สัญญาต้องเป็นสัญญาของ ‘Schneider Electric’ แบรนด์ด้านพลังงานและระบบออโตเมชัน กับแผนและผลงานด้านความยั่งยืน

174

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) องค์กรที่ให้บริการโซลูชันดิจิทัลด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน เป็นตัวอย่างหนึ่งของกิจการจากแดนน้ำหอมที่ปรับตัวด้วยการทำดิจิทัล ทรานสฟอร์เมชัน พร้อมกับการใส่ใจและตั้งเป้าด้านความยั่งยืน โดยมีแผนงานที่ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 นั่นคือ การวัดความก้าวหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานตามพันธสัญญาด้านการสร้างความยั่งยืนที่มุ่งมั่นสำหรับปี 2561-2563 ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ตีพิมพ์ ‘ตัวบ่งชี้ 21 รายการจากโครงการสร้างผลลัพธ์จากความยั่งยืนของชไนเดอร์’ หรือที่เรียกว่า ‘Schneider Sustainability Impact’ โดยรายละเอียดและคะแนนในไตรมาสล่าสุดที่ปรากฏ มีดังนี้

Schneider Sustainability Impact
Schneider Sustainability Impact นี้ สอดรับกับพันธสัญญาของ COP21 (Conference of Parties) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 ซึ่งเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย และ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
ปกติแล้ว ชไนเดอร์จะประกาศผลการดำเนินงานพร้อมกันทั้งด้านการเงินและที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งในที่นี้จะนำเสนอข้อมูลแบบหลัง คือ Schneider Sustainability Impact ที่เปิดเผยว่า ทั้งกลุ่มธุรกิจของบริษัทสามารถทำคะแนนรวมตั้งแต่ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 ได้ 7.08 จาก 10 คะแนน จากที่ตั้งเป้าไว้ 7 จาก 10 คะแนน ภายในสิ้นปี 2562 ผลคะแนนที่ได้จึงถือว่าบรรลุเป้าหมายโครงการสร้างผลลัพธ์จากความยั่งยืนล่วงหน้าหนึ่งไตรมาส

กรณีศึกษา ผลลัพธ์ 5 ด้าน และเป้าหมายต่อไปจากโครงการสร้างผลลัพธ์จากความยั่งยืนของ Schneider

  • ด้านสภาพภูมิอากาศ
ตัวบ่งชี้เรื่อง การคืนทุนที่เพิ่มขึ้น ในส่วนบริการด้านพลังงานและความยั่งยืนของชไนเดอร์ ที่เพิ่มขึ้น +20.2 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 มาจากการเติบโตที่สูงขึ้นของธุรกิจด้านประสิทธิภาพพลังงานที่ทำร่วมกับภาคเอกชนในประเทศสหรัฐอเมริกา และเนื่องจากธุรกิจการจัดหาพลังงานนั้นมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางธุรกิจเช่นกัน ทาง Energy & Sustainability Services จึงมุ่งเพิ่มยอดขาย 25 เปอร์เซ็นต์ในปี 2563 จากยอดขายในปี 2560
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นส่วนหนึ่งใน DJSI World Index (ดัชนีชี้วัดความสำเร็จขององค์กรที่ยั่งยืน) ติดต่อกันเป็นปีที่ 7
  • ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน
สำหรับไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา 96 เปอร์เซ็นต์ของกระดาษแข็งและแท่นวางสินค้าเพื่อการแพ็คสำหรับขนส่ง ล้วนมาจากแหล่งรีไซเคิลหรือสถานที่ที่ได้รับการรับรองในเรื่องดังกล่าว
ผลลัพธ์ของประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมนี้มาจากทีมงานที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการสื่อสารที่ชัดเจนกับซัพพลายเออร์ในภูมิภาคและมีการปรับ part numbers ในระบบภายในของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ให้เป็นแบบเรียลไทม์ ซึ่งบางภูมิภาคก็ปรับได้อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว ในขณะที่ภูมิภาคอื่นได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ส่วนการดำเนินการภายในภูมิภาคก็ทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยมุ่งเน้นที่ KPI เช่น ให้เพิ่มการใช้ไม้รีไซเคิล การศึกษาเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของแท่นวางสินค้าเพื่อช่วยลดความจำเป็นในการซื้อของดังกล่าวเพิ่ม
  • ด้านสุขภาพและความเสมอภาค
MIR ของไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 0.70 ดีขึ้นกว่าเป้าที่ตั้งไว้สำหรับปี 2562 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ และดีขึ้นกว่าปี 2561 ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ ศักยภาพที่โดดเด่นนี้มาจากความพยายามร่วมกันของพนักงานชไนเดอร์ อิเล็คทริคทั้งหมดและการปรับปรุงกิจกรรมโดยทีมดูแลความปลอดภัยทั่วองค์กร
นอกจากนี้ ชไนเดอร์ยังมีแคมเปญประจำปีชื่อ Global Safety Day เพื่อโปรโมทความสำคัญของความปลอดภัยทั้งในสถานที่ทำงานและที่บ้าน โดยจะดึงพนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองพันธสัญญาเรื่องของวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย ซึ่งในปีนี้ แคมเปญดังกล่าวสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินในแต่ละประเภทที่แตกต่างกันไป พร้อมสอนเกี่ยวกับความร่วมมือในการเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มว่าอาจเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายได้

  • ด้านจรรยาบรรณ
ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 มีการตรวจสอบซัพพลายเออร์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังเรื่องของ สิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม (Human Rights & Environment) ซึ่งเป็นโปรแกรม 3 ปี ทั้งยังเพิ่มเป้าในการตรวจประเมินที่ไซต์งานจาก 300 เป็น 350 แห่ง และเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และงานด้านกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจ รวมถึงสอดรับกับ กฎหมาย 2017-French law ว่าด้วยเรื่องของเฝ้าระวังภัยขององค์กร Corporate Duty of Vigilance ชไนเดอร์ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะติดตั้งแผนงานการเฝ้าระวัง รวมถึงการระบุและบริหารจัดการซัพพลายเออร์ที่สุ่มเสี่ยงมากที่สุด ในแง่ของแนวทางปฏิบัติเรื่องแรงงาน สุขภาพและความปลอดภัย รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม
สำหรับการทำ แผนที่เชื่อมโยงความเสี่ยง (Risk Mapping) ของซัพพลายเออร์ในแต่ละปี ชไนเดอร์จะใช้เครื่องมือในการทำ Mapping ของผู้เชี่ยวชาญค่ายอื่นซึ่งได้รับการยอมรับ โดยกระบวนการในการบริหารจัดการความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจบริษัท จะรวมการดำเนินงานเพื่อควบคุมหลังจากที่มีการตรวจสอบไว้ด้วย โดยเน้นที่การปรับปรุงและหยุดยั้งการดำเนินงานที่ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์
Photo credit : www.3blmedia.com
  • ด้านการพัฒนา
ไตรมาส 3 ของปี 2562 มีผู้ด้อยโอกาสจำนวน 236,491 คน ได้รับการฝึกอบรมเรื่องการบริหารจัดการพลังงานในกว่า 45 ประเทศ อีกทั้งยังมุ่งเป้าการฝึกอบรมให้ได้ 1 ล้านคนภายในปี 2568 ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเน้นความสำคัญเรื่อง การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) การรวมผู้หญิงไว้ในสายอาชีพด้านพลังงาน และการฝึกอบรมให้แก่ผู้อบรม (training of trainers) โดยมุ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมโปรแกรมเข้าถึงการสร้างธุรกิจหรืองานที่มีความชำนาญได้ดีขึ้นในอนาคต
ความท้าทายหลักในด้านการพัฒนาดังกล่าว อยู่ที่การดำเนินรอยตามนโยบายในการเป็นพันธมิตรระยะยาว ร่วมกับผู้เล่นทั้งในระดับประเทศและระดับโลกในการจัดทำหลายๆ โครงการซ้ำได้ ทั้งนี้ NGO ADEI (Action Development-Education-International) หน่วยงานที่ไม่แสวงผลกำไร ซึ่งดูแลเรื่องของการพัฒนาการศึกษานานาประเทศ ได้จัดทำศูนย์พัฒนาขึ้น 2-3 แห่ง ในประเทศแทนซาเนีย และสาธารณรัฐบุรุนดี และได้ยืนยันถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำหลักสูตรระยะสั้น ณ ศูนย์แห่งใหม่ 3 แห่งในประเทศรวันดาอีกด้วย

สาระสำคัญด้านคำมั่นสัญญา

กิลเลส เวอร์มอท เดสโรชส์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ให้ความเห็นว่า ในไตรมาสนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพิ่มพันธสัญญาต่อเป้าหมายในการพัฒนาความยั่งยืนของสหประชาชาติอย่างมีนัย 
กิลเลส เวอร์มอท เดสโรชส์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค
กิลเลส เวอร์มอท เดสโรชส์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค
“เริ่มจากการเข้าร่วม Business for Inclusive Growth ในการทำธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (Business for Inclusive Growth) โดยร่วมมือกับบริษัทอื่นอีก 33 แห่ง เพื่อนำทางไปสู่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งส่งเสริมความหลากหลายในสถานที่ทำงานและซัพพลายเชนทั้งในระยะกลางและระยะยาว นอกจากนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริคจะนำโซลูชัน EcoStruxureTM มาช่วยให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร พร้อมช่วยให้ลูกค้าอีกมากลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนอีกด้วย”
นับตั้งแต่มีการเปิดตัวโครงการสร้างผลลัพธ์จากความยั่งยืน Schneider Sustainability Impact กิลเลสเผยว่า ชไนเดอร์ช่วยให้ลูกค้าหลายรายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ มากถึง 88 ล้านตัน และจากการที่กลุ่มธุรกิจนำเสนอแนวทางใหม่ในการเข้าถึงพลังงาน ก็จะช่วยตอบสนองความต้องการพื้นฐานด้านพลังงานให้อีกหลายล้านคนทั่วโลกในประเทศที่กำลังพัฒนาได้ด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังมีสัญญา/พันธสัญญาอีกหลายด้าน อาทิ 
  • ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศพันธสัญญาการดำเนินการด้านภูมิอากาศขึ้น 3 ฉบับในงาน Climate Week NYC ด้วยการสาธิตถึงความเป็นกลางด้านคาร์บอนในการขยายระบบนิเวศ ภายในปี 2568 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปลดปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานเป็นศูนย์ ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายตามฐานทางวิทยาศาสตร์บนหลักของเหตุและผล พร้อมกับดึงซัพพลายเออร์ให้เข้ามามีส่วนร่วมในซัพพลายเชนของการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (net-zero supply chain) ภายในปี 2593    
  • บริษัทยังเป็นหนึ่งใน 99 ผู้ลงนาม (The 99 signatory French companies) ในสัญญา French Business Climate Pledge 2019 เพื่อร่วมลดการปล่อยคาร์บอน ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชนโรงแรมต่างๆ ฯลฯ
  • ชไนเดอร์ยังให้คำมั่นสัญญาในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเข้าร่วมการประชุม G7 ในด้านริเริ่ม การทำธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง หรือ Business for Inclusive Growth ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างองค์กรข้ามชาติ 34 แห่งที่ขับเคลื่อนโดย OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development : องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ)
  • มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการเข้าถึงพลังงาน (Access to Energy products) เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานด้านพลังงานของชุมชนชนบทในประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่

สรุปการจัดอันดับและรางวัลที่ได้รับ

  • อยู่ในอันดับ 31 จากท็อป 100 ของการจัดอันดับ Equileap’s Ranking 2019 ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสเรื่องความเสมอภาคทางเพศในสถานที่ทำงาน ซึ่งกลุ่มธุรกิจชไนเดอร์ฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่งในภาคอุตสาหกรรม และเป็นที่ 5 ในกลุ่มบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส
  • ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 9 ใน Fortune’s Change the World list 2019 โดยได้รับการยอมรับในเรื่องของเทคโนโลยีด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน รวมถึงนวัตกรรมธุรกิจหมุนเวียนในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ยาวนาน สามารถซ่อมและนำกลับมาผลิตใหม่ได้เมื่อครบอายุการใช้งาน
  • โปรแกรม Global Mobility ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยอมรับด้วยรางวัลเหรียญทองแดงในการประกาศรางวัลยอดเยี่ยม Human Capital Management Excellence Awards ของ Brandon Hall Group ในประเภท Best Unique หรือ Innovative Workforce Management Program
  • ได้รับการจัดให้เป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในปี 2562 (2019 Best Workplaces) ในสาย Manufacturing & Production โดย Great Place to Work และ Fortune

ที่มา