ศุภชัย เจียรวนนท์ “เราควบคุมโลกไม่ได้ แต่กำหนดอนาคตตัวเองได้”

314

การแสดงวิสัยทัศน์ ‘Thailand 2020 โอกาส การค้า การลงทุนในงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ THAILAND 2020 สะท้อนมุมมองของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยไว้อย่างน่าสนใจ


ซีอีโอ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยกรายงานการลงทุนตรงในอาเซียนปี 2018 จัดทำโดยธนาคารโลก พบว่า มีอัตราการเติบโต 7.6%  แยกเป็นรายประเทศ ปรากฏตัวเลขดังนี้

  • สิงคโปร์ มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนตรง หรือ FDI จากต่างประเทศ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 6.5%
  • อินโดนีเซีย 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 3.2%
  • เวียดนาม 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 11.7%
  • ไทย 1.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 7.5%

หมายความว่า แม้ไทยจะยังมีการลงทุน แต่การลงทุนมีสัดส่วนน้อยลง แสดงว่าเราขาดแรงจูงใจในการดึงดูดนักลงทุน ทำให้ยังเป็นรองคู่แข่ง และส่งผลกระทบต่อความเป็นฮับของอาเซียน

เขายกตัวอย่างฟ็อกซ์คอนน์’ (Foxconn) บริษัทไต้หวันที่เข้าไปตั้งฐานการผลิตในประเทศจีน ผลิตอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ให้กับค่ายแอปเปิล และมีพนักงานทั่วโลกมากกว่าล้านคน
ฟ็อกซ์คอนน์ประกาศว่าจะย้ายฐานการผลิต 30% ออกนอกประเทศจีนเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งทุกประเทศต้องการให้ฟ็อกซ์คอนน์เข้าไปลงทุน
เพราะสิ่งที่จะตามมาคือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศนั้นๆ จะเติบโต ตามมาด้วยระบบนิเวศการผลิต ซึ่งจะมีการสร้างงานระดับหลักแสนคน
แต่สุดท้าย ฟ็อกซ์คอนน์ตัดสินใจปักธงในเวียดนาม
เราต้องการเป็นฮับ คนอื่นก็ต้องการเป็นฮับ และเราไม่สามารถกีดกันไม่ให้คนอื่นเป็นฮับได้ เพราะว่าเขาก็มียุทธศาสตร์ของเขา เราต้องเคารพ แต่เราเองก็ต้องเป็นฮับ แล้วเราทำอย่างไร ถ้าเรายังปล่อยให้ระบบงานต่างๆ กระจายตัว ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างทำ ไม่มียูนิตี้ ไม่มีอำนาจการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ โอกาสที่เราจะเป็นฮับการลงทุนก็ไม่ง่าย”  ซีอีโอเครือเจริญโภคภัณฑ์ฉายมุมมอง
พร้อมกับยกตัวอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี
อีอีซีเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เป็นหนึ่งในควิกวินของประเทศไทย แต่สิ่งที่อีอีซีต้องการไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง หรือ สนามบินเท่านั้น สิ่งเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าเราไม่สามารถดึงนักลงทุนระดับโลกเข้ามาได้ซีอีโอกล่าวย้ำเรื่องการลงทุน

EEC Project

ในมุมมองของเอกชนรายหนึ่ง ศุภชัยมองว่า  เมื่อโลกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวการบริหารประเทศก็ต้องเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว
อีอีซี คือตัวอย่างของการทำงานเป็นหนึ่งเดียว มีอำนาจการตัดสินใจเบ็ดเสร็จ นั่นคือสิ่งที่นักลงทุนต้องการ คือวัน สต็อป เซอร์วิส ถ้าเราสามารถทำยูนิตอื่นๆ ให้คล้ายกับอีอีซี เช่น เนชั่นบอร์ด ออฟ ดีเวลลอปเมนท์แบงก์, เนชั่นบอร์ด ออฟ อีโคโนมิก,นชั่นบอร์ด ออฟ เอสเอ็มอี,  เนชั่นบอร์ด ออฟ สตาร์ทอัพ, เนชั่นบอร์ด ออฟ ทัวริสซึม สามารถตัดสินใจได้แบบเบ็ดเสร็จ จะช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทรานสฟอร์มประเทศและเห็นมิติของการขับเคลื่อนที่มีความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม สร้างการเปลี่ยนผ่านที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างแท้จริง
เทรนด์การพัฒนาของประเทศต่างๆ ในปี 2020 จะพัฒนาในรูปแบบโซนนิ่งคือกระจายตามภูมิภาคต่างๆ แล้วเชื่อมต่อโซนเหล่านั้นเป็นหนึ่งเดียว หรือ คอนเนกทิวิตี้
ยกตัวอย่าง Belt & Road Initiative ที่ขับเคลื่อนโดยประเทศจีน ซึ่งมีความร่วมมือที่ชัดเจนในภูมิภาค เช่น การจับมือกับญี่ปุ่นร่วมพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงหรือโครงการรถไฟไทยจีน เชื่อมไปถึงมาเลเซียเวียดนาม ทำให้เกิดพื้นฐานใหม่ทางด้านเศรษฐกิจแบบเชื่อมโยงที่ไม่ได้มีแค่ในโลกดิจิทัลเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในภูมิภาคระหว่างประเทศด้วยระบบการขนส่งทันสมัย

ศุภชัยยังกล่าวถึงการพัฒนาโซนนิ่งธุรกิจจะทำให้เกิดเมืองใหม่ หรือ สมาร์ทซิตี้ ซึ่งในจีนกำลังพูดเรื่องคลัสเตอร์ของเมืองในภาคเหนือ กลาง และใต้ ซึ่งทุกคนคิดเหมือนกันว่าการเกิดเมืองใหม่ทำให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ เกิดอินโนเวชั่นคลัสเตอร์ หรือ อินโนเวชั่นฮับ นำมาสู่ศักยภาพการแข่งขันของประเทศในมิติที่สูงกว่าที่เคยเป็นมา

ตัวเลขสมาร์ทซิตี้ในปี 2020 สูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วโลกพยายามจะบอกว่าเมืองเหล่านี้มีความปลอดภัย ฉลาด สุขภาพดี การจราจรคล่องตัว มีมาตรฐานการศึกษาและสร้างพลังงานทางเลือก เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นทั่วโลก และจำเป็นจะต้องเกิดขึ้นในประเทศเราด้วย นอกเหนือจากดิจิทัลไลฟ์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เราต้องสร้างเมืองใหม่คู่ขนานไปด้วย และเมืองใหม่ที่จะสร้างขึ้นต้องเป็นสมาร์ทซิตี้ที่มีความเป็นอยู่ดี ปลอดภัย สุขภาพดี มีความสุข และขับเคลื่อนด้วยบิ๊กดาต้า
นั่นคือมุมมองของซีอีโอเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เห็นว่าปัจจุบันทั่วโลกพูดถึงการสร้างเมืองใหม่ การสร้างรถไฟความเร็วสูง ไฮเปอร์ลูป ระบบเชื่อมโยงใต้ทะเล การพัฒนาแหล่งน้ำ และพลังงานทางเลือกต่างๆ
เขาจึงหวังว่าอีอีซีจะเป็นตัวอย่างให้ทุกคนมองเห็น ยอมรับ และปรับมายด์เซ็ต ตระหนักรู้ในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
เราไม่สามารถกำหนดความเป็นไปของโลกได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากกรอบความคิดเดิมเพื่อรองรับโอกาสและความท้าทาย เราสามารถกำหนดอนาคตของตัวเราเองได้
นั่นคือประโยคปิดท้ายของศุภชัย เจียรวนนท์ในการแสดงวิสัยทัศน์ 2020 

อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ One Belt One Road หรือ Belt & Road Initiative

One Belt One Road เส้นทางสายไหม ในศตวรรษที่ 21 จุดยุทธศาสตร์ใดได้ประโยชน์มากที่สุด?