Logistics & Supply Chain กำลังเปลี่ยนไป ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจบานปลายกลายเป็น WWIII

556

สงครามการค้าระหว่าง ‘สหรัฐอเมริกากับจีน’ ที่เล่นกันหนักและยืดเยื้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าโลกเกิดความผันผวน ทั้งยังพ่วงสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง ‘สหรัฐอเมริกากับอิหร่าน’ เข้ามาอีก ใครทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกคงยิ่งตึงเครียดหนัก


ปีที่ผ่านมา มีหลายคำที่ SALIKA นำเสนอให้ผู้อ่านรู้จักและหลากเรื่องราวที่ช่วยให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก อาทิ Digital Disruption, Digital Transformation, Digital Literacy, Future of Work, Demand Driven, Artificial Intelligence, IoT, Sustainability มาในปี 2563 นี้ ผู้เขียนเห็นว่า Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ และ Sustainability หรือ ความยั่งยืน จะทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะเทคโนโลยี AI ที่ก้าวหน้าจะส่งผลให้ประเทศผู้เป็นเจ้าของเทคขึ้นเป็นผู้นำและได้เปรียบในเวทีโลก ส่วนความยั่งยืนนั้นจะถูกกระตุ้นมากขึ้นจากวิกฤตและภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำท่วมใหญ่ มหันตภัยไฟป่า ภัยแล้งที่กำลังส่อแววว่าบ้านเราจะต้องเผชิญสภาวการณ์อันย่ำแย่ในไม่ช้า ผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตรก็คงยิ่งหวาดหวั่น และนอกจากนั้นจะกระเทือนความมั่นคงทางอาหาร ในอนาคตด้วย
มองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น มีแนวโน้มว่าภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จะ/จำต้อง สร้างมาตรฐานสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้น คำนึงถึงความยั่งยืนมากขึ้น ร่วมกับการเพิ่มความอัจฉริยะให้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีแห่งยุคและตรงกับความต้องการของลูกค้าในศตวรรษที่ 21 เช่น อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ที่กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงรอบใหญ่ ดังนี้

Logistics & Supply Chain

มาตรการ IMO 2020 ตั้งขึ้นมาเพื่อความยั่งยืน

วันที่ 1 มกราคม 2563 องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ก็เริ่มมาตรการ IMO 2020 ด้วยการออกกฎบังคับให้เรือทุกลำลดการปล่อยกำมะถันหรือก๊าซซัลเฟอร์จากการเดินเรือ โดยปัจจุบันปล่อยก๊าซที่ 3.5% ให้เหลือเพียง 0.5% เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อเนื่องไปยังชั้นบรรยากาศโลก

อุตสาหกรรมการขนส่ง อาทิ ผู้จัดทำระบบดักจับเขม่าควันและเชื้อเพลิงซัลเฟอร์ต่ำ อาจตั้งรับและปรับตัวไม่ทัน (คาดว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มแรก) การแล่นเรือด้วยความเร็วต่ำลง ก็ส่งผลให้ระยะเวลาในการเดินทาง/ขนส่งนานขึ้น และเป็นตัวบังคับให้ระบบนิเวศการขนส่งทั้งระบบต้องมีการจัดโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามแผนการผลิตและสามารถส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้าตามกรอบเวลาที่กำหนดได้


Logistics & Supply Chain

ไม่มีของก็ไม่ต้องส่ง ‘ตู้เปล่า’ เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้

ด้วยเป้าหมายทางธุรกิจที่เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ หากมีการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจะกลายเป็นประเด็นร้อนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้า

ความสูญเปล่าด้านการขนส่ง หมายถึง การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น ปล่อยคาร์บอนออกสู่บรรยากาศมากขึ้นและผู้ขับขี่ยานพาหนะใช้เวลานานหลายชั่วโมงไปโดยเปล่าประโยชน์ 

การขนส่งตู้เปล่าที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ กลายเป็นตัวถ่วงการขยายตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพราะธุรกิจต่างๆ ต้องจ่ายเงินมากขึ้นในการขนส่งสินค้า ซึ่งบริษัทขนส่งก็จะคำนึงถึงการขนส่งที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ส่วนนี้ด้วย และจะคำนวณค่าใช้จ่ายเพิ่มลงไปในค่าบริการ นั่นหมายถึง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนส่งไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง รวมถึงผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่ ล้วนต้องเสียค่าใช้จ่ายให้การขนส่งที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในท้ายที่สุด

Logistics & Supply Chain

‘การเมือง-การค้า-กฎเกณฑ์’ พัวพันกันมากขึ้น

ความผันผวนทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยจะมี อัตราภาษีและกฎระเบียบทางการค้า ที่กลายเป็นเรื่องหลักซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ ดังนั้น ทุกคนและทุกระดับในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์จึงต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงทางการค้าตลอดเวลา เพราะเป็นไปได้เสมอว่าจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น
ไม่เพียงแค่นั้น ความเป็นชาตินิยมและความขัดแย้งทางการค้า ก็จะก่อให้เกิดความไม่ลงรอยอีกมาก โดยในประเด็นนี้ ฟาบิโอ ทิวิติ รองประธานบริษัท อินฟอร์ อาเชียน เปิดเผยไว้ว่า ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างๆ นำเสนอข่าวการเมืองแยกกับข่าวธุรกิจ แต่ในปีนี้ เราจะได้เห็นการรายงานข่าวการเมืองที่ไม่แยกจากข่าวธุรกิจอีกต่อไป

‘จิตใจมนุษย์กับ AI’ จะเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น 

นักวิจัยได้มีการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์รวมไปถึงทารก เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมีเป้าหมายคือ เพื่อยกระดับรูปแบบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ให้ทำงานได้ราบรื่น อยากรู้อยากเห็น หยั่งรู้ และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น

human AI

แต่เนื่องจากโปรแกรม ML ในปัจจุบันต้องอาศัยการป้อนข้อมูลภาพหลายพันภาพเพื่อสอนให้เครื่องเหล่านั้นจดจำว่า วัตถุหรือสิ่งมีชีวิต เช่น แมว มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ถึงกระนั้นก็ตาม ข้อผิดพลาดก็ยังคงเกิดขึ้นได้หาก ML ได้รับภาพที่ไม่ชัดเจนพอ ในทางกลับกัน ทารกจะเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ว่าแมวมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ซึ่งอาจจะเกิดจากการได้เห็นภาพหรือรูปวาดในหนังสือ นอกจากนี้ เด็กยังสามารถเรียนรู้ผ่านการทดลองและความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองอีกด้วย
เพื่อให้ ML สามารถลอกเลียนประสบการณ์แบบนี้ได้ จึงมีการพัฒนา การให้รางวัลแก่ ML บางระบบที่สามารถเลียนแบบความช่างสงสัยในลักษณะนี้ได้ โดยจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ ส่วนงานวิจัยเรื่องการเชื่อมโยงสมองมนุษย์ไปสู่ AI จะพัฒนาและเริ่มแสดงผลที่ชัดเจนมากขึ้นอย่างแน่นอน หากมีการพัฒนาต่อด้วยการเสริมคุณลักษณะของมนุษย์เข้าไปในเครื่องจักร

‘ซัพพลายเชน’ ไม่เน้นไกล แต่เน้นให้บริการในพื้นที่

การที่ซัพพลายเชนกำลังจะใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น แพลตฟอร์ม ML และ AI จะเรียนรู้ด้วยการเฝ้าดูพฤติกรรมของมนุษย์และสัญญาณต่างๆ ผ่านข้อมูลที่ได้จากทุกฝ่าย ทุกภูมิภาคและจากทุกระบบซัพพลายเชน เพื่อจะได้เข้าใจความซับซ้อนและความหลากหลายของการค้าโลก กระบวนการการทำงานบางอย่างอาจย้ายไปอยู่ในสถานะที่ถอยห่างออกไป ในขณะที่กระบวนการที่ซับซ้อนอื่นๆ ที่ต้องการการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายและหลายเครือข่ายนั้น ML และ AI จะต้องการการเรียนรู้จากมนุษย์เป็นอย่างมาก

Logistics & Supply Chain

ตัวอย่างในปีที่ผ่านมา จีนย้ายฐานงานด้านซัพพลายเชนไปต่างแดนเพราะปัญหาด้านภาษีและความขัดแย้งทางการค้า แต่ปีนี้ ซัพพลายเชนจีนต้องพึ่งพาทรัพยากรภายในประเทศและคู่ค้าที่มีอยู่ โดยเรื่องนี้จะเกิดในสหรัฐอเมริกา จีน และในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจพัฒนาแล้วเป็นส่วนใหญ่ 
ด้านภาคการผลิต ก็จะอยู่ในลักษณะ ผลิตในประเทศและส่งมอบในประเทศ มากขึ้น ผู้บริโภคก็มีแนวโน้มที่จะใช้แบรนด์ภายในประเทศมากขึ้นเช่นกัน เช่น ในประเทศจีน ผู้บริโภคหันไปใช้แบรนด์เสื้อผ้า อุปกรณ์ไฮเทค โทรศัพท์ และรถยนต์ของจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ทดแทนแบรนด์จากตะวันตก ขณะที่บริษัทต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาก็กำลังรับมือกับความตึงเครียดที่จะเกิดขึ้นกับจีนต่อไป โดยต้องปรับเปลี่ยนเครือข่ายซัพพลายจากจีนไปเป็นประเทศอื่น ร่วมกับการสร้างเครือข่ายใหม่ๆ ที่อยู่ใกล้กับสหรัฐอเมริกามากขึ้น

ไม่รู้ก็ได้รู้จัก ‘กำแพงเบอร์ลินดิจิทัล’

‘กำแพงเบอร์ลินดิจิทัล’ คือ การเปรียบเทียบให้เห็นอุปสรรคต่างๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นและผลกระทบจากเทคโนโลยีที่มีต่อการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆ ด้วย เช่น วัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต ที่อาจขาดแคลนหรือมีราคาแพงขึ้นแบบทันทีทันใด 
คริสตาลินา จอร์จิว่า ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวไว้ว่า แม้จะมีการเติบโตทางการค้าเพิ่มขึ้นในปี 2563 แต่ความไม่ลงรอยกันในปัจจุบันอาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลไปอีกนาน ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเชนที่อยู่ในภาวะวิกฤต ภาคการค้าที่ต่างคนต่างทำ และกำแพงเบอร์ลินดิจิทัลที่บีบคั้นให้ประเทศต่างๆ ต้องเลือกใช้ระบบเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ งานด้านซัพพลายเชนที่หดตัวและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่ฝังแน่นอยู่ในวงการการค้า ณ ปัจจุบัน อาจส่งผลระยะยาวต่อระบบซัพพลายเชน บวกกับการตั้งกำแพงกีดกันโดยพื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆ จะส่งผลต่อความคล่องตัว ความยืดหยุ่นทางการค้าที่มีอยู่ทั่วโลก ในขณะที่การขยายตัวของโลกาภิวัตน์นั้นมีมาเป็นเวลาหลายปี โดยความสามารถในการให้บริการที่รวดเร็วและสนับสนุนซัพพลายเออร์ที่อยู่นอกเขตของฮับได้ จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมาทันทีหากมีเหตุติดขัดด้านดิจิทัล เพราะจะส่งผลต่อยอดขาย การแข่งขัน และโอกาสทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บรรทัดฐาน’ เปลี่ยนอุตสาหกรรมขนานใหญ่

จำได้ไหม หลุยส์ วิตตอง แบรนด์สินค้าสุดหรูประกาศแผนการเปิดโรงงานขนาด 100,000 ตารางฟุต ในรัฐเท็กซัสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การประกาศนี้เป็นตัวอย่างล่าสุดของการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าคุณภาพสูง และการผลิตกระเป๋าคุณภาพสูงนั้นก็ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปัจจุบันมีโรงงานผลิต 8 ใน 24 แห่ง ที่เปิดทำการนอกประเทศฝรั่งเศส 
ส่วนข่าวในเดือนพฤศจิกายน กลุ่มบริษัทเมิร์กส์ ที่ดำเนินการเกี่ยวกับโลจิสติกส์และพลังงานชื่อดัง ประกาศการดึงเงินลงทุนจากการเดินเรือทะเลไปใช้กับบริการทางบกแทน โดยเป็นการเข้าซื้อที่ดินเพื่อทำคลังสินค้าและให้บริการด้านศุลกากร แต่สำหรับการเป็นซัพพลายเชนด้านที่ดิน เมิร์กส์ลงทุนไปแล้วประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะลงเงินอีกร้อยล้านดอลลาร์ในปีหน้า

ความยั่งยืนในมิติต่างๆ ที่เราต้องใส่ใจ

เพื่อ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ รู้ไหมว่าสังคมโลกกำลังทำอะไรเพื่อ ‘อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร’ ?

อังกฤษ แนะใช้ Big data คาดการณ์ ‘อุตสาหกรรมอาหารโลก’ ‘Foresight for Food’ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างได้ผล

เทคโนโลยีและความยั่งยืน เทรนด์แห่งอนาคต กำหนดทิศทางพัฒนา ‘อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร’