เผยดัชนีความเชื่อมั่น ‘เศรษฐกิจภูมิภาค’ ครึ่งปีหน้า ชี้ อิสาน-ตะวันออก โตแรง ด้วยปัจจัยบวก อุตฯเป้าหมาย-บริการ หนุน

189

มีข่าวดีส่งท้ายปีมาบอกเล่าให้ฟัง กับรายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต ‘เศรษฐกิจภูมิภาค’ ที่จัดทำขึ้นโดย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โดยเผยผลคาดการณ์ 6 เดือนข้างหน้า ชี้ว่าแนวโน้มอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอิสาน และภาคตะวันออก โดยมีภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างมีความหวัง


ฟันธง โครงการอีอีซี ส่งผลดี ปัจจัยบวกขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจภูมิภาค’

แม้ในรายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต ‘เศรษฐกิจภูมิภาค’ ฉบับล่าสุด จะระบุถึง ปัจจัยลบ ที่ต้องระมัดระวังอย่าง สถานการณ์ด้านการเกษตรกรรมของทางภาคกลาง ที่มีแนวโน้มจะต้องเผชิญหน้ากับภัยแล้งรุนแรง ทว่า ในภาพรวม เศรษฐกิจไทยในปีหน้าก็ดูจะไม่แย่อย่างที่หลายฝ่ายกังวล ยิ่งเมื่อแยกวิเคราะห์เป็นรายภูมิภาคด้วยแล้ว ยิ่งพบว่าในแต่ภาค มีโอกาสทางธูรกิจ ที่จะกลายมาเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศได้ไม่น้อยทีเดียว

อีอีซี

นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนธันวาคม 2562 ว่า
นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล // facebook.com/fpo.go.th
“จากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดล่าสุด จากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต เศรษฐกิจภูมิภาค (คาดการณ์ 6 เดือนข้างหน้า) ชี้แนวโน้มอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก”
“โดยเฉพาะในภาคตะวันออก มีภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง 10+2 S-curve ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริม ภายใต้การดำเนินโครงการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งกำลังเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง บวกกับแรงส่งจากภาคการบริการ รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ที่มาเป็นปัจจัยสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง เพราะทรัพยากรการท่องเที่ยวในภาคนี้ ถือว่ามีความครบครัน ทั้ง ภูเขา ทะเล น้ำตก”
“แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับปัจจัยที่น่ากังวล ก็ยังมีในภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรของไทย ที่คาดการณ์ว่า ภายใน 6 เดือน ต่อจากนี้ จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ไม่มากก็น้อย ควรติดตามสถานการณ์ด้านการเกษตรของภาคกลาง”

เปิดผลรายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต ‘เศรษฐกิจภูมิภาค’ ครึ่งปี 2563 พร้อมแนะแนวทาง ธุรกิจปรับตัวรับโอกาส

อย่างที่เกริ่นมาว่า ไฮไลต์ของ รายงาน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคต ‘เศรษฐกิจภูมิภาค’ ช่วง 6 เดือน แรก ของปี 2563 อยู่ที่การวิเคราะห์ ปัจจัยบวก-ลบ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นรายภูมิภาค ซึ่งทำให้เห็นชัดถึงโอกาสที่ทุกธุรกิจจะนำไปต่อยอด ขณะเดียวกัน ก็เห็นถึงปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและรับมืออย่างถูกต้องและเหมาะสม

โฮมสเตย์

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อยู่ที่ระดับ 66.7 แสดงถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่เพิ่มขึ้น โดยใน 6 เดือนข้างหน้าจะมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคเกษตรและภาคบริการ เนื่องจากปริมาณผลผลิตมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น อาทิ ปริมาณยางพาราและสับปะรดที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูการผลิต
ด้านเศรษฐกิจขยายตัว จากการลงทุนภาคเอกชน และภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากเงินลงทุนในโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ในเดือนพฤศจิกายน 2562 มีอัตราการขยายตัวที่ 1,123.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และการลงทุนในการผลิตน้ำตาล น้ำตาลทรายดิบ ในจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นสำคัญ
สอดคล้องกับเงินลงทุนในโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ อยู่ที่ 4,095 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ 425.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการลงทุนในโรงงานโรงงานผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ในจังหวัดหนองคาย และการลงทุนโรงงานผลิตอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนสำหรับกล้องถ่ายรูป ในจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น
และในส่วนของภาคบริการ มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่อรองรับการขนส่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งนโยบายรัฐบาลที่มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศส่งผลให้กิจการด้านการบริการขยายตัวสูงขึ้น
ยืนยันได้จาก ข้อมูลของ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาส 3/2562 แม้ว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวผู้ประกอบการบางส่วนมีแผนจะเพิ่มราคาสินค้าและบริการ ธุรกิจส่วนใหญ่ระบุว่าได้รับผลดีจากมาตรการขยายระยะเวลามาตรการฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่าไปจนถึงเดือน เม.ย. 63
และมีเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการส่งเสริม Platform การเรียกรถโดยสารสาธารณะให้ถูกกฎหมาย (Ride-Hailing) โดยประเมินว่าจะมีส่วนช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวม และจะได้ประโยชน์ทั้งในเมืองหลักหรือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างแหล่งท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองรองในภาคอิสาน ที่สามารถข้ามไปเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว ได้ง่าย ด้วย

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออก
อยู่ที่ระดับ 65.9 นับว่าดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกในช่วง 6 เดือน ปีหน้า ได้ขยับขึ้นมาสูงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงผลการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ เนื่องจากนโยบายการสนับสนุนในโครงการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาล
ในส่วนของภาคบริการ ก็ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มภาคบริการที่ยังคงขยายตัว เนื่องจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และที่ผ่านมา ก็มีการจัดทำโครงการสนับสนุนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว มีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อต่างๆ และมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งใน S-curve อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ อีอีซี เป็นตัวแปรสำคัญส่งให้เศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในปีหน้า
ยืนยันได้ด้วยข้อมูลสถิติล่าสุด ระบุว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติขยายตัวที่ 5.9% ต่อปี และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ยังคงอยู่เหนือระดับ 100 เป็นเดือนที่ 25 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ 112.9 ตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ
อยู่ที่ 61.8 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริกาเป็นหลัก โดยคาดว่าภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวจากผลผลิตภาคเกษตรออกสู่ตลาดเพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว หรือ ไฮซีซัน ของภาคเหนือทำให้มีการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น
ส่วนภาคบริการจะขยายตัวจากภาคธุรกิจการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ และการจัดกิจกรรมสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การค้าปลีกค้าส่งก็ได้รับแรงกระตุ้นจากมาตรการ ชิม ช้อป ใช้
และในปีหน้า นายกรัฐมนตรี ยังได้แถลงนโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไว้ด้วยว่า จะเพิ่มการท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่เมืองรอง และเพิ่มอัตราการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โดยวิธีในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่เป้าหมาย คือ การเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่และผลักดันถนนคนเดิน หรือ วอล์คกิ้งสตรีทให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกิดการค้าขายในชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจให้มั่นคงจากฐานราก

ประเทศไทย

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้
ด้วยสภาพเศรษฐกิจทรงตัว จากการขยายตัวจากการบริโภคภาคเอกชน แต่การลงทุนภาคเอกชนและการท่องเที่ยวชะลอตัวลง สะท้อนจากเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปสงค์ โดยเฉพาะด้านการบริโภคภาคเอกชน จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ที่จัดเก็บจากการใช้จ่ายภายในจังหวัด ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ขยายตัว 7.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อาทิ ภูเก็ต กระบี่ และชุมพร สอดคล้องกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนของผู้มีรายได้ระดับฐานราก สะท้อนจากจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ขยายตัว 7.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ดังนั้น ทาง สศค. จึงยังจัดให้เศรษฐกิจภาคใต้เติบโตอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 58.3 แสดงถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มของภาคเกษตรและภาคการบริการ โดยภาครัฐเข้าให้การช่วยเหลือสนับสนุนทำให้ราคาปาล์มน้ำมันและยางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้น
ในส่วนของภาคการบริการ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าภาคบริการการท่องเที่ยวจะดีขึ้นจากนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นการกระจายการเดินทางของนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดเมืองรอง เพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวด้วยสินค้ามูลค่าสูงหรือประสบการณ์ท่องเที่ยว และเพิ่มความเชื่อมั่นด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองชายแดนใต้ อย่างไรก็ดี ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออกเป็นหลัก

พลังงานแสงอาทิตย์

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของภาคตะวันตก
อยู่ที่ระดับ 58.1 แสดงถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่เพิ่มขึ้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการเป็นหลัก เนื่องจากมีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเอกชนมากขึ้น ในส่วนของภาคบริการ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และมีการยกระดับมาตรฐานการบริการและมาตรฐานความปลอดภัยด้านต่างๆ ให้แก่นักท่องเที่ยว
รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว มาจากการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากเงินลงทุนในโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ อยู่ที่ 794.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ 75.2% โดยส่วนหนึ่งมีผลจากการลงทุนในโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดเพชรบุรีด้วย

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล
อยู่ในเกณฑ์ดีที่ระดับ 56.6 สะท้อนถึงการคาดการณ์เศรษฐกิจที่จะขยายตัว อย่างไรก็ตาม ด้านอุปทาน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ในเดือนพฤศจิกายน 2562 พบว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติขยายตัว 7.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยปรับตัวลดลง ในขณะที่ด้านเสถียรภาพภายในยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเบื้องต้น ในเดือนพฤศจิกายน 2562 อยู่ที่ -0.1% ต่อปี และอัตราการว่างงาน ในเดือนตุลาคม 2562 อยู่ที่ 0.9% ของกำลังแรงงานรวมของภูมิภาค

ภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ ภาคกลาง
ดังที่เกริ่นมาแต่แรก ว่า ในส่วนของภาคกลาง ที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมการเกษตร จะต้องเผชิญหน้ากับปัจจัยลบด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ระดับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือน ต่อจากนี้ไป ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.5 โดยผู้จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นฉบับนี้แนะนำว่า ควรติดตามสถานการณ์ด้านการเกษตรอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ

ที่มา : รายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนธันวาคม 2562 จาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)


เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์เศรษฐกิจ ด้วยรายงานบทวิเคราะห์หลากหลายแง่มุม จากทั้งผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่น่าเชื่อถือ

6 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ มาแรง พลิกธุรกิจ รัน เรียลดีมานด์ ที่แท้ทรู

3 พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงระบบ Supply Chain

สร้าง ‘ความไว้วางใจในข้อมูล’ กลยุทธ์เอาชนะใจผู้บริโภคขององค์กรธุรกิจผู้นำเทรนด์ความยั่งยืน ปี 2020