การใช้ ‘พลังงานหมุนเวียน’ มีเสถียรภาพแค่ไหน? ฟังคำตอบพร้อมแนะทางออก เสริมแกร่งให้แหล่งพลังงานทางเลือกของไทย

127

“วันนี้พลังงานกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และที่สำคัญแนวโน้มการใช้พลังงานประเภทต่างๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามลำดับตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม” เกริ่นเพื่อเข้าบทความเรื่อง “เสถียรภาพการใช้ พลังงานหมุนเวียน เอาแน่ เอานอน ได้หรือไม่?” โดย ผศ.ดร.ฐกฤต ปานขลิบ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ดูจะเป็นสิ่งที่ทุกคนจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะประเด็นเรื่องพลังงาน ได้รับการหยิบยกมาพูดถึงแทบทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในยุคนี้ เรื่องของ ‘การใช้พลังงานหมุนเวียน’ เป็นอีกประเด็นที่ทุกฝ่ายกำลังสนใจ และมีการตั้งคำถามว่า เสถียรภาพการผลิตพลังงานหมุนเวียนของไทยมีความมั่นคงแค่ไหน?

รู้ก่อนว่า เสถียรภาพ การใช้พลังงานหมุนเวียน สำคัญแค่ไหน กับการพัฒนาเศรษฐกิจยุคนี้

ผศ.ดร.ฐกฤต ชวนย้อนเวลาไปกว่าร้อยปีที่ผ่านมา เพื่อบอกถึงการใช้พลังงานของมนุษย์ว่าหลังจากที่เราค้นพบและรู้จักเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) ประเภทต่างๆ เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม พลังงานหลักที่เรายังคงใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลนั่นเอง
“เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ อินทรีย์สารใต้พื้นโลกที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์เมื่อหลายล้านปีก่อน เราต้องยอมรับว่าตอนนี้เรากำลังใช้ของที่เกิดขึ้นในอดีตอยู่ และใช้กันแบบไม่บันยะบันยังกันมาเวลานาน เหมือนนำสมบัติเก่าที่ใช้เวลานับล้านปีในการกำเนิดถูกนำมาเผาเพียงไม่กี่วินาที เมื่อปริมาณเชื้อเพลิงลดลงเรื่อยๆ ราคาก็สูงขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นผลตามมาจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ก็คือ ก๊าซเรือนกระจกซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน”
ด้วยสภาวะที่กล่าวมานี้ ผศ.ดร.ฐกฤต ผู้เขียนบทความ จึงยกถึงประเด็นเรื่องการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ มาใช้ทดแทนแหล่งพลังงานเดิมที่มีอยู่ ที่กลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในวันนี้ โดย การหาแหล่งพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) เป็นคำตอบที่คู่ควรและตอบโจทย์ปัญหาวิกฤตพลังงานได้ดีที่สุด
ผศ.ดร.ฐกฤต ปานขลิบ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

“เพราะพลังงานหมุนเวียน จัดอยู่ในพลังงานประเภทซึ่งมาจากแหล่งที่สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีวันหมด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานที่เกิดจากขยะมูลฝอย ทั้งจากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม พลังงานเหล่านี้จึงแตกต่างจากพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล คือ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และสามารถสร้างขึ้นทดแทนได้ในระยะเวลาอันสั้น”

“แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาด ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีให้ใช้อยู่ทั่วไปทุกหนแห่ง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ จึงทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนแหล่งพลังงานดั้งเดิมที่ถูกใช้กันอยู่ในปัจจุบันได้ทั้งหมด”
และข้อจำกัดที่สำคัญนั่นก็คือ “เสถียรภาพในการใช้งาน” โดยตัวอย่างใกล้ตัวที่ผู้เขียนชี้ให้เห็น คือ พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีอยู่ในช่วง 12.00 – 16.00 น ในขณะที่ช่วงเวลาที่เราต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุด คือ หลังเลิกงาน 18.00 – 21.00 น นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งข้อจำกัด คือ ในฤดูฝนเราจะทำอย่างไรหากมีเมฆฝนหรือเกิดฝนฟ้าคะนองทั้งวันทั้งคืนและไม่มีแสงแดด นี่คือสิ่งที่ต้องคิดและวางแผนการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์
ส่วนพลังงานลมก็เช่นกัน เราควบคุมพลังงานลมไม่ได้ ปัจจัยนี้เองทำให้พลังงานที่ผลิตได้อาจจะไม่พอเพียงกับความต้องการของเราหรือยากที่จะคาดการณ์ล่วงหน้า ตรงนี้เองที่เข้าข่าย “ขาดเสถียรภาพในการใช้” ซึ่งถ้าเป็นการใช้ในบ้านเรือนทั่วไปก็คงไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ แต่หากเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมคงเสียหายเป็นจำนวนมาก

ฮาวทู สร้างเสถียรภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

สำหรับวิธีการแก้ไขและสร้างเสถียรภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่ ผศ.ดร.ฐกฤต ผู้เขียนบทความ ได้แนะนำไว้ คือ

“หากต้องการใช้แหล่งพลังงานธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ ก็มีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาเสริม เช่น ระบบสะสมพลังงาน (Energy storage) และ ระบบจัดการการใช้พลังงาน (Energy management) แน่นอนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องมาพร้อมกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น”

“ดังนั้น ปัญหาเสถียรภาพของพลังงานที่ผลิตจากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติมิใช่เกิดกับระบบเล็กๆเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบัน มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเชื่อมต่อกับระบบสายส่ง เพื่อจำหน่ายกระแสไฟฟ้าคืนสู่ทางการไฟฟ้า ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าส่งเสริมในการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญยังเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและลดปริมาณการนำเข้าพลังงานสิ้นเปลืองบางประเภทจากต่างประเทศได้อีกด้วย”
“แต่เราต้องเข้าใจว่าสามารถทำได้อย่างจำนวนจำกัด เพราะถ้ามากเกินไปจะทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศขาดเสถียรภาพไม่ต่างจากระบบเล็กๆเลย แถมจะเกิดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ ต้นทุนในการบริหารจัดการสูงขึ้น สุดท้ายกลายเป็นภาระที่พวกเราประชาชนทั่วไปต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่เพิ่มสูงขึ้นโดยใช่เหตุ”
ผศ.ดร.ฐกฤต จึงเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาด ร่วมเป็นแนวร่วมในการรักษาสภาพแวดล้อมและลดปริมาณการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ แต่ในส่วนของผู้ประกอบการซึ่งทำเป็นธุรกิจเพื่อเชื่อมต่อสายและส่งจำหน่ายคืนทางการต้องควบคุมให้มีการดำเนินการในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะหากมากเกินไปจนอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าของประเทศ อันนี้จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาของประเทศ

อัปเดต สถานการณ์พลังงานหมุนเวียนโลก จาก องค์การพลังงานหมุนเวียนสากล

ถัดจากบริบทด้านการผลิตและการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในประเทศไทยแล้ว เมื่อมาพิจารณา สถานการณ์พลังงานหมุนเวียนโลก ก็มีความสอดคล้องกันในหลายประเด็น เริ่มจาก ประเด็นเรื่องต้นทุนแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ ที่คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในอนาคตอันใกล้นี้ราคาพลังงานหมุนเวียนจะถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล

โดย องค์การพลังงานหมุนเวียนสากล (International Renewable Energy Agency: IRENA) เชื่อว่าสถานการณ์พลังงานหมุนเวียนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2563 มีประเด็นสำคัญที่จะเกิดขึ้น ดังนี้
  • ราคาพลังงานหมุนเวียนโลกที่อาจลดต่ำถึงเพียง 3 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยเฉพาะพลังงานลมในชายฝั่งและพลังงานแสงอาทิตย์ภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในประเทศอย่างดูไบ เม็กซิโก ชิลี บราซิล แคนาดา และเยอรมนี
  • ต้นทุนเฉลี่ยในการก่อสร้างโครงการพลังงานหมุนเวียนก็มีการแข่งขันสูงมาก
  • ราคาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำถูกที่สุด อยู่ที่ราว 5 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
  • ราคาการผลิตพลังงานลมในชายฝั่งอยู่ที่ 6 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยมีต้นทุนลดลงร้อยละ 23
  • ราคาของพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่ที่ 7 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
  • โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ยังราคาค่อนข้างสูงโดยเปรียบเทียบคือ 10 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพราะตัวเลขดังกล่าวนี้จะลดลงถึงร้อยละ 73 ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 ทำให้ต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัยลดลงถึงร้อยละ 67
  • พลังงานหมุนเวียนจะมีขีดสามารถในการแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ กระทั่งเราจะได้เห็นราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลถูกลง ภายใน พ.ศ. 2563
ขณะเดียวกัน องค์การพลังงานหมุนเวียนสากล เชื่อว่า มี 3 สาเหตุหลัก คือ การพัฒนาของเทคโนโลยี การแข่งขันในตลาด และประสบการณ์ที่มากขึ้นของผู้พัฒนาโครงการในอุตสาหกรรม ที่จะมีผลต่อการพัฒนาของเทคโนโลยีจะทำให้พลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เฉกเช่นที่เราเห็นนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามผลักดันขอบเขตศักยภาพในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เพิ่มมากขึ้น
ส่วนนวัตกรรมและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจาก เสถียรภาพของพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ตามที่กล่าวมา คือ จะมีการตั้งโรงงานสำรองพลังงานในแบตเตอรี และการเปิดประมูลผู้ก่อสร้างโครงการยังช่วยลดต้นทุนเฉลี่ย จะทุบสถิติใหม่ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาโดยจุดสนใจของเราจะอยู่ที่พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม แหล่งพลังงานน้ำ ชีวมวล และพลังงานความร้อนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่เดินหน้าเพื่อทำให้พลังงานหมุนเวียนเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้
และปัจจุบัน มีการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนร่วม 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และสามารถสร้างงานได้กว่า 10 ล้านตำแหน่ง แล้ว
ต่อไป กำลังการผลิตของแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ต้นทุนไฟฟ้าลดต่ำลง พลังงานหมุนเวียนจึงไม่ได้ดีต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจของภาคธุรกิจและประชาชนด้วย

ที่มา :


อัปเดตทุกประเด็นเรื่องการผลิตและการใช้พลังงานทุกประเภท เพื่อรู้ทันและใช้ทุกพลังานอย่างคุ้มค่าที่สุด

จากปฐมบท สมาร์ทซิตี้ สู่โปรเจกต์รู้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พัฒนาขอนแก่นเป็นต้นแบบ ‘เมืองคาร์บอนต่ำ’ ได้จริง

Energy Storage : ดูแนวคิดของ 4 นักวิจัยไทย กักเก็บพลังงานด้วยวิธีไหนให้อยู่ได้นานขึ้น

ภาครัฐ-เอกชน จับมือ พร้อมปรับตัวรับ ‘Energy disruption’ ด้วยนวัตกรรมพลังงานทดแทน