เครื่องยนต์ 4 ตัว ก็ไม่พอทำงานในพื้นที่ ถ้าภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอน

332

ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปีนี้ กับความไม่แน่นอนที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมมากมายต้องเลิกจ้างและปิดกิจการ ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนอ่อนตัวไปด้วย


น่าเสียดายที่หน่วยงานด้านการศึกษาและโพลล์ของสำนักต่างๆ ไม่ได้รายงานตัวเลขเฉลี่ยว่า การใช้จ่ายต่อหัวในช่วงปีใหม่และการใช้จ่ายแต่ละหมวดกิจกรรมในช่วงปีใหม่เป็นอย่างไร รวมทั้งการประเมินรายได้ของตนเองในปีใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร และที่สำคัญ เฉลี่ยแล้วตอนนี้คนในวัยทำงานนอนวันละกี่ชั่วโมง?
ตัวเลขเหล่านี้น่าจะช่วยให้การประเมินทิศทางเศรษฐกิจการเมืองของประเทศในปีหน้าชัดเจนขึ้น
หากไม่คำนึงถึงภูมิเศรษฐกิจ เครื่องยนต์ 4 ตัวน่าจะอ่อนแรง!!!
ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นสูตรของการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ดูได้จาก 1) การบริโภคของภาคเอกชน 2) การบริโภคของภาครัฐ 3) การลงทุนของภาคเอกชน และ 4) การส่งออกสุทธิ
แต่ที่ผ่านมานั้น เรามักพิจารณาแค่การแข่งขันด้านสัมปทานพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน
ตรงนี้กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เราได้รับส่วนแบ่งด้าน มูลค่าเพิ่มในตัวผลิตภัณฑ์ลดลง อันเป็นกฎของการแบ่งงานระหว่างประเทศโดยบริษัทข้ามชาติ และกลายเป็นตัวขัดขวาง เป็นอุปสรรคต่อการพาเศรษฐกิจทะยานตัวในระยะยาว
บริบทของพื้นที่ที่ให้ใช้ในการลงทุนนั้น จึงไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งทั้งในด้านความรู้ เทคโนโลยี สมรรถนะความเชี่ยวชาญได้ และที่สำคัญ หากขาดการเชื่อมโยงพื้นที่การค้าโลกด้วยตัวเอง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการยึดครองพื้นที่ระดับโลกจากรัฐศูนย์กลาง (จีน, สหรัฐอเมริกา) เช่น สงครามการค้า เส้นทางสายไหมใหม่ ระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ รวมถึงปัญหาค่าเงินจากประเทศที่ทำการค้าด้วย สามารถส่งผลลบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสูญเสียผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติได้

ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ก็สามารถมาในรูปแบบของการกดดันทางการเมือง เพื่อเป้าหมายด้านการตัดสินใจที่จะนำไปสู่ ‘ความเสียเปรียบ’ ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามรัฐศูนย์กลางได้

แต่เรากลับไม่ดูแลและตอบสนองต่อระบบที่มีอยู่ กล่าวคือ ไม่บริหารจัดการส่วนกลางและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อรับอานิสงส์จากการเชื่อมโยงประเทศให้เป็นพื้นที่เดียวกันในโลก โดยการแบ่งงานกันทำเพื่อรับส่วนแบ่งจากรายได้ประชาชาติ
อย่าง ‘เกาะภูเก็ต’ เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการบริการ โดยการลงทุนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปีละ 15 ล้านคน ภูเก็ตจึงอยู่ในฐานะ ‘เขตภูมิเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน’ ที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวในตลาดโลก
แต่ในขณะเดียวกัน ภูเก็ตต้องแข่งขันกับโคลัมโบ (ศรีลังกา) กัว (อินเดีย) ญาจาง (เวียดนาม) บาหลี (อินโดนีเซีย) ด้วยเช่นกัน
หน้าที่ของภูมิเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ จึงต้องการการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กันและกัน อย่างการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจบริการในระดับภูมิภาค ก็ยังต้องทำให้กระบวนการบริการดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในระดับโลกได้ เพราะมีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวมาจากทุกมุมโลก
การจะเข้าไปมีส่วนแบ่งรายได้จากรายได้ประชาชาตินั้น จำเป็นที่จะต้องรับประกันได้ว่า เรามีการใช้ทรัพยากรภายในในด้านเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการปรับปรุงองค์กร มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศเข้ากับพื้นที่เศรษฐกิจโลก
มองด้านหนึ่ง เป็นโอกาสและข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใคร
แต่อีกด้านหนึ่ง เป็นความเสี่ยงและข้อจำกัดที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

รอถึงวันที่ภาครัฐเค้นศักยภาพออกมาได้!
ถึงตอนนี้ แม้ว่าเครื่องยนต์ 4 ตัวที่กล่าวไปจะอ่อนแรงลง โดยน่าจะมาจากการสันดาปและขาดคันเร่ง ซึ่งเป็นปัญหาทุกยุคทุกสมัยของเจ้าภาพด้านเศรษฐกิจ และแม้ว่าวิธีการทำงานจะไม่ตอบโจทย์พื้นที่ แต่หากมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้านภูมิเศรษฐกิจก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ ถึงแม้ว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกนานก็ตาม
แต่….ก็ต้องรอ รอการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานตามศักยภาพของทรัพยากรพื้นที่ในระดับภูมิภาค ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กำลังถูกทำให้อยู่ในบริบทของความไม่แน่นอนจากการยึดครองพื้นที่โดยรัฐศูนย์กลางนั่นเอง

แต่หากลดการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ลดการแบ่งปันข้อมูลและเทคโนโลยี รวมถึงลดกิจกรรมการลงทุน ก็อาจนำมาซึ่งการไหลออกของเงินทุนไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือนิเวศใหม่ โดยเฉพาะการเข้าไปกำกับคันเร่งและทำให้เกิดการสันดาปในทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค จึงยังเป็นสิ่งที่ให้ความหวังต่อไปและทำให้เครื่องยนต์ทั้ง 4 ตัวนั้นยังทำงานได้อยู่
ปัญหาของการพัฒนาเศรษฐกิจในวันนี้จึงเป็นปัญหาอันเกิดจากกรอบแนวคิดเดิมๆ ที่เข้าใจว่าเครื่องยนต์ 4 ตัวกับภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความแน่นอน และการทำงานของกลไกการผลิตกับการเพิ่มมูลค่าของตัวผลิตภัณฑ์ อยู่ในเขตแดนที่สร้างแรงจูงใจด้านการลงทุนจากต่างชาติ
คาดว่าปีหน้าคงจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ อย่าเพิ่งใจฝ่อ เรายังพอมีความหวังอยู่

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย