เมื่อ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” เจอ Hydrogen Trains กำเนิด Trend ใหม่ Logistics 5.0

499

ผมเขียนถึง “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” ยี่ห้อ Tesla ของ Elon Musk ที่เขาขนานนามให้กับมันว่า “พาหนะที่ 5” นอกเหนือไปจาก 1.รถไฟ 2.เรือ 3.รถยนต์ และ 4.อากาศยาน ไปแล้ว ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า Super “Iron” Man 

ทำให้เราได้เห็น Trend ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับสากลที่มีทิศทางมุ่งไปยังเส้นนี้ คือแนวโน้มของ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” อย่างชัดเจน
มาในตอนนี้ ขออนุญาตนำเสนอเรื่องราวของ “พาหนะที่ 1” ในมุมมองของ Elon Musk นั่นคือประเด็นของแวดวง “รถไฟ” กันสักตอนนะครับ
กล่าวคือ ในวงการ “พาหนะที่ 5” หรือ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” มีการพูดถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ที่เหมาะสำหรับ “ยานยนต์ขนาดเล็ก” หรือโดยนัยก็คือ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” กันค่อนข้างมาก

Professor Dr. Dan Sperling นักวิชาการด้านการขนส่งแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า การที่ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะราคาที่ถูกลง ผนวกกับมีการส่งเสริมสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อรองรับการเกิดขึ้นของ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” จากรัฐบาลในหลายประเทศ
แนวคิดนี้ คือ Trend โลกอย่างไม่ต้องสงสัย เหตุผลก็คือ เป็นเพราะ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” เป็นยานพาหนะที่ไม่มีการปล่อยไอเสียนั่นเอง
ดังนั้น เราจึงเห็นแนวโน้มของการแพร่กระจายของ “พลังงานลม” “พลังงานแสงอาทิตย์” “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” และ “ยานพาหนะพลังงานไฮโดรเจน” ที่จะติดตามมาในอีกไม่นานนี้ สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาดของโลกใบนี้นั่นเองครับ
ในขณะเดียวกัน แวดวง “พาหนะที่ 1” หรือ “รถไฟ” นั้น ในขณะนี้ มีการเอ่ยถึงเรื่องราวของ Hydrogen Trains กันหนาหูเลยทีเดียว
โดยเฉพาะโครงการ “HydRail”
Hydrogen trains
www.theverge.com
Hydrogen Trains
edition.cnn.com
โครงการ “HydRail” เป็นดำริของ San Bernardino County Transportation Authority ของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ประกาศแผนการผลิตและเดินรถไฟ FLIRT H2 ในปี ค.ศ. 2024 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในขณะเดียวกัน โครงการ Coradia iLint ของฝรั่งเศส ก็กำลังเดินหน้าสำหรับการสร้างและดำเนินการขับเคลื่อนโครงการใช้ “รถไฟพลังงานไฮโดรเจน” ในยุโรปอยู่อย่างขยันขันแข็ง
นั่นหมายถึงเส้นทางเชื่อมโยง “รถไฟพลังงานไฮโดรเจน” ระหว่างฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร
โครงการนี้หมายรวมถึง Nel Hydrogen ของ “นอร์เวย์” แห่งสแกนดิเนเวียด้วยครับ

เช่นเดียวกับ “จีน” ที่ก็เล็งเห็นถึง Trend เกี่ยวกับ Hydrogen Trains อย่างชัดเจน และ “จีน” ก็มองเห็นมานานแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 เลยทีเดียว

ขณะที่วงการ “รถบรรทุก” ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญอันหนึ่งของ Logistics 5.0 ที่มีอัตราการใช้งานไม่แพ้ “รถไฟ” แต่อย่างใด ก็ได้หันมาให้ความสนใจในบทบาทของ “พลังงานไฮโดรเจน” มากขึ้นเช่นกัน
Nikola Motor บริษัทผู้สรรค์สร้างยานพาหนะขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้ริเริ่มโครงการ “รถบรรทุกไฮบริด” ที่ผสมผสานระหว่างเชื้อเพลงฟอสซิลและไฮโดรเจน

เช่นเดียวกับ Hyundai แห่งเกาหลีใต้ ก็ประกาศเดินหน้าแผนงานมูลค่าหมื่นพันล้านดอลลาร์ สำหรับผลิต “รถยนต์ไฮโดรเจน” “รถบรรทุกไฮโดรเจน” และ “เรือไฮโดรเจน”
ตามมาติดๆ ด้วย TOYOTA ที่กำลังเบนเข็มมาที่ “ยานยนต์ไฮโดรเจน” เช่นกัน
กล่าวสำหรับเทคโนโลยี “พลังงานไฮโดรเจน” นั้น เกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษแล้ว โดยเฉพาะในแวดวงอวกาศ ที่มีการนำ “พลังงานไฮโดรเจน” มาใช้ในยานอวกาศขององค์การ NASA
Wood McKenzie นักวิจัยด้านอุตสาหกรรมการขนส่ง กล่าวว่า เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนจากก๊าซธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรมกำลังได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการปล่อยคาร์บอนต่ำทำให้ “พลังงานไฮโดรเจน” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
“…เมื่อปริมาณน้ำมันดีเซล (ฟอสซิล) ถูกแทนที่ด้วยเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นนี้ เห็นที วงการยานยนต์ต้องถึงคราวพลิกโฉมครั้งใหญ่อย่างแน่นอน…” 

กุญแจสำคัญของแผนการเปิดตัว “รถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจน” ของ Nikola Motor แห่ง “สหรัฐอเมริกา” ที่ร่วมมือกับ Nel Hydrogen ของ “นอร์เวย์” คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์และดำเนินงานก่อตั้งเครือข่ายสถานีบริการเชื้อเพลิงไฮโดรเจนริมทางหลวง
โดยความร่วมมือของ Anheuser-Busch และ Trevor Milton โดย Nikola Motor กับ Nel Hydrogen ได้จับมือกันตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรถบรรทุก 25 คันในปี ค.ศ. 2020 และ 400 คันในปี ค.ศ. 2021 ก่อนที่จะผลักดันสู่แวดวง “รถไฟ” ต่อไป

ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ในปี ค.ศ. 2022 โลกของเราก็จะมี “ยานยนต์ไฮโดรเจน” แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น “รถไฟไฮโดรเจน” “รถบรรทุกไฮโดรเจน” “รถยนต์ไฮโดรเจน” และ “เรือไฮโดรเจน”

ให้สมกับพาดหัวบทความที่ว่า เมื่อ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” เจอ Hydrogen Trains กำเนิด Trend ใหม่ Logistics 5.0 นั่นเองครับ