‘โรคปอดอักเสบจากจีน’ น่ากลัวจริงไหม? ฟังคำตอบจากแพทย์ & วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคร้าย

157

จากรายงานของ CNN เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 ระบุชัดเจนว่าทางการจีนยังไม่สามารถยืนยันว่าไวรัสก่อ โรคปอดอักเสบจากจีน ที่ระบาดในนครอู่ฮั่น เมืองเอกมณฑลหูเป่ย หรือ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง จากจีน เป็นชนิดใด แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เชื้อก่อโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (ซาร์ส) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส)

อย่างไรก็ตาม การระบาดของ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง จากจีน ถือว่าปลุกกระแสความหวาดวิตกให้กับชาวไทยและชาวโลกที่ต้องเดินทางไปยังประเทศจีนไม่น้อย เพราะเกรงว่าการระบาดที่กลายเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลกตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา อาจเป็นการระบาดครั้งใหม่ของโรคซาร์ส ซึ่งเคยระบาดมาแล้วใน 37 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียเมื่อปี 2545 มีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 คน เสียชีวิต 774 ราย ระบาดมาจากพื้นที่ดังกล่าว
เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และรับมือกับสถานการณ์นี้ด้วยสติ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จึงได้ออกรายงานสถานการณ์ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง ที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ณ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โดย นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค มาเป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่องนี้

ฟังจากปากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรคปอดอักเสบจากจีน รอบนี้ น่ากลัวขั้นไหน 

นพ.วีรวัฒน์ รายงานว่า ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กำลังติดตามสถานการณ์ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง ในจีน ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุ ที่มีศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน อย่างใกล้ชิด
นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ
“หลังจากคณะกรรมการด้านสาธารณสุขเทศบาลเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางภาคกลางของประเทศจีน ได้ออกแถลงการณ์ล่าสุดว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสปอดอักเสบ หรือ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง และถูกแยกรักษาตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 จนถึงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562 จำนวนทั้งสิ้น 59 ราย ในจํานวนนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 7 ราย”
“โดยผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตามหลักสาธารณสุข แต่อย่างไรก็ตามยังไม่พบรายงานว่ามี ผู้เสียชีวิตจากโรคนี้และผู้ป่วยหลายรายหายจากโรคและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว นอกจากนี้มีผู้สัมผัสที่ อยู่ภายใต้การสังเกตอาการอีกจำนวน 121 ราย”
อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งปัจจุบัน นพ.วีรวัฒน์ รายงานถึงผลการสอบสวนโรคยังไม่ทราบชนิดเชื้อที่เป็นสาเหตุของการระบาดในครั้งนี้ผลการสอบสวนโรคเบื้องต้นตัดความเป็นไปได้ว่าเชื้อที่ระบาดอยู่นี้เป็นโรคทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลันหรือซาร์ส ที่เคยทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยรายเมื่อ 10 ปีก่อน

และยืนยันได้ว่าไม่ใช่โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส รวมถึงไข้หวัดนก และอดิโนไวรัส ขณะนี้ทางการจีนกําลังเร่งหาสาเหตุของโรคและต้นตอ ซึ่งพบข้อสังเกตที่น่าสนใจว่าผู้ป่วยหลายคนทํางานที่ตลาดอาหารทะเลจีนใต้ โดยขายสัตว์มีชีวิตอื่นๆ ทำให้เกิดบ่งชี้ว่าเชื้อนี้อาจเกี่ยวโยงกับสัตว์
สำหรับอาการส่วนใหญ่ที่พบในคนไข้ ก็เป็นอาการโรคทางเดินหายใจและปอดอักเสบที่พบทั่วไป ได้แก่ เป็นไข้หายใจลําบาก โดยมีผู้ป่วยไม่มากนักที่พบแผลที่ปอด
ทั้งนี้ ผู้เข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรงที่ยังไม่ทราบสาเหตุเมืองอู่ฮั่นได้แก่ ผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นภายใน 14 วันและมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล และ/หรือมีอาการหอบ เหนื่อย ณ วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2563

รีวิว มาตรการรับมือของไทย ปิดกั้นการระบาด โรคปอดอักเสบจากจีน

สำหรับทางการไทยในตอนนี้ นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า จากการสรุปยอดผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องเฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการเฝ้าระวังมีจํานวน 2 ราย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาเหตุจากไข้หวัดใหญ่จํานวน 1 ราย ส่วนอีก 1 ราย พบว่ามีสาเหตุความเจ็บป่วยจากเชื้ออื่น

“นอกจากนั้น เรายังได้มอนิเตอร์ยอดผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง ในประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกับไทย อย่าง ประเทศสิงคโปร์ที่พบผู้ป่วยเข้าได้กับเกณฑ์ จํานวน 1 ราย เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 3 ปี แต่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้ในเด็ก ส่วนในฮ่องกงทางการได้สรุปยอดผู้ป่วยเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวัง จํานวน 15 ราย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาเหตุจากไข้หวัดใหญ่และอื่นๆ จํานวน 4 ราย”
ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก ได้กำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หน่วยงานภาครัฐในประเทศโดยกรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุขได้จัดการแจ้งและเตรียมความพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีแผนการตรวจสอบเที่ยวบินตาม สนามบิน และได้เตรียมพื้นที่กักในสถานพยาบาลใกล้เคียงไว้แล้ว และมีการดําเนินการเฝ้าระวังส่งต่อผู้ป่วยเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังจากด้านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศไปยังโรงพยาบาลที่กําหนด
ยกตัวอย่าง การป้องกันเฝ้าระวังในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่ชาวจีน ที่มีเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ได้ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือ เทอร์โมสแกน ซึ่งเป็นกล้องสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายแบบไม่สัมผัส เพื่อคัดกรองผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิสูงออกจาก ผู้โดยสารทั่วไป

เบื้องต้นมีหลักเกณฑ์ในการคัดกรอง มุ่งไปที่ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และมีอาการเกี่ยวระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม มีน้ำมูกไหล เป็นต้น และมีไข้ โดยนอกจากการคัดกรองที่ท่าอากาศยานแล้วยังประสานกับทางสายการบิน ในการสังเกตคัดกรองผู้โดยสารตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินแล้วด้วย
หากพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้จะทำการคัดกรองและแยกตัวเพื่อนำส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ที่มีการจัดห้องควบคุมเฉพาะไว้เพื่อการตรวจรักษา และถ้าตรวจพบว่าป่วยด้วยเชื้อที่สามารถระบุชนิดได้ก็จะรักษาตามปกติ ยกเว้นในกรณีที่ตรวจไม่พบสาเหตุ จึงจะแยกรักษาตามอาการต่อไป ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบผู้โดยสารที่เข้าข่ายต้องสงสัย

นอกจากนี้มีการจัดทำบัตรเฝ้าระวังโรค (Health Beware Card) แจกให้ผู้โดยสารที่ผ่านด่านคัดกรองโรค ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยจัดพิมพ์บัตรขนาดเท่านามบัตรพิมพ์หน้า-หลัง 2 รูปแบบ คือ แบบเป็นภาษาจีนและอังกฤษ และแบบเป็นภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งให้คำแนะนำผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น หากมีอาการเจ็บป่วยในระยะ14วันนับตั้งแต่ที่เดินทางมาถึง ให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาและตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว

ที่มา :

เรียนรู้เพิ่มเติม วิธีการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคร้าย

เตือนภัย ’10 พฤติกรรมสุขภาพ’ ทำคนไทยป่วย ปี 2563 รู้เท่าทัน ป้องกันตนเองและคนรอบข้างได้ตลอดปี

“ขอเวลา 3 นาที” เพื่อความเข้าใจ “ผู้ป่วยความจำเสื่อม”

เปิดงานวิจัย สืบจาก ‘ส้วม’ ตัวการก่อ ‘โรคติดเชื้อ’ คุกคามสุขอนามัยคนไทย แนะทางออก ป้องกันไว้ดีกว่าแก้