของเขาที่เดินหน้าสร้างเมืองใหม่ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น

เนรมิตเมืองใหม่ อัดแน่นด้วยสารพันสิ่งอำนวยความสะดวก

ตราแผ่นดินเกาหลีเหนือ
หลังการประชุมร่วมครั้งที่ 3 ระหว่างคิม จอง อุน และสี จินผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อมิถุนายน 2018 ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเยือนเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะกระทั่งกลายเป็นเรื่องน่ายินดีที่มาพร้อมกับความปวดเศียรเวียนเกล้า เพราะเอเยนซี่ทัวร์ท้องถิ่นไม่สามารถรับมือกับดีมานด์ที่ทะลักทะล้นได้ ทางการเองก็ต้องเตรียมมาตรการรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังโตวันโตคืนให้ได้ โดยเฉพาะการปรับปรุงโรงแรมและรีสอร์ทเดิมให้ได้มาตรฐาน รวมถึงการสร้างที่พักใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น แม้ปัจจุบันเกาหลีเหนือจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกให้มาเยือนได้เพียงปีละ 4,000-5,000 คนต่อปีเท่านั้น และที่สำคัญคือการสร้างเมืองใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากปัจจุบันที่เกาหลีเหนือมักจะชูจุดขายด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมเป็นหลัก

การเป็นดินแดนลึกลับ ดินแดนที่ประชาธิปไตยเป็นสิ่งต้องห้ามของเกาหลีเหนือหรือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (Democratic People’s Republic of Korea: DPRK) กลายเป็นเสน่ห์ที่เกาหลีเหนือใช้ยั่วยวนนักท่องเที่ยวต่างชาติผู้ปรารถนาที่จะสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ และหาได้ยากยิ่งในโลกทุนนิยม แม้จะเป็นการเที่ยวชมที่เต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวด และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดก็ตาม

ล่าสุด คิม จอง อุน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เดินทางไปตัดริบบิ้นเพื่อเปิดตัวโครงการแฟลกชิปบนเขา Paektu (เพ็กตู) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Baekdu สัญลักษณ์ของเกาหลีเหนือ และปรากฎอยู่ในตราแผ่นดินด้วย ทั้งยังเป็นถิ่นกำเนิดของ Dangun (ทันกุน) ผู้ก่อตั้ง Gojoseon (โกโซซอน) อาณาจักรแรกของเกาหลี รวมถึงคิมผู้พ่อ หรือ คิม จอง อิล ภูเขาแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีความหมายเป็นอย่างมากต่อจิตวิญญาณเกาหลีเหนือ แม้จะมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ยืนยันว่าเขาเกิดในแถบตะวันออกไกลของรัสเซียใกล้กับเมือง Khabarovsk (ฮาบารอฟสค์) ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนจีน 30 กิโลเมตร ก็ตามที จึงไม่แปลกใจที่รัฐบาลเกาหลีเหนือจะทุ่มทั้งเงิน สรรพกำลัง และทรัพยากรมหาศาล ในการที่จะสร้าง Samjiyon (ซัมจียอน) เมืองซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัด Ryanggang (รยังกัง) และอยู่ใกล้กับภูเขา Paektu มากที่สุด ขึ้นมาใหม่ ให้พรั่งพร้อมทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า ศูนย์วัฒนธรรม โรงพยาบาล สกีรีสอร์ท พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิวัติ ศูนย์ฝึกกีฬาฤดูหนาว ศูนย์เพาะปลูกเบอร์เบอรี่และมันฝรั่ง รวมถึงที่อยู่อาศัยที่สามารถรองรับพลเมืองเกาหลีเหนือได้กว่า 4,000 ครัวเรือน

The Kim Jong Il statue seen behind Kim Jong Un was called the “central axis” of Samjiyon’s main north-south street | Photo: Rodong Sinmun

Fireworks going off at the base of Pegae Peak in the west of town while people are gathered at an intersection in the east near the large Samjiyon Hotel | Photo: Rodong Sinmun
Samjiyon นับเป็นหนึ่งในอภิมหาโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ คิม จอง อุน หมายมั่นปั้นมือจะใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ และถูกวาดฝันให้เป็นเมืองยูโทเปีย หรือเมืองในอุดมคติที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบภายในระบอบสังคมนิคม เขาควบคุมโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ลงรายละเอียดในการออกแบบ และการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างสำคัญต่างๆ โดยได้ดำเนินการก่อสร้างมาถึงระยะที่ 2 แล้ว และกำลังลุยต่อในระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของโครงการนี้ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในวาระครบรอบ 75 ปี ของการก่อตั้งพรรคแรงงานแห่งเกาหลี (Workers’ Party of Korea: WPK) พรรคผู้ก่อตั้งและพรรคการเมืองที่ปกครองเกาหลีเหนือ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2020

ชู Medical Tourism ดึงนักท่องเที่ยวจีน

นอกจากนี้ Samjiyon ยังถูกวางเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์‘ (Medical Tourism) เพื่อขานรับทั้งการท่องเที่ยว และการดูแลรักษาทางการแพทย์ ที่กำลังเป็นเทรนด์โลก เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ต้องการรับการรักษาด้วยการผ่าตัดต้อกระจก ทันตกรรมรากเทียม และการรักษาเนื้องอก โดยจัดต้้ง Treatment Tourism Exchange Corporation เพื่อเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคลินิกเพื่อสุขภาพนี้จะตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำพุร้อน ที่มีผลดีต่อการเยียวยาโรคประสาท โรคข้ออักเสบ โรคหัวใจ และโรคผิวหนัง ซึ่งแผนการนี้ยังสอดคล้องกับการท่องเที่ยวแบบส่วนตัวเงินหนาหรือ Private Tour ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของเกาหลีเหนือด้วย
Kim Jong Un inspecting indoor spa facilities at the the soon-to-open Yangdok Hot Springs Resort last month, Photo by KCTV
การใส่เกียร์เดินหน้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเกาหลีเหนือ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจและการถูกคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประกาศคว่าบาตรเกาหลีเหนือ หลังจากที่เกาหลีเหนือเริ่มมีการทดลองขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในปี 2006 เพราะเมื่อเศรษฐกิจโลกซวนเซ เกาหลีเหนือก็ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเช่นกัน โดยจีดีพีปี 2018 ติดลบ 4.1% ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 ที่ติดลบ 6.5% โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติราว 35.9 ล้านล้านวอน (ราว 0.93 ล้านล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.9% ของเกาหลีใต้ อุตสาหกรรมที่กระทบหนักที่สุด คือ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และโรงงานผลิตสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหนักและเบา แต่ยังมีอุตสาหกรรมที่เติบโตคือ อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า แก๊ส และพลังงานน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมในภาคบริการ เช่น ที่อยู่อาศัยและอาหาร รวมถึงท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ที่ต้องรีบดันแบบเต็มสูบ

Snow-covered Samjiyon Township on opening day, December 2 | Photo: Rodong Sinmun
แรกเริ่มเดิมที เกาหลีเหนือใช้จุดขายด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นหลักในการดึงดูดชาวต่างชาติ แต่หากผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมด้านการแพทย์แผนตะวันออกก็น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและเหมาะเจาะที่จะใช้เชิญชวนนักท่องเที่ยวจีนที่ให้ความเชื่อถือในศาสตร์นี้อยู่แล้ว ให้เดินทางมาเกาหลีเหนือมากขึ้น โดยปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเยือนเกาหลีเหนือกว่า 350,000 คน และมีตัวเลขใช้จ่ายอย่างเป็นทางการสูงถึง 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,277 ล้านบาท) ด้าน Yang Moo-jin อาจารย์จาก University of North Korean ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายชวนเชื่อตามหลักเศรษฐกิจการพึ่งพาตนเอง (Self-reliant Economy) ของเกาหลีเหนือ

หลายคนอาจสงสัยว่าเกาหลีเหนือเอาเงินที่ไหนมาลงทุน และเกื้อหนุนประชาชน คำตอบคือ นอกจากเงินกู้จากต่างประเทศแล้ว ยังมีผู้อุปการคุณรายหลัก ที่นอกจากจะให้เงินแบบให้เปล่าแล้ว ยังยินดีที่จะทำการค้าขายกับเกาหลีเหนือแบบจริงจังด้วย ที่แน่ๆ คือ จีน พี่ใหญ่ที่ค้ำชูกันมานาน และอีกรายคือรัสเซีย ที่ล่าสุดโปรยเม็ดเงินช่วยเหลือผ่านยูนิเซฟกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 150 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือด้านสุขภาพของเด็กๆ โสมแดง

แม้จะมีรายงานข่าวว่าในการก่อสร้างเมือง Samjiyon ได้ใช้แรงงานเยาวชนจำนวนมากอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ต่างจากแรงงานทาส เพราะไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่วอนเดียว อาหารก็ย่ำแย่ ไหนจะถูกบังคับให้ทำงานต่อเนื่องยาวนานมากกว่าวันละ 12 ชั่วโมง เพื่อแลกกับโอกาสที่ดีกว่าในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย รวมถึงการเข้าร่วมพรรคแรงงานเกาหลี กระนั้นยังไม่มีคำชี้แจง การปฏิเสธ หรือข้อโต้แยงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้จากทางการเกาหลีเหนือ จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่แน่ๆช่างมันฉันไม่แคร์คือ คำจำกัดความที่ดีที่สุดสำหรับท่าทีของคิม จอง อุน ซึ่งมีต่อเรื่องนี้

เที่ยวเกาหลีเหนือไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก (ถ้ามีเงินและใจถึง)

ส่วนใครที่คิดอยากจะไปเที่ยวเกาหลีเหนือ ซึ่งเปิดเฉพาะบางพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเที่ยวชมได้นั้น อีเว้นท์หลักๆ ที่ได้รับความนิยม คือ Mass Game หรือเทศกาลอารีรัง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และ Pyongyang Marathon หรือ Mangyongdae Prize International Marathon เร็วๆ นี้จะจัดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน 2020

อย่างที่หลายคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าไม่ใช่ใครจะไปเที่ยวเกาหลีเหนือก็ได้ เพราะทุกคนไม่สามารถท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้ ต้องผ่านเอเยนซี่ทัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือเท่านั้น และมิหนำซ้ำค่าทัวร์ยังแพง พอๆ กับการท่องเที่ยวหรูหราในจุดหมายปลายทางอื่น อย่างแพ็คเกจเที่ยวชมในช่วงมาราธอนในปี 2020 เริ่มต้น 499 ยูโรต่อคน (ราว16,685 บาท) สำหรับแพ็คเกจทัวร์ 2 คืน และถ้าจะโดยสารเครื่องบินแทนรถไฟ ก็เพิ่มขึ้นไปอีก โดยจากปักกิ่งไปเปียงยาง ค่าตั๋วสายการบิน Koryo เที่ยวเดียวอยู่ที่  239 ยูโร (ราว 8,000 บาท) และไปกลับอยู่ที่ 439 ยูโร (ราว 14,685 บาท) ไหนจะต้องมีทิปสำหรับไกด์ท้องถิ่นและคนขับเฉลี่ยวันละ 10-15 ยูโร (ราว 335-500 บาท) อีกต่างหาก
สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทยต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางไปเกาหลีเหนือ มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น ที่ไม่ต้องขอวีซ่า ได้แก่ แอลบาเนีย เบลารุส บัลแกเรีย จีน คิวบา อินโดนีเซีย อิหร่าน คีร์กิซสถาน ลาว ลัตเวีย มองโกเลีย มอนติเนโกร เมียนมา รัสเซีย เซอร์เบีย สวิสเซอร์แลนด์ ซีเรีย ทาจีร์กิสถาน ยูเครน เวียดนาม และซิมบับเว โดยส่วนใหญ่ทัวร์จะตั้งต้นที่จีน ไม่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หรือไม่ก็วลาดิวอสต็อกประเทศรัสเซีย
Sinuiju, North Korea – The international train from Sinuiju to Dandong, China is docked at the platform of the Sinuiju Railway Station.
Gardens ahd pavilions in ancient Buddhist monastery Pohyon, North Korea (DPRK)

เขตเศรษฐกิจพิเศษ ดินแดนทุนนิยมในโลกเผด็จการเบ็ดเสร็จ

ด้านการส่งเสริมการลงทุนอื่นๆ รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ ริเริ่มแผนการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones: SEZs) ตามรอยจีนที่เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น กวางโจว เซี่ยงไฮ้ คัชการ์ และต้าเหลียนเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยในปี 1991 ได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนาจินซอนบง‘ (Rason Special Economic Zone) ขึ้นในพื้นที่ติดกับจีน และรัสเซีย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภคคล้ายกับประเทศทุนนิยม แม้ในช่วงเริ่มแรกผลการดำเนินการจะพลาดเป้าไปมากโข แต่ต่อมากลับได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และแคนาดา เข้าไปลงทุนแล้วกว่า 150 ราย และเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้มีผู้อยู่อาศัยราว 200,000 คน มีท่าเรือที่ให้การสนับสนุนเงินทุนโดยรัสเซีย โรงแรมหรูและคาสิโนจากทุนฮ่องกง และยังมีโรงเรียนสอนนวดที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ รวมถึงบาร์และร้านอาหารที่ดำเนินการโดยทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ

เขตเศรษฐกิจพิเศษนาจินซอนบง ตั้งอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเปียงยางติดกับพรมแดนจีนและรัสเซีย ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็นแผ่นดินอื่นในเกาหลีเหนือ ด้วยความแตกต่างดังกล่าว ที่นี่ชาวต่างชาติสามารถไปเที่ยวชมหรือซื้อสินค้าในตลาดท้องถิ่นได้ เปิดบัญชีเงินฝากในธนาคารได้ ใช้เงินวอนได้อย่างเสรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นไปไม่ได้เลยในพื้นที่อื่นของเกาหลีเหนือ แม้กระทั่งกรุงเปียงยาง

นอกจากนี้เกาหลีเหนือไม่ได้ถูกโดดเดี่ยวอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะนอกจากจีนที่คอยหนุนหลังอย่างเปิดเผยแล้ว ยังมีความร่วมมือกับเกาหลีใต้ด้วย อย่างโครงการท่องเที่ยวบริเวณเขา Kumgang (คึมกัง)  โดยกลุ่มฮุนได ได้ตกลงกับเกาหลีเหนือเมื่อปี 1998 ในการเช่าที่ดินบริเวณเขาคึมกัง เพื่อสร้างที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว และยังมีความร่วมมือในโครงการนิคมอุตสาหกรรม Kaesong (แคซอง) ด้วย

เกาหลีเหนือแดนสนธยา ในโลกศิวิไลซ์

เกาหลีเหนือมีระบอบการปกครองแบบสังคมนิยมบนพื้นฐานของลัทธิจูเช่ (Juche) หรือการพึ่งพาตนเอง ซึ่งอดีตประธานาธิบดีคิม อิล ซุง เป็นผู้บัญญัติขึ้น สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1975 มีอุตสาหกรรมหลัก คือ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องจักรกล สิ่งทอ เหมืองแร่ และการท่องเที่ยว สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ปิโตรเลียม ถ่านหิน แร่ธาตุ เสื้อผ้า สิ่งทอ สินค้าเกษตรและประมง โดยตลาดส่งออกสำคัญคือ จีน ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ สิ่งทอ ยานยนต์ ปิโตรเลียม และพลาสติก โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2017 เกาหลีเหนือส่งออกมูลค่า 1.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 52.5 พันล้านบาท) คิดเป็นอันดับที่ 137 ของโลก จาก 221 ประเทศ มีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน คิดเป็นสัดส่วนถึง 91% อื่นๆ ที่สำคัญคือ ปากีสถาน อินเดีย กานา มาลี และนำเข้ามูลค่า 3.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103 พันล้านบาท) คิดเป็นอันดับที่ 137 ของโลก จาก 221 ประเทศ มีตลาดนำเข้าหลัก คือ จีน คิดเป็นสัดส่วนถึง 94% อื่นๆ ที่สำคัญ คือ รัสเซีย อินเดีย เปรู และฮอนดูรัส จากตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือขาดดุลการค้า 1.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 51 พันล้านบาท)
Mansudae Monument in Pyongyang, North Korea. Mansudae is the most respected monument of the late leaders of the DPRK.
เป็นที่แน่ชัดว่าเกาหลีเหนือถือเป็นประเทศยากจน ประชาชนมีรายได้ต่ำ แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจจากแหล่งข้อมูลต่างๆ จะรายงานแตกต่างกันก็ตาม โดยคาดการณ์ว่ามีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per capita) ราว 700-2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21,111-60,319  บาท) ส่งผลให้เกาหลีเหนืออยู่อันดับใกล้ท้ายตารางของโลก
อย่างไรก็ตามแม้เกาหลีเหนือจะส่งเสริมการปฏิรูปและการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักลงทุนมากขึ้น แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์และเจตนารมณ์เดิมที่จะคงไว้ซึ่งการสร้างสรรค์สังคมนิยมผ่านนโยบายการพึ่งพาตนเอง การระดมมวลชน และการวางแผนเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์อำนาจ และในขณะที่ประเทศคอมมิวนิสต์แถบยุโรป ล่มสลายกันเป็นทิวแถว แต่เกาหลีเหนือกลับยืนหยัดท้าทายอำนาจฝ่ายตรงข้ามได้อย่างไม่พรั่นพรึง มิหนำซ้ำยังสืบทอดอำนาจการปกครองจากรุ่นสู่รุ่นภายในครอบครัวเดียวกัน นับถึงปัจจุบันก็เจนเนอเรชั่นที่ 3 เข้าไปแล้ว ตอกย้ำระบบการเมืองการปกครองที่เป็นเอกานุภาพ (Monolithic System) อย่างแท้จริง
แม้การเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับสหรัฐอเมริกายังไปไม่ถึงไหนเมื่อการประชุมที่ฮานอยล้มไม่เป็นท่าเมื่อกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดการท้าทายและความขัดแย้งระหว่างคิม จอง อุน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น เมื่อผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือกล่าวว่าจะส่งมอบของขวัญสุดพิเศษในวันคริสต์มาสให้กับโดนัล ทรัมป์ นั่นก็คือการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกล ขณะที่ผู้นำอเมริกาก็โต้กลับว่า สามารถที่จะรับมือกับการยั่วยุของคิมเจน 3 ได้แบบอยู่หมัด

ที่มา