สาลิกาคาบข่าว Vol.11/63

177

งบฯ 63 ผ่านฉลุยบิ๊กตู่ยืนยันกระจายประโยชน์สู่ประชาชนอย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 17.40 . วันที่ 11 มกราคม สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในวาระที่ 3 ให้ความเห็นชอบร่าง พ... งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ด้วยคะแนนเสียง 253 ต่อ 0 งดออกเสียง 196 เสียง จากนั้น พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวขอขอบคุณประธานสภาฯและสมาชิกที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ...งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนแนวทางแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และพื้นที่ เพื่อผลผลิตของการเจริญเติบโตประเทศ เพื่อความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างศักยภาพของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในการใช้งบประมาณให้บรรลุเป้าหมายและประสิทธิผล ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน กระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนโดยตรงอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ตามคำแนะนำรวมถึงข้อเสนอและข้อห่วงใยที่สมาชิกได้เสนอแนะตลอดการประชุม

กทท. เร่งที่ปรึกษากลุ่ม GPC สรุปรายละเอียดการเงินประมูลแหลมฉบังเฟส 3

เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนท่าเรือ F  โดยระบุว่าที่ประชุมได้รับทราบถึงคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ที่มีการยกคำสั่งทุเลาของศาลปกครองกลาง กรณีเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ ที่พิจารณาให้กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP เป็นผู้ไม่ผ่านการพิจารณาด้านคุณสมบัติเมื่อวันที่ 23 เม..2562 ส่งผลให้ขณะนี้สามารถเดินหน้าขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้จะดำเนินการต่อในขั้นตอนค้างไว้คือการพิจารณารายละเอียดด้านเทคนิคของซองการเงิน โดยได้สั่งการให้ที่ปรึกษาการเงินกลุ่ม GPC ไปเร่งสรุปแนวทางที่ค้างอยู่ในส่วนของการประเมินกลุ่ม GPC เมื่อที่ปรึกษาด้านการเงินสรุปรายละเอียดการประเมินพร้อมนำกลับมารายงานที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯในครั้งต่อไป หากสามารถพิจารณาในรายละเอียดแล้วเสร็จ จึงจะกำหนดวันในการเชิญกลุ่ม GPC เข้ามาเจรจาข้อเสนอ โดยการดำเนินการในส่วนนี้ถือเป็นการทำงานควบคู่ระหว่างรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

EEC HDC ลุยพัฒนาศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ ยกระดับการศึกษาบุคลากรในพื้นที่อีอีซี

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) กล่าวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าการพัฒนาวันนี้ต้องใส่ใจเรื่องข้อมูล เพราะเป็นฐานในการปรับสร้างงาน คณะทำงาน EEC HDC จึงได้ประสานจัดตั้งคณะกรรมการทำงานด้านนี้มีรักษาการอธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตอ.) เป็นประธานคณะฯและผู้เข้าร่วมทุกฝ่ายมีการประชุมครั้งแรกเมื่อวานนี้ได้ข้อคิดข้อเสนอมากมาย โดยเฉพาะจากกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ&ทุกหน่วยจากภาคเอกชนอย่าง HP, CAT ฯลฯ ผลจากการประชุมครั้งนี้ทาง มทร.ตอ.จะประมวลสร้างเป็น solution เพื่อจัดกลุ่มทำงานภาคปฏิบัติ เริ่มจากด้านพัฒนาบุคคลากร พัฒนาการศึกษาในพื้นที่ EEC และการพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้งระบบโดยมีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการทำงาน ผลที่ได้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพงาน ช่วยให้เห็นทิศทางความเคลื่อนไหวและพัฒนาแนวโน้มการทำงานทั้งระบบ สามารถปรับปรุงงานได้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน การเริ่มต้นนี้ต้องร่วมแรงร่วมใจสร้างงานและการเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดมรรคผลถึงทุกคนทุกหน่วย

จิสด้าใช้เทคโนโลยีดาวเทียมค้นพบแหล่งน้ำขนาดเล็กกว่าแสนบ่อ กู้วิกฤตภัยแล้ง 

นายอนุสรณ์ รังสีพานิช รักษาการนักภูมิสารสนเทศเชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า เปิดเผยถึงวิกฤตภัยแล้งปี 2563 ว่า จิสด้าได้ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายภาพดาวเทียมสำรวจทั่วประเทศไทย พร้อมทั้งวาดแผนที่ที่แสดงถึงข้อมูลแหล่งน้ำผิวดินขนาดเล็กว่าจุดไหนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ พบว่าประเทศไทยมีแหล่งน้ำขนาดเล็กขนาด 2-3 ไร่กว่า 141,022 บ่อ หากกักเก็บได้เต็มรวมทั่วประเทศจะมีปริมาณกว่า 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำคงเหลือกว่า 38.65% เทียบเท่ากับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ได้ เบื้องต้นได้จัดส่งข้อมูลการติดตามสถานการณ์แหล่งน้ำขนาดเล็กให้กับทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เพราะเป็นหน่วยงานศูนย์กลางในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อที่จะดำเนินการสานต่อแนวทางในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม หากชุมชนชาวบ้านมีการบริหารจัดการที่ดี ผ่านการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐที่มีความรู้ในเรื่องน้ำอย่าง สนทช. มั่นใจว่าในอนาคตแหล่งน้ำตรงส่วนนี้จะช่วยบรรเทาภัยแล้งที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

แคททีโอที’​ ร่วมวงรับเอกสารประมูลคลื่น 5G เพิ่มศักยภาพบริการในอนาคต

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยนายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท โดยพันเอกสรรพชัย หุวนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และนายญาณพล อุ่นโอสถ ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ เข้ามารับเอกสารการประมูล 5G จากสำนักงาน กสทช. เป็นรายที่ 3 ซึ่งสำนักงาน กสทช. ยังคงเปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจขอรับเอกสารการประมูลได้ต่อไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์​ 2563 จากนั้นจะเปิดให้ยื่นเข้าร่วมการประมูลในวันที่ 4 กุมภาพันธ์​ 2563 วันที่ 10 และ 14 กุมภาพันธ์​ 2563 จะให้มีการประมูลรอบสาธิต และวันที่ 16 กุมภาพันธ์​ 2563 เป็นวันประมูล 5G พันเอกสรรพชัยกล่าวถึงแนวทางของแคทว่า การรับเอกสารคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700, 1800, 2600 เมกะเฮิรตซ์และ 26 กิกะเฮิรตซ์เพื่อนำมาศึกษารายละเอียด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ประกอบการพิจารณาการเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่สำหรับนำมาใช้งานและให้บริการ 5G ในอนาคต

เสี่ยวหมี่เปิดตัวหม้อหุงข้าวเอาใจคนรักสุขภาพ ลดน้ำตาลได้ 44%

Xiaomi ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีน สร้างความแปลกใหม่ในตลาดอีกครั้งด้วยการเปิดตัวหม้อหุงข้าว Zhenmi ที่บริษัทการันตีว่าช่วยลดปริมาณน้ำตาลจากข้าวลงได้มากถึง 44% เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมการบริโภคน้ำตาล เช่นคนเป็นโรคเบาหวาน ด้วยเทคโลยีแยกน้ำข้าวและการเช็ดน้ำข้าวแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม ใช้เวลาหุงเพียง 22 นาที ในขณะที่หม้อหุงข้าวทั่วไปใช้เวลาหุงประมาณ 40 นาที รวมถึงตั้งเวลาการหุงล่วงหน้าได้ถึง 12 ชั่วโมง ตัวหม้อหุงข้าวมีขนาด 3 ลิตร ปริมาณ 6 คนรับประทาน สำหรับหม้อหุงข้าว Zhenmi กำหนดราคาไว้ที่ 799 หยวน หรือประมาณ 3,600 บาท โดย Xiaomi เปิดระดมทุนผ่าน crowdfunding และสามารถระดมเงินทุนได้สูงถึง 4,292,837 หยวน

วอร์เนอร์บราเธอร์ดึงเอไอวิเคราะห์การสร้างหนังเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้

Tonis Kiis รองผู้อำนวยการฝ่าย Distribution ของวอร์เนอร์บราเธอร์สกล่าวถึงการผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไปทั่วโลกในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีข้อมูลการตัดสินใจที่ถูกต้องแม่นยำว่าควรจะฉายที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อให้ภาพยนตร์ที่ส่งออกไปฉายทำรายได้ตามเป้าหมาย ที่ผ่านมาข้อมูลเหล่านี้วิเคราะห์โดยมนุษย์ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษารายละเอียดเป็นเวลานาน การมีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยจึงทำให้เรื่องยากๆเหล่านี้จัดการได้ภายในเวลารวดเร็ว แม่นยำ และเราสามารถใช้เวลาไปกับการผลิตผลงานได้มากขึ้น โดยล่าสุดวอร์เนอร์บราเธอร์จับมือกับค่าย “Cinelytic” สตาร์ทอัพด้าน AI มาช่วยวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตภาพยนตร์รายได้จากการเข้าฉายด้วยการเลือกวันฉายที่เหมาะสมกับภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เพื่อให้มีโอกาสทำเงินได้มากที่สุดเป็นต้น