ถอดรหัสการจัดการ ขยะอุตสาหกรรม & ขยะพลาสติก ด้วยงานวิจัยและโมเดล Zero Plastic Waste ครบวงจร

284

ด้วยตระหนักว่าปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะกลายเป็นปัญหาที่เรื้อรัง หากไม่ได้รับการแก้ไขมีแต่จะรุนแรงขึ้น โดยวิกฤตขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นไม่สามารถรอแต่ภาครัฐแก้ไขเพียงฝ่ายเดียว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนและทุกภาคส่วนด้วย โดยโซลูชันหนึ่งที่จะช่วยในการจัดการกับขยะพลาสติก หรือขยะอุตสาหกรรมทุกประเภทตามเป้าหมายที่วางไว้  คือ การจัดการกับขยะในรูปแบบของการตั้งเป้า ไปสู่สังคม Zero Plastic Waste ครบวงจร


เปิดผลวิจัยคาดการณ์ขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC เพื่อนำมาสู่การวางแผนจัดการอย่างได้ผล

อาจารย์สุธา ขาวเธียร
จากการสำรวจวิเคราะห์และคาดการณ์ปริมาณขยะในอีอีซี ที่จัดทำโดย อาจารย์สุธา ขาวเธียร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในอีอีซี ปี 2561 มีปริมาณ 4,268 ตันต่อวัน หรือ 1.5 ล้านตันต่อปี
โดยการคาดการณ์ปริมาณของเสียในอีอีซี ประเมินจากขยะมูลฝอยชุมชน ขยะอันตรายจากชุมชน ขยะติดเชื้อ กากอุตสาหกรรมอันตราย กากอุตสาหกรรมที่ไม่อันตราย เศษวัสดุจากผลิตผลทางการเกษตรจากภาคการเกษตร รวมทั้งของเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่และส่งไปจัดการภายนอก หรือของเสียจากภายนอกพื้นที่ส่งมาจัดการในอีอีซี และในส่วนของผู้รับจัดการก็มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับชนิดของเสีย

ขยะส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยการฝังกลบ แต่ในจำนวนนี้มี 40% ที่จัดการไม่ถูกต้อง จึงต้องมีการวางแผนรับมือเพื่อให้อีอีซีเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป้าหมายหลักของความร่วมมือครั้งนี้ จึงเป็นการสนับสนุนการพัฒนาอีอีซีทั้งด้านผลิตงานวิจัยที่จะรองรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น สร้างแพลตฟอร์มที่จะให้ข้อมูลและช่วยตัดสินใจเลือกวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการของเสีย
ทั้งนี้ รวมถึงพัฒนาสู่ระบบอัจฉริยะในการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเพื่อกลับเข้าเป็นวัสดุรอบ 2 ซึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุน คือ การนําข้อมูลมาแบ่งปันและใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยจําลองวิธีการแก้ปัญหาและเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
จากการสำรวจ ทีมผู้วิจัยพบว่า ปริมาณขยะที่เพิ่มบางส่วนนำไปรีไซเคิลได้ โดยกากอุตสาหกรรมรีไซเคิลได้มากกว่า 50% ขยะชุมชนนำไปรีไซเคิลได้ 30% ทำให้เหลือขยะที่ต้องกำจัดให้ถูกวิธีประมาณ 50-60% ซึ่งการกำจัดขยะที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ การนำไปเผาเพราะเหลือขี้เถ้าไปฝังกลบไม่มาก เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในระยะยาวและไม่ก่อมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมในอีอีซี

เรียนรู้จากต้นแบบ ไออาร์พีซี อุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งเป้าไปสู่สังคมไร้ขยะพลาสติก

ถัดจากขยะอุตสาหกรรมในภาพรวมแล้ว ขอมาเจาะถึงการจัดการ ขยะพลาสติก ที่ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาฉุดรั้งการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย และได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซี ที่มีปัญหาขยะพลาสติกสะสมมานาน รวมทั้งในอนาคต คาดการณ์ว่าจะมีประชากรและภาคอุตสาหกรรมขยายมาในพื้นที่ ยิ่งทำให้ปัญหาขยะพลาสติกมีแต่จะรุนแรงมากขึ้น
เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไออาร์พีซี องค์กรธุรกิจที่ตั้งเป้าว่าจะก้าวสู่การทำอุตสาหกรรมสีเขียว และขับเคลื่อนให้กิจการของบริษัทไปสู่ต้นแบบสังคมไร้ขยะพลาสติกแบบครบวงจร

นพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
นพดล ปิ่นสุภา
“ในฐานะที่ ไออาร์พีซี เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่ จึงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้เต็มตัว โดยได้ผลักดันโครงการ Zero Plastic Waste เพื่อผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่กำจัดขยะพลาสติกให้เหลือศูนย์ ผ่านกระบวนการ 3 R (Reduce Reuse Recycle) ด้วยการวางโครงการหลัก ได้แก่ การขยายโรงงานแปรรูปขยะพลาสติกผ่านกระบวนการไพโรไรซิสให้เป็นน้ำมันดิบ”
จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 1 แสนลิตรต่อเดือน เพิ่มเป็น 4 แสนลิตรต่อเดือน ซึ่งถ้าทำได้ จะช่วยกำจัดขยะพลาสติกถึง 6,720 ตันต่อปี โดยทยอยรับซื้อขยะพลาสติกมาตั้งแต่ครึ่งแรกของปีนี้
“ที่ผ่านมาการกำจัดขยะพลาสติกทำได้ด้วยวิธีเผาหรือฝังกลบ ซึ่งปริมาณขยะพลาสติกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่พื้นที่ฝังกลบขยะมีจำกัด ไม่เพียงพอกับขยะที่เพิ่มขึ้น”
ส่วนวิธีการเผา ซีอีโอ ไออาร์พีซี สื่อสารว่า ต้องมีเทคโนโลยีนวัตกรรมการเผาที่ไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และการลงทุนแปรรูปขยะพลาสติกด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิสจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่ากลับมาใช้ใหม่ อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของบริษัทฯ และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเรื่องการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนด้วย

นำประเทศสู่สังคม Zero Plastic Waste ฝันให้ไกลและต้องไปถึงแน่นอน

ไม่ใช่แค่การวางแผนจัดการกับขยะพลาสติกด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ที่ไม่ก่อผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมตามที่อธิบายมาเท่านั้น แต่ ไออาร์พีซี ยังเดินหน้าทำโครงการ “นำประเทศสู่สังคม Zero Plastic Waste” โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัทคู่ค้าของไออาร์พีซี
โดยโครงการนี้เกิดขึ้นเพราะแนวคิดที่ว่า ไออาร์พีซีเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกป้อนให้คู่ค้านำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกระบวนการผลิตจะมีเศษวัสดุพลาสติกที่เหลือจากการขึ้นรูป ดังนั้น ไออาร์พีซีจึงได้มองระบบบริหารจัดการ เพื่อนำเศษพลาสติกเหล่านี้นำกลับมาใช้ใหม่ให้ครอบคลุมทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งคุณนพดลได้ขยายความถึงโครงการนี้เพิ่มเติมว่า

“ในขั้นต้น เราได้ร่วมมือกับบริษัทคู่ค้า 10 ราย ทำแพลตฟอร์มการพัฒนาข้อมูลกลางแชร์ให้ทุกโรงงานเห็นว่า แต่ละโรงงานมีเศษพลาสติกเหลือทิ้งชนิดใดและปริมาณเท่าไร เพื่อให้โรงงานในเครือข่ายซื้อเศษพลาสติกไปรีไซเคิลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งไออาร์พีซีจะช่วยบริษัทคู่ค้าปรับปรุงระบบการรีไซเคิล และพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น”
“และในปี 2563 ไออาร์พีซี จะสร้างฐานข้อมูลจัดทำเป็น Plastic Waste Platform เพื่อรวบรวมข้อมูล Waste polymer จากแหล่งผลิตแต่ละโรงงาน ซึ่งลูกค้าจะเข้าถึงข้อมูลได้ และต่อยอดนำไปสู่การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกรีไซเคิล หรือ ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาขยะพลาสติกจากต้นทาง ไม่ปล่อยของเสียออกนอกระบบอย่างได้ผล”
ด้าน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมาวางมาตรฐานโรงงานรีไซเคิลพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล รวมทั้งรับรองมาตรฐานนี้ เพราะปัจจุบันกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเติบโตเร็วมาก ทำให้ผู้ซื้อต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปต้องการเม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนของพลาสติกรีไซเคิลสูง
ทว่า ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานหรือมาตรฐานรับรองว่าเม็ดพลาสติก หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเหล่านี้ผลิตจากขยะพลาสติกจริงหรือไม่ และมีสัดส่วนเม็ดพลาสติกรีไซเคิลตรงตามที่กำหนดหรือไม่ ดังนั้น การที่ไทยมีหน่วยงานรับรองมาตรฐานเหล่านี้ ย่อมจะทำให้สินค้าพลาสติกรีไซเคิลของไทยเข้าสู่ตลาดยุโรปได้มากขึ้น
“ปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ของยุโรปต้องการพลาสติกรีไซเคิลสูงมาก โดยแบรนด์เนมชั้นนำต่างใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลแทบทั้งสิ้น”
“ดังนั้น ถ้าไทยมีหน่วยงานกลางรับรองพลาสติกรีไซเคิลจะทำให้คู่ค้ามั่นใจและสั่งสินค้าเพิ่ม และส่งผลทางอ้อมให้มีการนำขยะพลาสติกมารีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีทั้งผู้ผลิตที่ขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น และช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกภายในประเทศอย่างได้ผลแน่นอน” คุณนพดล ผู้บริหารไออาร์พีซีกล่าวยืนยันในที่สุด

ที่มา :


อยากเรียนรู้โมเดลการจัดการขยะทุกรูปแบบอย่างได้ผล คลิกอ่านต่อเลย

ฮาวทูทิ้ง…ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือขยะ

เปิดบทเรียนแดนกิมจิ ใช้นวัตกรรมและการจัดการ ลด ‘ขยะอาหาร’ อย่างไรให้ได้ผล

นักวิชาการร่วมชี้ทางรอดให้ทะเลไทย ลบไทยออกจาก Top 5 ประเทศที่สร้าง ขยะทะเล มากที่สุดในโลก