แนะองค์กรธุรกิจปั้นโซลูชัน ‘Robot as a Service’ เสริมศักยภาพกลุ่มอุตสาหกรรม ตอบโจทย์ธุรกิจยุค 5G

185

“หุ่นยนต์มีวิวัฒนาการและความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านการช่วยเพิ่มผลผลิตในกระบวนการผลิตสินค้า ช่วยดูแลในเรื่องคุณภาพชีวิต ไปจนถึงการสร้างความสะดวกสบาย ทำให้การใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ถ้อยความจาก รายงานการศึกษา เรื่อง “อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของประเทศไทย” จัดทำโดย ฝ่ายวิจัยนโยบาย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สะท้อนภาพของการใช้หุ่นยนต์ในรูปแบบของโซลูชัน ‘Robot as a Service’ ได้อย่างดี


โดยรายงานฉบับนี้ ระบุว่าตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา หลายองค์กรธุรกิจหันมาใช้งานหุ่นยนต์กันมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์โลกถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ จะมีตลาดใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ยานพาหนะอัตโนมัติไร้คนขับ หุ่นยนต์บริการสำหรับผู้บริโภคทั่วไป หุ่นยนต์สำหรับองค์กรธุรกิจ เพื่อให้บริการหรืออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค หุ่นยนต์ทางการแพทย์ หุ่นยนต์การทหาร และอากาศยานไร้คนขับ (UAVs)
และในปี 2020 ที่จะถึงนี้เอง ที่รายงานฉบับนี้ได้คาดการณ์ไว้ว่า รูปแบบและหน้าที่ของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากการศึกษาของบริษัท Tractica ของสหรัฐอเมริกา พบว่า จำนวนหุ่นยนต์ที่ผลิตขึ้นในตอนเริ่มต้นทศวรรษนี้ จะเพิ่มขึ้นจาก 8.8 ล้านยูนิตในปี 2015 เป็น 61.4 ล้านยูนิต ในปี 2020 โดยมากกว่าครึ่งมาจากหุ่นยนต์สำหรับผู้บริโภคในครัวเรือน และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงกว่า 151 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้มีการลงทุนอย่างมากเกี่ยวกับหุ่นยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก การเติบโตของตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และดังคาด ช่วงปลายปี 2019 การพัฒนาด้านการใช้งานหุ่นยนต์ของไทยก้าวไปอีกขั้น ด้วยวัตถุประสงค์ในการใช้งานหุ่นยนต์ในรูปแบบของ ‘Robot as a Service’ แบบเต็มขั้น

ปรับใช้ Robot as a Service เทรนด์เทคโนโลยีติดปีกให้ธุรกิจ

จากบทความเรื่อง Robot As A Service: A Technology Trend Every Business Must Consider โดย Bernard Marr (เผยแพร่ในเว็บไซต์ Forbes) ได้ชี้ว่า จากปัจจัยความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีส่งให้เทรนด์ Robot as a service (RaaS) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ยืนยันได้ด้วยผลการสำรวจล่าสุดที่คาดว่าภายในปี 2026 จะมีการติดตั้งหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นถึง 1.3 ล้านครั้ง ซึ่งจะสร้างรายได้คืนกลับมาตอบแทนภาคธุรกิจทั่วโลกได้กว่า 34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  
ต่อมา ผู้เขียนบทความเผยแพร่ใน Forbes ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงโซลูชัน RaaS ว่า เทรนด์นี้ไม่ต่างจากคอนเซ็ปต์ของ การใช้ซอฟต์แวร์เป็นส่วนหนึ่งของการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ หรือ Software as a Service (SaaS) หรือแม้แต่การใช้ Big Data as a Service (BDaaS) ทันทีที่คุณจ่ายค่าบริการ ก็จะได้เปิดประสบการณ์การรับบริการด้วยเทคโนโลยีแห่งยุคต่างๆ มากมาย
อย่างในกรณีที่ผู้บริโภคตกลงใจที่จะจ่ายเงินเพื่อรับบริการจากหุ่นยนต์ พวกเขาก็จะได้รับการให้บริการด้วยหุ่นยนต์ในรูปแบบของการเช่าใช้ และได้รับสิทธิในการเข้าถึง cloud-based subscription service ซึ่งก็คือเทคโนโลยีหนึ่งที่ทำงานโดยใช้อินเทอร์เน็ตออนไลน์ เพื่อใช้เก็บข้อมูล ฝากไฟล์ ส่งอีเมล ฟังเพลง Upload รูปไปเก็บไว้ได้ทั้งหมด โดยบริการนี้จะมีผู้ให้บริการที่เรียกว่า cloud provider ดูแลอยู่
นอกจากนั้น บทความเดียวกันนี้ยังได้ตอบคำถามว่า ทำไมธุรกิจทุกรูปแบบถึงสนใจจะนำ RaaS มาปรับใช้ในยุคดิสรัปต์เทคโนโลยี โดยเหตุผลแรกของการปรับเอา RaaS มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้การประกอบธุรกิจเพราะเทคโนโลยีนี้มีความยืดหยุ่น และลงทุนได้ง่ายด้วยต้นทุนไม่สูงนัก ทำให้ธุรกิจทุกรูปแบบตั้งแต่บริษัทใหญ่ เอสเอ็มอี ไปจนถึงสตาร์ทอัพ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ไม่ยาก
RaaS นับเป็นการยกระดับการใช้หุ่นยนต์จากบริบทเดิมที่ หุ่นยนต์ ถูกใช้ในการทำงานแทนที่ตำแหน่งงานที่ได้รับค่าตอบแทนน้อย หรือ lower-paying jobs ซึ่งการลงทุนระบบหุ่นยนต์ในรูปแบบที่กล่าวมานี้ เป็นการลงทุนก้อนใหญ่และระยะยาวของบริษัท กว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลานาน ด้วยข้อจำกัดนี้เองทำให้ธุรกิจขนาดเล็กตัดสินใจที่จะไม่ลงทุนในเรื่องหุ่นยนต์เท่าไรนัก ทว่า พอมีเทคโนโลยี RaaS หรือการใช้หุ่นยนต์ในฐานะผู้ให้บริการ เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ และที่สำคัญ ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงนักทำให้ไม่ยากเลยที่ธุรกิจขนาดเล็กจะลงทุนในเทคโนโลยี RaaS นี้
นอกจากนั้น ในฐานะเทคโนโลยีที่กำลังเป็นเทรนด์ระดับโลกทำให้ผู้ให้บริการด้าน RaaS ทั่วโลก นำเสนอโปรโมชัน แข่งขันกันอย่างเต็มที่ ตรงนี้เองเป็นผลประโยชน์สำหรับเจ้าของกิจการในการเข้าถึง และตกลงใจนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาช่วยเสริมงานบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ เช่น การลงทะเบียนเข้าถึงการให้บริการที่ง่ายขึ้นผ่านระบบ cloud computing solutions ในราคาไม่แพง

เปิดต้นแบบปั้นโซลูชัน “Robots as a Service” เสริมศักยภาพทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ตอบโจทย์ธุรกิจยุค 5G

เพื่อให้เห็นภาพ การนำ Robot as a Service มาพัฒนารูปแบบการให้บริการทุกด้านให้ดีขึ้น วันนี้มีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนี้ ที่ได้นำมาใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ด้วยการนำ คลาวด์เอไอโรบอต หุ่นยนต์อัจฉริยะบนเทคโนโลยี “คลาวด์เอไอ” ครั้งแรกในไทย โดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จับมือ คลาวด์มายด์ส ปั้นโซลูชัน Robot as a Service ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและเสริมแกร่งให้ธุรกิจยุค 5G
นายเอกราช ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจไอโอทีและดิจิทัลโซลูชัน บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า
“จากการที่กลุ่มธุรกิจไอโอทีและดิจิทัลโซลูชันเดินหน้ากลยุทธ์ ‘Tech Village’ สร้างจุดเด่นและความแตกต่างในการให้บริการไอโอทีและดิจิทัลโซลูชันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Digital is a Core’ ที่มุ่งเน้นดิจิทัลเป็นแกนหลักในการพัฒนาธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม ล่าสุดประกาศความร่วมมือกับคลาวด์มายด์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดด้านโรโบติกส์ นำเทคโนโลยีคลาวด์เอไอ ที่เชื่อมหุ่นยนต์ทุกตัวบนระบบคลาวด์เอไอ ให้หุ่นยนต์ทุกตัวสามารถปฎิบัติงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน”
“รวมถึงยังสามารถอัปเดตระบบได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว โดยจะนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบของบริการ Robot as a Service เป็นครั้งแรกในประเทศไทย”
“เทคโนโลยีนี้เองที่จะทำให้องค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีคลาวด์เอไอได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งยังคุ้มค่าด้วยการคิดค่าบริการตามจริงในช่วงเวลาที่มีการใช้งานหุ่นยนต์เท่านั้น”
นอกจากนั้น คลาวด์เอไอโรบอตจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวก มีความทันสมัย และสามารถบริหารจัดการงานที่ซับซ้อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้หุ่นยนต์เป็นยามเฝ้าระวังในสถานที่ใหญ่ๆ เช่น สนามบิน เป็นผู้ช่วยในงานต้อนรับให้ความช่วยเหลือกับแขกต่างประเทศในงานโรงแรม ช่วยแปลศัพท์ทางการแพทย์ระหว่างคนไข้ต่างชาติกับแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาล ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่มาจับจ่ายในร้านค้าปลีกในการค้นหาหรือการคืนสินค้าหรือแม้กระทั่งการลงทะเบียนและการระบุตัวตนแขกคนสำคัญในอีเวนต์ต่างๆ
1. นายบิล ฮวง ผู้ก่อตั้งและประธานคณะผู้บริหาร คลาวด์มายด์ส 2. นายเอกราช ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจไอโอทีและดิจิทัลโซลูชัน บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด 3.นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงาน และกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น
นอกจากนี้ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ยังนำ IoT Sensor มาให้บริการร่วมกับคลาวด์เอไอโรบอต เพื่อเพิ่มศักยภาพของหุ่นยนต์สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิต สามารถช่วยดูแลและตรวจสอบสภาพแวดล้อม เช่น ตรวจจับสารพิษ ความร้อน และประกายไฟ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้านการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมและสถานที่ที่เป็นอันตรายต่อบุคลากร

“ทรู ดิจิทัลมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของวงการโรโบติกส์ไทย ในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีคลาวด์เอไอมาช่วยยกระดับและเพิ่มศักยภาพในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการใช้งานบนเครือข่าย 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะยิ่งเสริมประสิทธิภาพเทคโนโลยีคลาวด์เอไอ ให้สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดในทุกภาคอุตสาหกรรมได้แน่นอน”

ด้าน นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า

“เทคโนโลยีคลาวด์โรบอต เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะลดข้อจำกัดในการพัฒนาหุ่นยนต์โดยเฉพาะในด้านหน่วยความจำและหน่วยประมวลผล โดยใช้ระบบคลาวด์ในการควบคุมและสั่งงานจากศูนย์ส่วนกลาง มีการเก็บข้อมูลและประมวลผลด้วย AI ทำให้หุ่นยนต์สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อมีการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G จะเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของหุ่นยนต์ทั้งในด้านความเร็วและการตอบสนองได้แบบทันที”

สำหรับ นายบิล ฮวง ผู้ก่อตั้งและประธานคณะผู้บริหาร คลาวด์มายด์ส กล่าวว่า

“ความร่วมมือกับทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาการใช้งานคลาวด์โรบอตในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มทรูมีความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล โดยเฉพาะในยุค 5G ที่กำลังจะมาถึง”

“อีกทั้งยังมีดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Cloud, AI, IoTและ Big Data เสริมกับความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบคลาวด์เอไอโรบอตของคลาวด์มายด์ส มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ 5G คลาวด์โรบอต ที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจความต้องการแบบเฉพาะของคนไทยได้มากยิ่งขึ้น และต่อยอดเป็นดิจิทัลโซลูชันใหม่ ที่จะช่วยสร้างโอกาสและการเติบโตให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยในยุค 4.0 ได้เป็นอย่างดี”

ที่มา :


อัปเดต การใช้หุ่นยนต์ เป็นอีกหนึ่งโซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำธุรกิจ

RPA : Robotic Process Automation ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ เชื่อมโลก e-Commerce กับ e-Logistic ให้โลดแล่น

ทำความรู้จัก ‘หุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์’ จากแดนอาทิตย์อุทัย ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยไทยให้ดีขึ้น

ปี 2030 ไม่ไกลเกินฝัน ชาวอเมริกันอาจได้ใช้แท็กซี่ลอยฟ้า หุ่นยนต์ทำความสะอาด และเดินทางด้วยไฮเปอร์ลูป