เจาะตลาด Wellness Tech สตาร์ทอัพ ใช้เทคโนโลยีผลิตสินค้าสุขภาพ โอกาสทำเงินที่รอนักธุรกิจไทยไปบุกเบิก

Wellness Tech Startup เป็นอีกหนึ่งรูปแบบธุรกิจที่ทำเงินให้กับเหล่าสตาร์ทอัพไทยมาแล้วหลายราย ทว่า คนทั่วไปอาจยังไม่เคยได้ยิน คุ้นอยู่แค่กับคำว่า Wellness Center หรือ Wellness Tourism ทั้งที่ Wellness Tech เป็นคำที่ใช้จำกัดความสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพร่างกายอย่างเป็นทางการ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประสบความสำเร็จในฐานะ Wellness Tech ไม่น้อยทีเดียว

ทำความรู้จัก ธุรกิจ Wellness & Well-Being รากฐานก่อเกิด Wellness Tech สตาร์ทอัพ

จากบทความเรื่อง “Wellness Tech…ตลาดใหญ่ที่น่าสนใจสำหรับสตาร์ทอัพ (ไทย)” เผยแพร่ในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ เป็นข้อมูลน่าสนใจที่ได้จาก “ห้องเรียนผู้ประกอบการ” ได้อธิบายถึงคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิด Wellness Tech สตาร์ทอัพที่กำลังมาแรงอยู่ในตลาดสินค้าทั้งในประเทศและส่งออกในตอนนี้ว่า
“ก่อนจะไปพูดถึง Wellness Tech ต้องอธิบายถึงคำว่า Wellness หรือ Well-being ซึ่งเป็นรากฐานก่อให้เกิดธุรกิจด้านนี้กันก่อน โดยความหมายของทั้ง 2 คำนี้ ก็จะกินความถึง ความสุขสมบูรณ์ของคนในองค์รวม ทั้งร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา และสังคม หรือพูดกันสั้นๆ ก็คือ ความอยู่ดี มีสุขนั่นเอง”
ผู้เขียนบทความขอเกริ่นถึงบทความที่ทุกคนจะได้อ่านต่อไปนี้ ว่าจะพูดถึงเทรนด์ที่ยังคงมาแรงและแน่นอนว่าจะยังคงอยู่ในกระแสความสนใจจากคนทั่วโลกไปอีกนาน เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและวิถีความเป็นอยู่ของผู้คน จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Wellness จะเกิดขึ้นมามากมายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจฟิตเนส การเปิดอบรมคอร์สทำอาหารเพื่อสุขภาพ คอร์สบำบัดร่างกายจิตใจ การจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกาย ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

“เทรนด์ที่เกิดขึ้นในไทย ก็สอดคล้องกับข้อมูลทางสถิติของเทรนด์โลก เพราะตั้งแต่ปี 2558-2560 อุตสาหกรรมด้านสุขภาพระดับโลกขยายตัว 12.8% จาก 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สู่ 4.2 ล้านล้านดอลลาร์ เรียกว่าหากคิดโดยเฉลี่ยต่อปี ธุรกิจด้านนี้ขยายตัวถึง 6.4% เร็วกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเกือบสองเท่า (3.6%)”

ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่มาอธิบายว่า ทำไมในช่วง 4-5 ปีมานี้ จึงมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพมองเห็นโอกาสในการต่อยอดสินค้าจากบริการแบบเดิม ให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และแก้ปัญหาด้านสุขภาพร่างกายจิตใจของคนในยุคดิจิทัลกันมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน Wellness หรือที่เรียกว่า Wellness Tech สตาร์ทอัพ เพิ่มขึ้น


เปิดโผ 8 รูปแบบ Wellness Tech สร้างโอกาสทำเงินได้ไม่รู้ตัว

เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพและรู้จักสตาร์ทอัพในกลุ่มนี้ว่ามีรูปแบบและมีการทำธุรกิจอย่างไรกันบ้าง ผู้เขียนบทความจึงจะพาทุกท่านมารู้จัก 8 กลุ่มธุรกิจยอดนิยม ซึ่งจัดเป็น Wellness Tech มาแรงแห่งยุค

  • อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)

แน่นอนว่าการมี Well-being ที่ดีนั้น ต้องเริ่มมาจากการกินและดื่มเพื่อสุขภาพ สตาร์ทอัพกลุ่มนี้จึงริเริ่มธุรกิจที่มาจากความต้องการของผู้บริโภคที่คำนึงถึงเรื่องสุขภาพจากการบริโภคเป็นหลัก โดยเฉพาะการจับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรักสุขภาพที่ต้องการกินและดื่มในสิ่งที่ไม่ทำร้ายร่างกาย จึงเป็นกระแสที่ทำให้คนหันมาเลือกวัตถุดิบอินทรีย์ หรือ Organic และ Non-GMO กันมากขึ้น

รวมถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ ดีท็อกซ์ คอมบูชะ ยกตัวอย่างสตาร์ทอัพในกลุ่มนี้ เช่น Daily Harvest ที่ให้บริการทั้งจำหน่ายวัตถุดิบอินทรีย์และจำหน่ายอาหาร Organic พร้อมจัดส่งถึงบ้าน

สำหรับตลาดในประเทศไทยเอง จากข้อมูลของ สถาบันอาหารระบุว่า ในปี 2561 มูลค่าของตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพขยายตัวถึง 190,219 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 3.4 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2557-2561) แบ่งเป็นสัดส่วนมูลค่าตลาด อาหารร้อยละ 53.4 คิดเป็นอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ 5.5 ต่อปี ขณะที่สัดส่วนมูลค่าตลาดของกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีการขยายตัวประมาณร้อยละ 1.3 ต่อปีเท่านั้น

โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโต คือ ปัจจัยเรื่องการใช้ชีวิตเร่งรีบของคนเมืองทำให้ผู้คนเป็นห่วงสุขภาพตนเองมากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการ หรือ Real demand ด้านอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพที่จะมาเติมเต็มและตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบได้ กอปรกับปัจจัยด้านรายได้ของประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้คนมีความสามารถที่จะซื้ออาหารเครื่องดื่มสุขภาพที่มีราคาแพงขึ้นกว่าอาหารทั่วไปได้

  • วิตามินและอาหารเสริม (Vitamins & Supplements)

สตาร์ทอัพกลุ่มนี้ จะนำเสนอวิตามินและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพเฉพาะตัวบุคคล เช่น บริษัท care/of ที่ขายวิตามินโดยมีแบบสอบถามให้ลูกค้าตอบคำถามเบื้องต้นแล้วนำผลมาวิเคราะห์ จากนั้นจึงนำเสนอวิตามินที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของสุขภาพแต่ละคน ซึ่งจะจัดส่งถึงบ้านเป็นรายเดือน ส่วน HUM Nutrition and Moon Juice ก็ทำธุรกิจคล้ายๆ กันแต่จะเน้นไปที่วิตามินในด้านความงามมากกว่า

อย่างในไทยเอง ก็มีแบรนด์ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบคล้ายๆ กับแบรนด์ระดับโลก ได้แก่ “ไวตาบูสท์” ที่ได้เปิดตัวธุรกิจบริการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลแบบ Home Service รูปแบบใหม่ในประเทศไทย ตอบโจทย์คนที่อยากดูแลสุขภาพและต้องการทางเลือกที่ง่าย ได้ผลและปลอดภัย โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องเลือกยี่ห้อ/ชนิดวิตามินที่มีมากมายในท้องตลาดเอง เพราะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเลือกและจัดปริมาณให้เหมาะสม และจัดส่งถึงบ้าน

  • โภชนาการอาหารเพื่อการออกกำลังกาย (Active Nutrition)

นอกจากกลุ่มคนทั่วไปที่หันมากินอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว กลุ่มที่มีศักยภาพและเติบโตมากขึ้นทุกปี คือ กลุ่มผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย ที่ต้องการอาหารเสริมทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย สตาร์ทอัพที่เข้ามาทำธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายนี้ เช่น Foodspring ที่พัฒนาอาหารเสริม เครื่องดื่ม ขนม ฯลฯ แบบ Organic เพื่อตอบโจทย์ที่หลากหลายของผู้ออกกำลังกาย เช่น ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ควบคุมและลดน้ำหนัก

อย่างในประเทศไทย ในท้องตลาดตอนนี้ก็มีแบรนด์ Nutrimax Innovation ที่มาจับธุรกิจด้านการรับผลิตอาหารเสริมครบวงจร โดยมีอาหารเสริมเพื่อการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทรับผลิตด้วย

  • เทคโนโลยีทางโภชนาการ (Nutrition Tech)

สตาร์ทอัพในส่วนนี้จะจับตลาดกลุ่มเป้าหมายที่รักสุขภาพเพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มโภชนาการส่วนบุคคล เช่น บริษัท Viome ที่จะวิเคราะห์โปรไฟล์ทางชีวเคมีของผู้ใช้งาน เพื่อจะได้ให้คำแนะนำเรื่องอาหารการควบคุมอาหารสำหรับลดน้ำหนัก ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

เรามีข้อมูลที่จะมาสนับสนุนว่า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ Nutrition Tech จะสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนไทยจริง คือ ผลจากแบบสอบถาม Asia Pacific Balanced Nutrition ในปี พ.ศ. 2560 ที่มีผู้ทำแบบสอบถามจำนวน 6,000 ราย รวมถึงผู้บริโภคในประเทศไทยจำนวน 500 ราย พบว่าราว 4 ใน 10 คน หรือร้อยละ 37 ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแผนการโภชนาการส่วนบุคคล ที่สามารถช่วยดูแลพฤติกรรมในเรื่องของโภชนาการที่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แสดงให้เห็นว่าประชาชนสนใจเรื่องโภชนาการส่วนบุคคลมากขึ้น เล็งเห็นความสำคัญของการเข้าถึงโภชนาการส่วนบุคคลได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งสนใจการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • เครื่องแต่งกายหรืออุปกรณ์ต่อเชื่อมกับชุด (Athleisure & Connected Apparel)

ต่อเนื่องจากกระแสความนิยมในการออกกำลังกาย กลายมาเป็นโอกาสในการทำธุรกิจได้ด้วย เพราะยิ่งการออกกำลังกายได้กลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่ผู้คนในยุคนี้ใส่ใจ เครื่องแต่งกายหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหา ทั้งเพื่อนำมาช่วยให้สามารถติดตามความคืบหน้าของการออกกำลังกายของตัวเองได้ หรือการสวมใส่เพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมการออกกำลังกายของตัวเองมากที่สุด แม้กระทั่งแบรนด์ที่เป็นเสื้อผ้า รองเท้าแอคทีฟแวร์ชื่อดัง เช่น Outdoor Voices หรือ allbirds ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ความนิยมในการออกกำลังกายของคนยุคนี้ ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากมายจริงๆ ยืนยันได้จากการทำนายเทรนด์ออกกำลังกายกำลังมาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เคยรายงานไว้ว่า เทรนด์นี้จะปลุกตลาดชุดกีฬาในประเทศให้กับมาคึกคักอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสร้างยอดจำหน่ายชุดกีฬาในประเทศได้ใน 5 ปีข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 12,000 ล้านบาท และมีโอกาสที่จะพุ่งไปอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท

  • อุปกรณ์ส่งเสริมการนอนหลับ (Sleep)

เมื่อไม่มีใครปฏิเสธว่า การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตอยู่ดีมีสุขในองค์รวม ธุรกิจด้านการนำเสนออุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้คนยุคนี้นอนหลับสนิทได้ก็มาแรงไปด้วย โดยที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการหัวใสที่ประยุกต์เอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปลูกฝังนิสัยและพฤติกรรมการนอนที่ดีขึ้นให้กับผู้คน เช่น บริษัท Sleepace ที่ให้บริการโซลูชั่นด้านการนอนหลับที่ชาญฉลาด

โดย Sleepace เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น เนื่องจากมี Sleep Dot ทำหน้าที่ตรวจวัดการนอนของผู้ใช้งาน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องสวมใส่เหมือนอุปกรณ์ Activity Tracker ทั่วๆ ไป การตรวจจับการเคลื่อนไหวระหว่างคืน ทำให้รู้ว่าผู้ใช้งานนอนหลับสนิทมากน้อยขนาดไหน หากระหว่างคืนไม่มีการเคลื่อนไหวหรือการลุกจากเตียง จะมีการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

และยังมี Rest On อุปกรณ์ตรวจวัดการนอนอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องสวมใส่ เพียงวางไว้บนเตียงเท่านั้น สามารถตรวจวัดการเคลื่อนไหวและ การลุกจากเตียงระหว่างคืน อีกทั้งสามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจได้อีกด้วย ทำให้ทราบถึงอัตราการเต้นของหัวใจและ อัตราการหายใจระหว่างนอนว่าปกติหรือไม่

Nox อุปกรณ์ที่ช่วยตรวจวัดสภาพแวดล้อมภายในห้องนอน สามารถตรวจวัดอุณหภูมิ, ความชื้น และเสียงที่เข้ามาภายในห้องนอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการนอน ทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศในห้องนอนด้วยแสงไฟและเสียงแบบธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในช่วงเช้ายังมีโปรแกรมการปลุกด้วยแสงไฟและเสียงแบบธรรมชาติ ทำให้ตื่นในตอนเช้าได้อย่างสดชื่นมากยิ่งขึ้น

เมื่อได้ผลการรนอนแล้ว ก็สามารถนำมาขอคำปรึกษาออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนได้ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.dotlife.store/blog/sleepace-connect/

  • สิ่งประดิษฐ์ไฮเทค สร้างเสริมสุขภาพจิต (Mental Wellness)

นับว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตขึ้นมาก เพราะสภาวะจิตใจ นับวันยิ่งมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตและการมีความสุขของผู้คนในสมัยนี้ สตาร์ทอัพบางรายจึงคิดค้นบริการเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นการให้บริการทั้งแบบส่วนบุคคล และแบบองค์กร เช่น สตารท์อัพที่ให้บริการส่วนบุคคล อย่างแอปพลิเคชันฝึกสมาธิของ Head space หรืออุปกรณ์ติดตามอารมณ์อย่าง Woebot

ในปัจจุบัน ได้มีการสร้างหุ่นยนต์ที่ได้รับการติดตั้ง AI เพื่อตรวจสภาวะจิตใจ โดยนักวิจัยจากสถาบันจิตวิทยา มหาวิทยาลัยพลีมัธ (Plymouth) ในอังกฤษ ได้คิดค้นหุ่นยนต์ NAO (นาว) แล้วใส่โปรแกรมให้มันสามารถพูดคุย ตอบโต้ได้เหมือนมนุษย์จริงๆ และรับฟังคำพูดของมนุษย์ที่ตกอยู่ในภาวะจิตใจย่ำแย่ โดยใส่โปรแกรมเอไอที่มาจากการดาวน์โหลดแล้ววิเคราะห์ด้วยสมองกล เรียกว่า เทคนิค Motivation Interview (MI) หรือ การสร้างแรงจูงใจ ให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

จากข้อมูลที่นำเสนอเหล่านี้ จึงคาดว่า หุ่นยนต์ รวมถึง แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ต่างๆ ที่มาตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ จะเป็นอีกหนึ่ง Wellness Tech ที่มาแรงในยุคนี้ด้วย

  • การท่องเที่ยวและการให้บริการ (Travel & Hospitality)

ในความเป็นจริงกลุ่มท่องเที่ยว หรือ Travel Tech เป็นกลุ่มธุรกิจที่กว้างมาก ในหมวดนี้จึงเน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้าน Wellness เช่น สตาร์ทอัพอย่าง Ketanga Fitness Retreats เป็นผู้บุกเบิกประสบการณ์การออกกำลังกายที่ทันสมัย โดยเป็นออร์แกไนเซอร์ที่รับจัดกิจกรรมโปรแกรมดูแลการออกกำลังกายและพักผ่อนสำหรับองค์กรทั่วโลก

ส่วนในบริบทของประเทศไทยเอง เราก็มีศักยภาพด้านการแพทย์แผนโบราณ แพทย์แผนไทย และรักษาด้วยสมุนไพรที่หลากหลาย รวมทั้งการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบ Wellness Tourism ครบวงจร ผู้ประกอบการไทยก็มีประสบการณ์กันไม่น้อย การันตีได้จากข้อมูลของ Global Wellness Institute (GWI) ที่พบว่า

“ไทยมีรายรับจากการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism เติบโตต่อเนื่องราว 7% ต่อปีในช่วงปี 2013-2015 หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดสูงถึงราว 3.2 แสนล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก และเป็นอันดับ 4 ในทวีปเอเชียรองจากจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยรายรับกว่า 90% ของไทยมาจากธุรกิจด้านความงามและการชะลอวัย ธุรกิจการแพทย์เชิงป้องกัน ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและการผจญภัย”

ได้รู้ช่องทางและโอกาสในการทำเงินในธุรกิจ Wellness Tech กันแล้ว อย่าลืมนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ สินค้าเพื่อสุขภาพดีๆ ที่จะช่วยให้โกยเงินเข้ากระเป๋ากันแบบไม่รู้ตัว


ที่มา : บทความเรื่อง “Wellness Tech…ตลาดใหญ่ที่น่าสนใจสำหรับสตาร์ทอัพ (ไทย)” เผยแพร่ในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนของ “ห้องเรียนผู้ประกอบการ”


ยังมีโอกาสทางธุรกิจหลากหลาย ให้นักธุรกิจและสตาร์ทอัพไทยไปบุกเบิก คลิกอ่านต่อเลย

2 ภารกิจเร่งด่วน ผลิต ‘แพทย์นวัตกร’ & สตาร์ทอัพ HealthTech พลิกโฉมวงการแพทย์ไทย

‘THE FOUNDER’ โปรเจ็กต์ทดลองสำหรับ ‘พนักงานประจำ’ ที่อยากเป็นสตาร์ทอัพ

สร้าง ‘โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล’ ดึงต่างชาติหนุนสตาร์ทอัพ ภารกิจเร่งด่วนขับเคลื่อน ‘ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์’